วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สืบนครบาลรวบ “จ๊อก เอมิริ” แก๊งลักรถจักรยานยนต์ย่านบึงพระราม 9 รับสารภาพสิ้น ก่อเหตุมาแล้วกว่า 5 ครั้ง อ้างวิ่งหนีเพราะตำรวจหล่อเกิน

 สืบนครบาลรวบ “จ๊อก เอมิริ” แก๊งลักรถจักรยานยนต์ย่านบึงพระราม 9 รับสารภาพสิ้น ก่อเหตุมาแล้วกว่า 5 ครั้ง  อ้างวิ่งหนีเพราะตำรวจหล่อเกิน



        ชาวบ้านร้องขอความช่วยเหลือเพจสืบนครบาล IDMB ว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้ทำมาหากินสูญหายบ่อย สืบสวนพบวีรกรรมสุดแสบของแก็งค์บึงพระราม 9 ตระเวนออกลักรถจักรยานยนต์ จากการวิเคราะห์แผนประทุษกรรมช่วงเวลา 23.00 น. ถึงประมาณ 02.00 น. จากนั้นเมื่อพบรถจัรยานยนต์ที่จอดโดยไม่ล็อคคอรถ หรือจอดโดยไม่ระวัง ผู้ต้องหาจะทำการหักคอรถแล้วลักไปขาย




        พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ส่งชุด “หมาล่าเนื้อ” สืบนครบาล พร้อมลูกศิษย์ นักเรียนสืบสวน 110 ลงพื้นที่ตามเบาะแสปิดล้อมหัวหน้าแก็งค์บึงพระราม 9 ย่านปทุมธานี ที่กบดาน แต่ผู้ต้องหาไหวตัววิ่งหลบหนี ก็ไม่รอดจมูกหมาของ “สืบนครบาล+สืบ 110 ”  เจ้าตัวอ้างหน้าตาเฉยว่า ตำรวจสืบนครบาล 110 หล่อเกินกว่าเขื่อว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ





          เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ ,พ.ต.อ.วรพจน์  รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.ฯ, พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง และ พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ รอง ผกก.สส.3ฯ  ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.สัญญลักษ์ สังขะภักดี สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการที่ 1 และ 2 และนักเรียนสืบสวนรุ่น 110 ได้ร่วมกันจับกุมตัว 


 

          นายธีระพงษ์ หรือ จ๊อก เอมิริ  ปิยะวงค์ อายุ 20 ปี ที่อยู่ 12 หมู่ 8 ต.ดอนแรด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์   ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1941/2566 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2566 

         โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งเเต่สองคนขึ้นไป หรือรับของโจร "



       สถานที่จับกุมบริเวณหลังบ้านเลขที่ 7/29 ซ.ไสวประชาราษฎร์ 31 ถ.ลำลูกกา ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

     พฤติการณ์การจับกุม วันที่ 31 ก.ค.66 เวลาประมาณ 15.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณ คล้ายกันกับนายธีระพงษ์ ปิยะวงค์ (ทราบชื่อภายหลังและเป็นบุคคลตามหมายจับ) อยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 7/29 ซ.ไสวประชาราษฎร์ 31 ถ.ลำลูกกา ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เมื่อนายธีระพงษ์ฯ ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตกใจและวิ่งหลบหนีออกทางประตูหลังบ้านและเข้าไปในป่าหญ้าหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิดและสามารถควบคุมตัวไว้ได้ทัน จากการวิ่งหลบหนีทำให้นายธีระพงษ์ฯ ได้รับบาดเจ็บจากการถูกหนามในป่าข่วนทั่วร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจให้บุคคลดังกล่าวตรวจดูจนเป็นที่พอใจ และได้แสดงหมายจับให้นายธีระพงษ์ฯ ตรวจสอบดู จากการสอบถามบุคคลดังกล่าวยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน 



        โดยผู้ต้องหาอ้างว่าที่วิ่งหลบหนี ใส่เกียร์ม้าไม่คิดว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเรื่องจากรูปหล่อมาก และได้เรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาทำการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจัดทำบันทึกจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



        จากการสอบถาม นายธีระพงษ์  ปิยะวงค์ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป และให้การปฏิเสธในข้อหารับของโจร  และให้การเพิ่มเติมว่า เมื่อประมาณต้นปี 2566 ข้าฯ ได้ประกอบอาชีพเป็นพนักงานขับรถส่งสินค้า Lalamove และพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 7/29 ซ.ไสวประชาราษฎร์ 31 ถ.ลำลูกกา    ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้มีเพื่อนชื่อ นายดิ๊ก (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) ชักชวนให้ข้าฯ ไปลักรถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้ แล้วจะให้เงิน 3,000 – 4,000 บาท ต่อรถจักรยานยนต์ 1 คัน โดยให้ข้าฯ ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่น wave 110i สีเทา-ดำ คันหมายเลขทะเบียน 6ขฎ-7539 กทม. (ขณะก่อเหตุได้ถอดแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวออก) ยันรถคันที่ก่อเหตุมายังจุดที่นัดหมายโดยมีนายดิ๊กฯ เป็นคนขี่ แล้วข้าฯก็แยกกลับไปก่อน

โดยครั้งแรก ข้าฯ ได้ลักรถจักรยานยนต์ยานยนต์ ยี่ห้อ honda รุ่น wave110 สีแดง จำหมายเลขทะเบียนและวันก่อเหตุไม่ได้   จากบริเวณซอยพัฒนาการ และได้รับเงินจากการลักรถจักรยานยนต์คันแรกเป็นเงินสด 3,000 บาท จากนายดิ๊กฯ ที่ได้ร่วมกันลักทรัพย์ และได้แยกย้ายกันไป

ก่อเหตุครั้งที่ 2 บริเวณอ่อนนุช ได้ไปลักรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ honda  รุ่น wave110 สีน้ำเงิน  จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ และได้เงินจากการลักรถครั้งนี้มา 4,000 บาท

ก่อเหตุครั้งที่ 3 บริเวณอ่อนนุชเช่นเดิมเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ honda รุ่น wave110 สีดำ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ และได้เงินจากการลักรถครั้งนี้ เป็นเงิน 3,000 บาท  

ก่อเหตุครั้งที่ 4 นายดิ๊กฯได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไปแล้วข้าฯจึงได้ร่วมกันกับนายเอ็ม (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง)     ลักทรัพย์บริเวณมักกะสันเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ honda รุ่น wave125 สีดำ-แดง จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้และไม่ได้เงินตอบแทนในครั้งนี้เนื่องจากนายเอ็มถูกจับกุมได้ขณะก่อเหตุ ส่วนข้าฯหลบหนีมาได้

ก่อเหตุครั้งที่ 5 ได้ร่วมกันกับนายเกรท (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ไปลักรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ honda รุ่น wave110 สีแดง บริเวณเขตคลองตันและได้รับเงินจำนวน 4,000 บาท ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนีไป

ต่อมา วันนี้ (31 ก.ค.66) ข้าฯถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวในที่สุด


        พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “การก่อเหตุของกลุ่มบึงพระราม 9 สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ใช้ประกอบอาชีพสุจริต    โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย  จึงขอประชาสัมพันธ์ผู้ใดมีเบาะแสอาชญากรรมโปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง แม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. 


สืบนครบาล ร่วมสืบ110 รวบ 2 สาวบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้าง สภ.เมืองเชียงราย หลอกให้โหลดแอปดูเงิน .

 สืบนครบาล ร่วมสืบ110 รวบ 2 สาวบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้าง สภ.เมืองเชียงราย หลอกให้โหลดแอปดูเงิน

.


               ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก  และมีแนวทางให้ชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ฝึกภาคปฏิบัติกับนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญารุ่นที่ 110 ได้ออกลาดตระเวนออนไลน์จนทราบถึงความเดือดร้อนจากประชาชน ซึ่งถูกกลุ่มมิจฉาชีพใช้บัญชีม้าธนาคารรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกผู้เสียหายให้โหลดแอปควบคุมโทรศัพท์ทางไกล  แล้วดูดเงินจากบัญชีผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหายรวม

 1 แสนกว่าบาท  สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110 รีบดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมให้ได้โดยเร็ว



           เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2566  พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ,พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น.,พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเสมอ,พ.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง รอง ผกก.กก.สส.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วุฒิพันธ์ ผะอบทอง,พ.ต.ต.กิติพัฒน์ ใจอารีรอบ สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น และนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110  สืบสวนจับกุม

     1. น.ส. ศุภลักษณ์ จุสนั่น อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ บ้านเลขที่ 172 ม.9 ต.สนามแจง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

เป็นผู้ต้องหาบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 195/2566 ลง 24 กรกฎาคม 2566

    2. น.ส. ก. (นามสมมติ) อายุ 18 ปีอยู่บ้านเลขที่ 8 ม.2 ต.บ้านธาตุ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

เป็นผู้ต้องหาบุคคลตามหมายจับศาลเยาวชนเเละครอบครัวกลาง ที่ 79/2566 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 

       ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”




          พฤติการณ์ ผู้เสียหาย ได้รับสายโทรศัพท์จากหมายเลข 0813411250 (ทราบภายหลังว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์) บอกว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย ถูกแอบอ้าง และการฟอกเงิน และให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนในแอปฯไลน์เพื่อแจ้งความ ผู้เสียหายทำการเพิ่มเพื่อนแล้วปรากฎผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ "สภ.เมืองเชียงราย" บอกให้ผู้เสียหายโอนเงินที่มีอยู่ทั้งหมดไปให้ตรวจสอบแล้วจะคืนให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินไปจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ของผู้เสียหาย ไปยังบัญชีของคนร้าย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขที่ 8013932754 ชื่อบัญชีของผู้ต้องหา จำนวน 4 ครั้ง จากนั้นคนร้ายได้หลอกให้ผู้เสียหายโหลดแอปฯ "ควบคุมโทรศัพท์ทางไกล" และให้ผู้เสียหายบอกเลขรหัสที่ปรากฎในแอป จากนั้นคนร้ายได้เข้าควบคุมเครื่องโทรศัพท์ของผู้เสียหาย และโอนเงินจากบัญชีเดิมของผู้เสียหายไปยังบัญชีเดิมของคนร้าย รวมการโอนเงินทั้งหมด 5 ครั้ง วันที่ 4 ส.ค. 65 เป็นเงินทั้งสิ้น 109,355 บาท จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ได้รับเงินคืนตามที่คนร้ายกล่าวอ้าง จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับคนร้ายให้ได้รับโทษตามกฎหมาย




       สถานที่จับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง ด้านหน้าบ้านเลขที่ 90 ซ.ชุมชนสมประสงค์ ต.บางปรอก อ.เมืองฯ จ.ปทุมธานี


        จากการซักถาม น.ส. ศุภลักษณ์ จุสนั่น ผู้ต้องหาที่ 1 รับว่าบัญชีดังกล่าวที่ผู้เสียหายโอนเงินมาให้นั้นเป็นบัญชีของตนเองจริง ซึ่งบัญชีดังกล่าวตนเองได้เอาไปให้ น.ส. ก ผู้ต้องหาที่ 2 ใช้ โดยที่ตนเองไม่รู้ว่า จะเอาไปใช้ทำอะไร และไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการฉ้อโกงเงิน หรือแก็งคอลเซ็นเตอร์แต่อย่างใด

       จากการซักถาม น.ส.ก  รับว่าบัญชีดังกล่าวที่ผู้เสียหายโอนเงินมาให้นั้นเป็นบัญชีของตนเองจริง ซึ่งบัญชีดังกล่าวตนเองได้เอาไปให้เพื่อนใช้ โดยที่ตนเองไม่รู้ว่า จะเอาไปใช้ทำอะไร และไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการฉ้อโกงเงิน หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่อย่างใด

      นำตัวผู้ต้องหาที่ 1  ส่งพนักงานสอบสวน  สภ เมือง จันทบุรี  และผู้ต้องหาที่ 2 สน. บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




.      ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวแจ้ง การทลายบัญชีม้า เป็นการตัดวงจรแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ที่สำคัญแม้ว่าคอลเซ็นเตอร์จะมีการตั้งออฟฟิศอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าเราสามารถปราบปรามบัญชีม้าในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้สามารถตอบโต้มิจฉาชีพนี้ได้เพื่อไม่ให้หลอกลวงคนไทยได้สะดวกหรือกระทำผิดโดยง่าย  หากท่านมีเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.

ทิพยประกันชีวิต ร่วมโครงการ รวมพลังสร้างสรรค์ตะกาฟุล ปี 2566

 ทิพยประกันชีวิต ร่วมโครงการ รวมพลังสร้างสรรค์ตะกาฟุล ปี 2566



คุณนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทิพยประกันชีวิต พร้อมด้วย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ และ คุณวิสุทธิ์ บริบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต และ คุณวรางค์ ไชยวรรณ กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยประกันชีวิต ร่วมเปิดโครงการ “รวมพลังสร้างสรรค์ตะกาฟุล ปี 2566” เพื่อนำเสนอขายผลิตภัณฑ์ด้านการประกันชีวิตที่ถูกต้องตามหลักศาสนา ให้กับชาวมุสลิมและประชาชนทั่วไป ณ โรงแรมอัล มีรอซ กรุงเทพฯ

___

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ร้อยเอ็ด -พิธีถวายมุทิตาสักการะฉลองสมณศักดิ์ สัญญาบัตร พัดยศ ชั้นพิเศษ พระครูโพธิชัยคุณ เจ้าคณะอำเภอโพธิ์ชัย (ธ)

 ร้อยเอ็ด -พิธีถวายมุทิตาสักการะฉลองสมณศักดิ์ สัญญาบัตร พัดยศ ชั้นพิเศษ พระครูโพธิชัยคุณ เจ้าคณะอำเภอโพธิ์ชัย (ธ)



     วันนี้ (30 ก.ค. 66) เวลา 09.00 น. ณ วัดป่าศรีโพธิ์ชัย ตำบลบัวคำ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด  นายไพโรจน์ จิตจักร์ ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีถวายมุทิตาสักการะฉลองสมณศักดิ์ สัญญาบัตร พัดยศ พระครูโพธิชัยคุณ เจ้าคณะอำเภอโพธิ์ชัย (ธ) ชั้นพิเศษ โดยมี พระพรหมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 (ธ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระเถรานุเถระ 69 รูป ประกอบพิธี พร้อมด้วย นายยุทธนา บุศเนตร วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้แทนนายอำเภอโพธิ์ชัย คณะผู้บริหาร หน่วยงานราชการ และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิธี




     ทั้งนี้ พระครูโพธิชัยคุณ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นเจ้าคณะอำเภอโพธิ์ชัย (ธ) ชั้นพิเศษ พุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ต่างพร้อมใจกัน จัดเเสดงมุทิตาจิตสมโภชสัญญาบัตรพัดยศ ถวายเป็นสวัสดิมงคลให้ท่านมีกำลังใจในการประกอบกิจทางพระพุทธศาสนา และเจริญงอกงามในสมณเพศ ที่เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามธรรมวินัย ใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา และรักษาประเพณีท้องถิ่น เป็นพระนักพัฒนา อมรมสั่งสอนพุทธศาสนิกชนให้เข้าใจหลักธรรมเพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน จนบังเกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม





     การจัดงานฉลองสมโภชในครั้งนี้ เป็นการยกย่องพระสงฆ์ที่ควรยกย่อง เป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจ ที่พระครูโพธิชัยคุณ ท่านได้ปฏิบัติศาสนกิจเผยเเพร่หลักธรรมคำสอนสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาส่งเสริมการศึกษา และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญให้รุ่งเรื่องสืบไป

///

คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ 

ชาติ มหาชน ศูนย์ข่าวทีวีประชาชนออนไลน์/รายงาน

ชุมพรจัดกิจกรรมสัมมานา “ติดอาวุธนำผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน”

 ชุมพรจัดกิจกรรมสัมมานา “ติดอาวุธนำผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน”





   วันนี้(30 กค. 66) เวลา 13.30 น. ณ บ้านกลางสวนรีสอร์ท ต.แหลมทราย อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผวจ.ชุมพร เป็นประธานเปิดกิจกรรมงานสัมมนา “สามัคคีร่วมคิด ติดอาวุธนำผลไม้ไทยสู่ตลาดจีนตอนใต้ เสริมสร้างสัมพันธภาพ” อันจะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ การค้าระหว่างไทย-จีน โดยมี คุณธีรัชฌานนท์ เจียมวิจิตร ประธานที่ปรึกษาชมรมชาวหลังสวน คุณเชาว์ชัย เจียมวิจิตร ประธานคณะอนุกรรมการการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ชมรมชาวหลังสวนกรุงเทพมหานคร มูลนิธิลุ่มน้ำหลังสวน สมาคมชาวจังหวัดชุมพร TSC TRADE ICL และบูรพาคอนกรีตร่วมจัดงานสัมมนาในวันนี้ 







   โดยมี รศ.ดร.บุญยิน จินาจิ้น ดร.สมยศ แสงสุวรรณ พร้อมด้วยคณะกรรมการอนุกรรมการการค้าชายแดนด้านจีนตอนใต้ ประกอบด้วย น.ส.วรารัตน์ บุตรธดา คุณฉัตรชัย เล่งอี้ คุณธนพัฒน์ ปิติวราธนกุล พร้อมด้วย คุณธีระ ยมสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกร จ.ชุมพร ดร.ฉัตรกมล มุ่งพยาบาล นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยและคุณรัชชฎาวรรณ พุทธรักษ์ ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน ร่วมงาน





















   ทางด้าน คุณเชาว์ชัย เจียมวิจิตร ประธานคณะอนุกรรมการการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้ ก็เพื่อนำข้อมูลอันมีประโยชน์มาให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดชุมพร โดยเฉพาะผลไม้ที่ส่งออกไปยังประเทศจีน เราต้องมุ่งเน้นทางด้านคุณภาพในการผลิต เพราะจะเป็นเกราะคุ้มกันในเรื่องของการรักษาการตลาดและราคาที่ผู้บริโภคชาวจีนต้องการ ที่สำคัญเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ “ผลไม้ของจังหวัดชุมพรเป็นมหานครแห่งเมืองผลไม้คุณภาพของประเทศไทยในอนาคต” เพื่อสร้างความมั่งคั่ง มั่นคงให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดชุมพรอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต.

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สืบนครบาลปิดล้อม 3 ชั่วโมง รวบเบียร์ ดอนเมืองจอมปีนฝ้า” ละเมิดเด็กหญิงอายุ 13 ปี

 สืบนครบาลปิดล้อม 3 ชั่วโมง รวบเบียร์ ดอนเมืองจอมปีนฝ้า” ละเมิดเด็กหญิงอายุ 13 ปี 



           หลบบนฝ้า” วีรกรรมสุดแสบของโจรใจหื่น หนีหมายจับคดีล่วงละเมิดเด็กสาวอายุเพียง 13 ปี ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ติดตามจับกุมตัว “เสียเหลี่ยม” ให้กับจอมโจรรายนี้หลายครั้ง แต่ล่าสุด พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ส่งชุด “หมาล่าเนื้อ” สืบนครบาล พร้อมลูกศิษย์ นักเรียนสืบสวน 110 ลงพื้นที่ตามเบาะแสปิดล้อมบ้านต้องสงสัยกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าตัวเล่นมุขเดิมปีนไปแอบบนฝ้า แต่ก็ไม่รอดจมูกหมาของ “สืบนครบาล” เปิดฝ้าก่อนจับกุมตัวได้ในที่สุด ชาวบ้านรุมประณาม “เหยื่อฆ่าตัวตาย”



           เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2566 พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ. รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศปอส.ตร. , พล.ต.ท.ธิติ สงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. , พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ , ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น , ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพร , ร.ต.อ. มนตรี เฉลิมวัฒน์  , ร.ต.อ. จิรศักดิ์ ว่องไว , ร.ต.อ. ชัยวิทย์  หาญญ์สุวรรณนทีวิทย์ , ร.ต.ท. อนันตชัย สัจจพงษ์ , ร.ต.ท. เดชาธร ชมศิริ , ส.ต.ท.จิรวัฒน์ ศรีมั่นมีชัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุด PCT5 , สืบนครบาล และเหล่านักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว



           นายพิเชษ สองพล หรือ “เบียร์ ดอนเมือง” อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 3 ตำบลบุ่งเลิศ อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีที่ 226/2566 ลงวันที่ 24 ก.ค. 66 



           ข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นยินยอมหรือไม่ก็ตามโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู๋ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้”

            โดยจับกุมตัวได้ที่ หน้าบ้านเลขที่ 63/10 ม.6 ต.บางพูด อ.เมือง จ.ปทุมธานี

พบประวัติต้องโทษคดีอาญา 3 คดี

1.วันที่ 10 ส.ค. 55 ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองฯ” พื้นที่ สภ.สามโคก

2.วันที่ 6 ก.พ. 56 ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1” พื้นที่ สภ.สามโคก

3.วันที่ 25 เม.ย. 66 ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี” พื้นที่ สภ.สวนพริกไทย (คดีนี้)



    พฤติการณ์กล่าวคือ นายพิเชษ สองพล หรือ “เบียร์ ดอนเมือง” ได้คบหากับหญิงสาวคนหนึ่ง โดยอยู่กินด้วยกัน ซึ่งบ้านอยู่ใกล้กันกับบ้านของ “เหยื่อ” เด็กหญิงสาวซึ่งอายุเพียง 13 ปี โดย นายพิเชษฯมักไปมาหาสู่และพบกันบ่อยครั้งกับเหยื่อหญิงสาวรายนี้โดยผิวเผินนั้นก็ดูเป็นเพียงผู้ใหญ่กับเด็กหญิงสาวทั่วไป หากแต่ในทุกครั้งที่ นายพิเชษฯ ได้พบกับเหยื่อหญิงสาวรายนี้ นายพิเชษฯ จะพยายามล่วงละเมิดทั้งทางกายและวาจา กล่าวคือ จะพยายามจับต้องร่างกาย ลูบขา ลูบหน้าอก หรือบางครั้งรุกรามไปถึงการล้วงอวัยวะเพศของเหยื่อหญิงสาวรายนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อสบโอกาส ซึ่งเหยื่อเด็กหญิงรายนี้ต้องทนทุกข์ทรมานใจเป็นอย่างมาก เพราะความสัมพันธ์ของผู้ล่วงละเมิดนั้นเป็นญาติใกล้ตัว ไม่สามารถจะบอกใครได้ อีกทั้งที่อยู่อาศัยยังใกล้กับบ้านของนายพิเชษฯ จำใจต้องทนทุกข์ทรมานไม่ต่างจากนรก และด้วยวัยเพียง 13 ปี ทำให้เธอ “พยายามฆ่าตัวตาย” อยู่หลายครั้ง กระทั่งญาติของเธอได้สังเกตถึงความผิดปกติจึงได้จูงมือเหยื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับในที่สุด ซึ่งเมื่อเจ้าตัวทราบได้หลบหนีไปผลุบๆโผล่ๆไม่ต่างจากผีไร้ศาล แต่ก็ยังพยายามที่จะไปดักพบกับเหยื่อหญิงสาวรายดังกล่าวอยู่ตลอด  ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการออกหมายจับ นายพิเชษฯ ในที่สุดซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่างพยายามระดมกำลังติดตามตัว นายพิเชษฯ อยู่ตลอดเพราะเข้าใจถึงหัวอกของครอบครัวเหยื่อเป็นอย่างดี หากแต่ว่าการติดตามจับกุมนั้นไม่สามารถจับกุมตัวได้สักที แม้จะสืบทราบแล้วว่าอยู่ที่ใดแต่เมื่อเดินทางไปตรวจสอบ ตัวนายพิเชษฯ ก็หายไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กระทั่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.สวนพริกไทย ได้ประสานมายัง “สืบนครบาล” ให้ช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบนครบาลพร้อม “นักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110” นักสืบรุ่นใหม่ไฟแรงลงพื้นที่ติดตามจากเบาะแสเดียวที่มีคือ “นานๆจะกลับมาหาแฟนสักครั้ง” เฝ้าแฝงตัวในชุมชน เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์กระทั่งในคืนวันที่ 28 ก.ค. 66 พล.ต.ต.ธีรเดชฯ รับแจ้งเบาะแสสำคัญว่า นายพิเชษฯ ได้กลับมาหาแฟนสาวในชุมชนอีกครั้ง ไม่รอช้า นำกำลังเข้าไปปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวทันที แต่เมื่อได้เคาะประตูเรียกปรากฏว่าภายในบ้านไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ซ้ำยังพยายามปิดไฟภายในบ้านหมดทำเสมือนว่าไม่มีคนอยู่ภายในบ้าน ชุดสืบสวนจึงนำกำลังปิดล้อมเกลี้ยกล่อมนายพิเชษฯ อยู่เป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง กระทั่งตัวแฟนของนายพิเชษฯ ได้ยอมให้ผู้นำชุมชนเข้าตรวจสอบภายในบ้าน แต่ก็ “ไร้เงา” นายพิเชษฯอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเหมือนเช่นเดิมทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ แต่แล้วสัญชาติญาณหมาล่าเนื้อของทีมสืบนครบาลไม่ธรรมดา สะกิดใจ “ขอเปิดฝ้า” ซึ่งเมื่อเปิดฝ้าดูก็โป๊ะแตก เจ้าตัว นอนขุดคู้ซ่อนตัวอยู่บนฝ้าเพดาน ซึ่งสุดท้ายเจ้าหน้าที่เกลี้ยมกล่อมจนยินยอมลงมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการจับกุมตัวตามหมายจับ โดยขณะจับกุมเหล่าชาวบ้านในชุมชนต่างให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ถึงวีรกรรมของนายพิเชษฯ ว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กหญิงอีกหลายคน



          ในชั้นจับกุม นายพิเชษ สองพล ผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนไม่ได้มีอะไรกับเด็กคนนั้นเลย โดยเมื่อประมาณปลายเดือน เม.ย. 66 ช่วงนั้นโรงเรียนปิดเทอม เด็กคนนั้นก็พักอยู่บ้านเดียวกับตน เพราะเกี่ยวข้องกันเป็นหลานของเมีย วันนั้นประมาณ 10 โมง เด็กคนนั้นก็อยู่บ้านกันสองต่อสอง ตนก็ใช่ให้ช่วยยกพัดลมเข้ามาในห้องเพราะอากาศมันร้อน เด็กคนนั้นก็ช่วยตนยกพัดลมเข้ามาในห้อง ตอนนั้นตนก็ได้แตะเนื้อต้องตัวเด็กคนนั้นไปนิดหน่อย แต่ไม่ได้ทำมิดีมิร้าย ก็มีแม่เลี้ยงของเด็กคนนั้นเข้ามาเห็นแล้วก็โวยวายว่าตนจะทำอะไรเด็กคนนั้น ตนก็บอกว่าไม่ได้ทำอะไร แต่แม่เลี้ยงก็ไม่เชื่อจะพาเด็กคนนั้นไปแจ้งความจับตน ตนก็บอกว่าอยากให้จบเรื่องโดยได้เสนอเงินให้จำนวน 15,000 บาท คุยกันไปคุยกันมาแม่เลี้ยงคนนั้นก็ไม่เอาแล้วก็พาเด็กคนนั้นไปแจ้งความ ตนจึงได้ย้ายกลับไปอยู่บ้านเก่าแถวดอนเมืองเพื่อไม่ให้เรื่องมันบานปลาย แต่ตนก็ยังยืนยันว่าไม่ได้ทำมิดีมิร้ายต่อเด็กคนนั้น” นำตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวนพริกไทย ดำเนินคดีตามกฎหมาย



         พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “จากการตรวจสอบคนร้ายรายนี้เป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีลักษณะของอาการ “ใคร่เด็ก” และยิ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเด็กหญิงรายใด ต้องถือว่าเด็กคนนั้นตกอยู่ในอันตราย  ชุดสืบสวนสามารถจับกุมผู้ต้องหาถือว่าน้องสามารถใช้ชีวิตโดยปลอดภัย  จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนคนที่ที่บุตรหลานของท่านเคยตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้ โปรดแจ้งเบาะแสมาที่เราทางเพจเฟสบุ๊ค สืบนครบาล IDMB เรามีเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง และแม้จะไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ สงสว่าง ผบช.น.”

“บิ๊กหมอก” เป็นประธานในพิธีงานฉลองโคมประทีปพระราชทาน สืบสานงานเข้าพรรษามรดกวัฒนธรรมของไทย

 “บิ๊กหมอก” เป็นประธานในพิธีงานฉลองโคมประทีปพระราชทาน สืบสานงานเข้าพรรษามรดกวัฒนธรรมของไทย 

 


นายศรพงศ์ศักดิ์ สุวรรณปรุง ที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการนายกฯรัฐมนตรีพร้อมนายอำเภอศรีเมืองใหม่ และข้าราชการได้ร่วมพิธีจัดกิจกรรมมณีนพรัตน์ราชธานีศรีสยามเทิดพระเกียรติปีที่ 2โครงการโคมประทีปสืบสานงานเข้าพรรษามรดกวัฒนธรรมของไทย” สืบสานพระศรัทธาองค์รัตนาศรีแผ่นดิน“ ภายในงานมีการ จัดกิจกรรมถวาย โคมประทีปและเทียนพรรษาเพื่อสืบสานรักษาอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของไทย ทางคณะผู้จัดงานมีมติที่ประชุม เพื่อดำเนินการขอพระราชทานพระราชานุญาต เชิญพระนามาภิไธยประจำพระองค์ประดับบน โคมประทีป จำนวน 168โคม เพื่อถวายวัดในพระพุทธศาสนา ในการนี้ คุณสุภาพัณณ์ บุราณ ได้เสนอชื่อ สำนักสงฆ์ภูยอดรวย เพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ซึ่งคณะกรรมการของสมาคมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แห่งประเทศไทย ผู้ประสานงาน ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้พิจารณาถวายแด่  พระอาจารย์อุทัย อุตตโม (

ลำดับที่ 012) เข้ารับโคมประทีปพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ค 2566 ณ พระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่กรุงเทพ ฯ จึงได้กำหนด 

จัดพิธีฉลอง โคมประทีป พระราชทานฯ และถวายเทียนพรรษา ณ. สำนักสงฆ์ภูยอดรวย ตำบลนาเลิน อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี