วันพฤหัสบดีที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.แถลงผลจุบกุม 3 คดี

 พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.แถลงผลจุบกุม 3 คดี

[ 1 ] รวบ 2 จีน ตีเนียนสวมตัวเป็นแคนาดา คา Gate

[ 2 ] จับนายหน้ารถตู้ขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีหมายจับ นาน 5 ปี นำส่งชายแดนไทย-พม่า

[ 3 ] รวบหนุ่มปากีสถานอัพโหลดภาพเปือยสาวหลังมีความสัมพันธ์ลงแอปพลิเคชัน




เมื่อเวลา 13:00 น.วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567 ณ ห้องสวนพลู (ห้องแถลงข่าว) ชั้น 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี  พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผบก.ตม.2, พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ นิลมงคล รอง ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.ณัฐกิตติ์ มีสุข ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2, พ.ต.อ.รัฐพงศ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม.และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหารายสาคัญ ใน 3 คดี มีดังนี้

[ คดีที่ 1 ] รวบ 2 จีน ตีเนียนสวมตัวเป็นแคนาดา คา Gate พร้อมหนังสือเดินทางปลอม




     กก.สส.ปป.บก.ตม.2 จับกุม MR.JIANBO (นามสมมติ) อายุ 48 ปี สัญชาติจีน และ MR.PINHUA (นามสมมติ) อายุ 49 ปี สัญชาติจีน โดยกล่าวหาว่า มีหรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมฯ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ดำเนินคดีตามกฎหมาย

     สถานที่จับกุม ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้รับการประสานจากสายการบิน EVA Air ว่าพบผู้โดยสารชาวจีนต้องสงสัยจานวน 2 คน นำหนังสือเดินทางแคนาดา มาแสดงต่อพนักงานสายการบินเพื่อจะเดินทางไปเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน แล้วเปลี่ยนเครื่องไปเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา แต่ไม่พบประวัติการเดินทางออกมาจากประเทศแคนาดามาก่อน และ ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จึงได้ไปตรวจสอบ พบคนต่างด้าวตามที่ได้รับแจ้งบริเวณทางออกขึ้นเครื่อง Gate E3 จึงได้นำหนังสือเดินทางประเทศแคนาของผู้โดยสารทั้ง 2 คน มาตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบว่าเป็นหนังสือเดินทาง แคนาดาปลอม และจากการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระพบหนังสือเดินทางจีน ที่บุคคลทั้งสองนำติดตัวมาใช้เดินทางออกจากเมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีแผนการเดินทางคือจะใช้หนังสือเดินทางแคนาดาปลอมที่ได้ซื้อมาจากเอเย่นในเมืองโคลอมโบ เพื่อขึ้นเครื่องไปเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน จุดหมายปลายทาง เพื่อลักลอบเข้าเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา





     จากการประสานงานตรวจสอบสถานภาพพลเมืองของทั้งสองคนกับ สอท.แคนาดา ประจำประเทศไทย รับแจ้งว่า ข้อมูลที่ปรากฏในหนังสือเดินทางแคนาดาของทั้งสองคน ไม่ตรงกับ ฐานข้อมูลของทางการแคนาดา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงจับกุมคนต่างด้าวทั้งสองในความผิดฐาน "มีหรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมฯ" นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

[ คดีที่ 2 ] จับนายหน้ารถตู้ขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีหมายจับนาน 5 ปี นำส่งชายแดนไทย-พม่า โดยฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้างกว่า 200,000 บาท

     กก.4 บก.สส.สตม.จับกุม นายอ่อง (นามสมมติ) อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดระนอง ที่ จ.136/2564 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 ต้องหากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากจั่น จว.ระนอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

     สถานที่จับกุมบริเวณบ้านพักริมคลองบางบอน แขวงบางบอน เขตบางบอน กรงุเทพฯ

     สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลาประมาณ 05.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ขับขี่รถพยาบาล 2 ราย โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม, และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุม โรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558” พร้อมจับกุมตัวแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 10 คน โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558”

     จากการสอบถามผู้ขับขี่ให้การรับสารภาพว่าเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 ได้รับจ้างขนแรงงานชาวเมียนมา ให้กับนายอ่อง โดยได้ขับรถไปรับนายอ่องในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อไปรับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดระนอง บริเวณปากซอยก่อนถึงโรงแรมนลิน เพลส ระนอง ประมาณ 100 เมตร และได้ร่วมเดินทางกลับพร้อมแรงงานต่างด้าว เมื่อมาถึงสี่แยกไฟแดง อ.กระบุรี จว.ระนอง นายอ่องขอลงรถอ้างว่าจะกลับไปบ้านที่ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา และได้ หลบหนีไป

     ต่อมาศาลจังหวัดระนองได้อนุมัติหมายจับ ที่ จ.136/2564 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 ให้จับนายอ่อง ในความผิด ฐาน “ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจาก การจับกุม ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558”

จากการสืบสวนของ กก.4 บก.สส.สตม. สืบทราบว่านายอ่อง ได้เข้ามาในประเทศไทยและได้มาพัก อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงได้ทาการสืบสวนจนทราบว่านายอ่อง ได้พักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งย่านบางบอน จึงได้ ทาการเฝ้าติดตามจนกระทั่งพบตัวนายอ่อง จึงได้ทำการจับกุมตามหมายจับดังกล่าว ในเบื้องต้นนายอ่องได้รับสารภาพ ว่าในช่วงที่ประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตนได้ทำหน้าที่เป็นนายหน้า ในการนาแรงงานชาวเมียนมาเข้ามายังประเทศไทย ผ่านชายแดนจังหวัดระนอง และจัดหารถตู้วิ่งรับและนำแรงงาน ชาวเมียนมาเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและกรุงเทพฯ ได้ค่าจ้าง ประมาณ 10,000 บาท/คน ซึ่งรายได้ค่อนข้างดี จึงได้เป็นนายหน้าในการหาคนเข้ามาทางานเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

     บก.สส.สตม.ได้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่านายอ่องได้ก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้าง เหตุเกิดในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ไปจำนวนหลายครั้ง ความเสียหายกว่า 2 แสนบาท จึงได้ประสาน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อทำการอายัดตัว ผู้ต้องหารายดังกล่าวต่อไป

[ คดีที่ 3 ] รวบหนุ่มปากีสถานอัพโหลดภาพเปือยสาวหลังมีความสัมพันธ์ลงแอพลิเคชั่น

     กก.4 บก.สส.สตม.จับกุมนายซาบาส (นามสมมติ) อายุ 32 ปี สัญชาติปากีสถาน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 835/2566 ลงวันที่ 12 กันยายน 2566 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

     สถานที่จับกุม หน้าหอพักในซอยรามคาแหง 24 แยก 8 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

การจับกุมผู้ต้องหารายนี้

     สืบเนื่อง บก.สส.สตม. ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงไทยรายหนึ่งว่า ได้ถูกอดีตสามีซึ่งเป็นชาวปากีสถานแอบถ่ายภาพโป้เปลือยกายของตนแล้วนำไปโพสต์ลงบน facebook และ instragram จนได้รับความอับอายและเสียหาย จึงได้สั่งการให้ กก.4 บก.สส.สตม. ทำการสืบสวนกรณีดังกล่าว จากการ สืบสวนทราบว่าชาวปากีสถานดังกล่าวคือ นายชาบาส (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา กรุงเทพใต้ ที่ 835/2566 ลงวันที่ 12 กันยายน 2566 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

     โดยนายชาบาส ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง จึงได้ไปเฝ้าติดตามจนกระทั่งพบนายชาบาส จึงได้ทาการจับกุม ตามหมายจับดังกล่าว จากการสอบถามนายซาบาส ในชั้นจับกุมให้การว่าได้ทาการสร้างเฟสอวตาร (เฟสปลอม) และ อินสตราแกรมอวตาร (ปลอม)

     จากนั้นได้นำภาพถ่ายโป๊เปลือยกายของอดีตภรรยาที่ได้แอบถ่ายไว้ไปโพสต์ลงบนโซเชียลดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นาตัวนายชาบาส ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

     จากนโยบายของ สานักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. รวมทั้ง พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจ ผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือ กลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทาความผิด

     สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สานักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ชาติ มหาชน นำกรรมการบริหารพรรคพลังปวงชนไทยเข้าพบ อดีต สว.คหบดีคนดังย่านเทพารักษ์

 ชาติ มหาชน นำกรรมการบริหารพรรคพลังปวงชนไทยเข้าพบ อดีต สว.คหบดีคนดังย่านเทพารักษ์ 



วันนื้เวลา 10.00 น.ที่สำนักงานสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย อาคารสุขอนันต์ หมู่บ้าน ศรีเจริญวิลล่า เทพารักษ์ สมุทรปราการ อ.ชาติ มหาชน นำตัวแทนกรรมการบริหารพรรคพลังปวงชนไทยชุดรักษาการ เข้าเยี่ยมคารวะขอคำปรึกษาแนะนำเรื่องแนวทางและการบริหารพรรคการเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสาธารณชนในยุคดิจิตอล กับท่านอดีตสมาชิกวุฒิสภาท่านอนันตชัย คุณานันทกุล นายกสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย,ประธานกลุ่มบริษัทสยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียลพาร์คจำกัด โดยมีคุณอาร์ต เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย ,CEO ในเครือบริษัทสยามอีสเทิร์น ให้การต้อนรับ และพาเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆของสมาคมที่ได้ดำเนินมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสมาคมฯซึ่งกิจกรรมต่างที่ได้ดำเนินการล้วนเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนโดยส่วนรวมทั้งสิ้น ทั้งยังได้นำพาชมห้องประชุม ห้องจัดงานสัมนา ห้องจัดเลี้ยงต่างๆภายในอาคารสมาคมฯที่พร้อมสำหรับการรับรองการจัดงานทุกประเภท 




 ท่าน อดีต สว.กล่าวว่า ท่านรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นักการเมืองและพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ได้มาเยี่ยมเยียนคาราวะท่านในฐานะผู้มีอาวุโสและประสบการณ์ทางด้านการเมือง เพื่อขอคำปรึกษาในด้านต่างๆ ซึ่งท่านมีความยินดีที่จะถ่ายทอดให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆที่ท่านมีความรอบรู้อยู่ ให้ทั้งหมดเพื่อนำไปพัฒนาองค์กรและบุคลากรให้มีประสิทธิภาพในด้านต่างๆให้ดียิ่งๆขึ้น กับยินดีช่วยเหลือกิจการของพรรคที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในทุกๆเรื่องที่ท่านสามารถช่วยได้




//////

 กุ้ง ปราโมทย์ เทียนทอง ศูนย์ข่าวทีวีประชาชนออนไลน์/รายงาน

"เสี่ยเล็ก โต๊ะจีนเพชรสาคร" บ้านแพ้ว จัดงานอุปสมบทบุตรชาย ยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมรายการอาหารโต๊ะจีนสุดอร่อย จัดเต็ม ถูกใจผู้ร่วมงาน

 💥"เสี่ยเล็ก โต๊ะจีนเพชรสาคร" บ้านแพ้ว จัดงานอุปสมบทบุตรชาย ยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมรายการอาหารโต๊ะจีนสุดอร่อย จัดเต็ม ถูกใจผู้ร่วมงาน 




วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ที่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 6 ต.หนองบัว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร


ก๋งวิรัช (แกะ) จันทร์บุตร ประธาน, คุณพ่อณรงค์(เสี่ยเล็กโต๊ะจีน "เพชรสาคร") ตติปาณิเทพ - คุณแม่อัญชสา(เอ๋) จันทร์บุตร, จัดงานอุปสมบทยิ่งใหญ่ให้กับบุตรชาย นายศิริชัย (อาร์ม) ตติปาณิเทพ โดยได้รับเกียรติจาก ท่านบุษย์ สิทธิพันธ์ อธิบดีอัยการภาค 7 ให้เกียรติมาเป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีกับครอบครัว "ตติปาณิเทพ และ จันทร์บุตร" พร้อมกล่าวคำขอบคุณแขกผู้มาร่วมงานและมอบพวงมาลัยให้แก่พ่อนาค โดยมี ท่านสรรเพชญ ตรีเทพ รองอธิบดีอัยการภาค 7, นายกขวัญดาว สุมนัส นายกเทศมนตรีตำบลหลักห้า ขึ้นกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงานแทนเจ้าภาพ, พร้อมด้วยนายชลอ เกิดปั้น รองนายกเทศมนตรี ตำบลหลักห้า ช่วยเหลือสนับสนุนเรื่องเต็นท์โดม พัดลมไอน้ำ ช่วยดูแลเรื่องต่างๆ, กำนันกำธร ครูประเสริฐ กำนันตำบลโรงเข้ สนับสนุนเรื่องรถไถและหิน พร้อมมาปรับพื้นที่ในงาน, นายอภินันท์ เฮงบริบูรณ์ (เฮียตี๋เสียงไทย) ช่วยดูแลงานต่างๆ, ทีมงาน ซุปเปอร์เอ มิวสิค (เครื่องเสียง เวที นักร้อง หางเครื่อง และทีมงานช่างนก-บ้านแพ้ว ทีมงานกล้อง ob โดรน ฯลฯ และอีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยนามที่ร่วมให้การสนับสนุนในงานนี้ 

   



ภายในงานมี ศิลปินนักร้องนักแสดงมาร่วมสร้างความบันเทิง อาทิ: วงดนตรี วง I Zeed ศิลปินรับเชิญวง iBoss ฯลฯ อาหารโต๊ะจีน ร่วม 200 โต๊ะ โดยทางเจ้าภาพจัดอาหารเลิศรส อาทิ: ปลาเก๋าเต้ยนึ่งบ๊วย ปลาเก๋าสามรส ขาหมูเยอรมัน หูฉลามน้ำแดง เป็ดย่างรสเลิศ ฯลฯ สุดอร่อยไว้คอยบริการต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ สร้างความปลื้มปิติให้กับ คุณพ่อ-คุณแม่ ของพ่อนาค "ศิริชัย (อาร์ม) ตติปาณิเทพ” ขออนุโมทนาบุญสาธุ...😇😇😇









#โต๊ะจีน"เพชรสาคร"บ้านแพ้ว 

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ชลบุรี พิธีไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง

 ชลบุรี พิธีไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง  

 ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง  




     วันที่ 29 ก.พ.67  ที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการปลุกเสกวัตถุมงคล ของพิธีไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง โดยภายในงานมีศิษยานุศิษย์ของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จธงชัย เข้าร่วมพิธีอย่างมากมาย มีทั้งทหาร ตำรวจ พ่อค้าประชาชน ที่มีจิตศรัทธาเข้าร่วมกันทำบุญในครั้งนี้ 







       สำหรับพิธีไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง ซึ่งในรอบ 4 ปี จะมี 1 ครั้ง คือวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ซึ่งศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ประชาชนคนชลบุรีต่างให้ความเคารพนับถือกันมาอย่างยาวนาน ด้วยความเชื่อของชาวบ้านจากรุ่นต่อรุ่น ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีเรือสินค้าขนาดใหญ่จอดเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ในหมู่ของพ่อค้าเรือสำเภาต่างชาติ ที่มีพ่อค้าชาวจีนพบว่า บริเวณภูเขาหัวเกาะสีชัง ปัจจุบันเรียกว่า เขาคยาศิระ เป็นเขาหินสูงในเวลาค่ำจะปรากฏแสงสว่างสุกใสเป็นที่น่าอัศจรรย์ จึงได้พากันสำรวจพื้นที่ และพบถ้ำซึ่งปรากฏหินรูปของเจ้าพ่อเขาใหญ่ในลักษณะนั่งประทับอยู่ จึงเกิดศรัทธาแรงกล้า และได้สักการะบนบานขอให้เจริญรุ่งเรืองทางการค้า เมื่อประสบผลสำเร็จ จึงได้ก่อสร้างเป็นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ขึ้น โดยมีหลักฐานว่ามีศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่แล้วเมื่อปี พ.ศ. 2435 จากนั้นเรื่องราวของความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าพ่อ เขาใหญ่ ได้กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง ผู้คนที่เคารพเลื่อมใสต่างพากันมาสักการะเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเชื้อสายจีน ทั้ง มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวันและจีน จนกระทั่งคนเกาะสีชังร่วมกับศิษยานุศิษย์จัดงานเทศกาลไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ขึ้น โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สักการะในเทศกาลสำคัญคือ 1.ประเพณีรับส้มและปิดฮู้เจ้าพ่อเขาใหญ่ ประมาณก่อนเทศกาลตรุษจีน 2 สัปดาห์ หรือตามฤกษ์ที่เซียนซือกำหนด 2.ประเพณีไหว้ตรุษจีนตรงกับวันตรุษจีนของทุกปี 3.ประเพณีนมัสการเจ้าพ่อเขาใหญ่ ประมาณ 45 วัน หลังเทศกาลตรุษจีน จนกลายเป็นเทศกาลสำคัญมาจนปัจจุบัน และในวันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่ประชาชนจากทั่วสารทิศ ได้เดินทางมากราบไหว้ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และทำบุญ เนื่องในวันครบรอบ 4 ปี จะมีขึ้นหนึ่งครั้ง แต่ละปีจะมีคนจีนเดินทางมากราบไหว้เป็นจำนวนมาก 

นิราช/นันทพล ทิพย์ศ ก012 ชลบุรี 0909535646


เสริมเคี้ยวเล็บ.!! กองบิน 3 จัดพิธีต้อนรับอากาศยานไร้คนขับ แบบ Dominator XP ลงจอดครั้งแรก (First Landing)

 เสริมเคี้ยวเล็บ.!! กองบิน 3 จัดพิธีต้อนรับอากาศยานไร้คนขับ แบบ Dominator XP ลงจอดครั้งแรก (First Landing)



                                                                                                                              ที่สนามบิน กองบิน3 นาวาอากาศเอก อำนาจ สิงหพันธ์ ผู้บังคับการกองบิน 3 เป็นประธานในพิธีต้อนรับอากาศยานไร้คนขับพิสัยกลางแบบ DominatorXP ซึ่งเป็นอากาศยานไร้คนขับแบบ Medium Altitude Long Endurance หรือ MALE แบบแรกของประเทศไทย  ณ ฝูงบิน 301 กองบิน 3 อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระเเก้ว เพื่อรองรับภารกิจการรบ เช่น การบินลาดตระเวนตามแนวชายแดน และภารกิจที่ไม่ใช่การรบ เช่น การค้นหาผู้ประสบภัย หรือการเฝ้าระวังไฟป่า เป็นต้น



กองทัพอากาศมีภารกิจในการเตรียมกำลังกองทัพอากาศ และป้องกันราชอาณาจักร รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับการใช้กำลังกองทัพอากาศตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ภารกิจด้านการข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน 

เป็นขีดความสามารถที่เป็นประโยชน์ในด้านการทหารและพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลตามที่ได้รับมอบหมาย







////////

ป.ป.ช. สุราษฎร์ ตรวจสอบโครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือเกาะสมุย หลังสื่อออนไลน์แจ้งเบาะแส สร้างแล้ว เรือเทียบท่าไม่ได้

      ป.ป.ช. สุราษฎร์ ตรวจสอบโครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือเกาะสมุย หลังสื่อออนไลน์แจ้งเบาะแส สร้างแล้ว เรือเทียบท่าไม่ได้

 


     ตามที่ ได้รับแจ้งข่าวจากศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ (Corruption Deterrence Center : CDC) กรณีได้รับแจ้งข้อมูลการเฝ้าระวังการทุจริตจากสื่อออนไลน์ ฟ้องโกงด้วยแซตบอต ระบุข้อความว่า “สะพานเทียบเรืออันใหม่ บริเวณหาดหน้าทอน ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรือที่ข้ามฝั่งจากสุราษฎร์ธานีและเกาะต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ เดิมวัตถุประสงค์โครงการทำเพื่อรองรับเรือเล็กที่จะไปขนถ่ายนักท่องเที่ยวจากเรือสำราญขนาดใหญ่เข้าเกาะสมุย แต่พอเอาเข้าจริง เรือที่ใช้ท่าเทียบเรือได้ต้องเป็นเรือชาวบ้านขนาดเล็ก เรือสำราญสำหรับนักท่องเที่ยวก็เทียบท่าไม่ได้” จึงเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่คุ้มประโยชน์ ซึ่งโครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวที่ท่าเรือเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีดังกล่าว อยู่ในความรับผิดชอบของกองวิศวกรรม กรมเจ้าท่า นั้น



   วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.00 น. นายเนติพล  ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการดังกล่าว โดยเข้าพบและตรวจสอบข้อเท็จจริงในรายละเอียดการก่อสร้างจาก นายอรุณ บุปผะโก ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเกาะสมุย พร้อมด้วย นายบัลลังก์  เมี่ยงบัว หัวหน้ากลุ่มวิศวกรรมทางทะเล กองวิศกรรม กรมเจ้าท่า และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ข้อมูลว่าโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์การก่อสร้างเพื่อปรับปรุงโครงสร้างท่าเรือเฟอร์รี่ และท่าเรือพร้อมอาคารรองรับเรือเล็กถ่ายลำจากเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise) และปรับปรุงระบบความปลอดภัยของท่าเรือ วงเงินงบประมาณ 212,930,000 บาท มีรายละเอียดงานก่อสร้างและปรับปรุง จำนวน 9 รายการ ในส่วนของรายการงานก่อสร้างโป๊ะเทียบเรือ มีความยาว 80 เมตร กว้าง 8 เมตร ออกแบบมาสำหรับรองรับเรือเทนเดอร์ (Tender) ซึ่งเป็นเรือที่ขนถ่าย ลำเลียง นักท่องเที่ยวจากเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise) เพื่อมาขึ้นฝั่งท่องเที่ยวบนเกาะสมุย ซึ่งโป๊ะเทียบเรือดังกล่าวออกแบบมาเพื่อเรือกินน้ำลึกไม่เกิน 2 เมตร เจ้าหน้าที่โครงการยืนยันว่าเรือเทนเดอร์ และเรือเล็กที่กินน้ำลึกไม่เกิน 2 เมตร สามารถเข้าเทียบท่าจอดได้อย่างแน่นนอน เพราะค่าเฉลี่ยเรือเทนเดอร์กินน้ำลึกที่ 1.2 - 1.5 เมตร ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์การก่อสร้างรายการดังกล่าว 



   นอกจากนี้ นายเนติพล  ชุมยวง ได้ตั้งข้อสังเกตุกรณีการก่อสร้างล่าช้าไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งเดิมกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายในวันที่ 29 ธันวาคม 2566 โดยคณะเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าชี้แจงว่า การก่อสร้างที่ล่าช้าเกิดจากผู้ว่าจ้าง (กรมเจ้าท่า) มีการสั่งหยุดสัญญาเนื่องจากมีความจำเป็นต้องปรับแบบและย้ายสถานที่ก่อสร้างโป๊ะเทียบเรือสำหรับรองรับเรือเทนเดอร์ และสถานที่ก่อสร้างที่พักคอยรองรับผู้โดยสารเรือครุย (Cruise) โดยผู้รับจ้างได้รับสิทธิ์งดหรือลดค่าปรับจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2568 แต่ผู้แทนจากกรมเจ้าท่ายืนยันจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2567 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่อไป



  ทั้งนี้ นายเนติพล  ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ของกรมเจ้าท่า ดำเนินการบริหารสัญญาโครงการก่อสร้างตามรายละเอียดขอบเขตงานและกรอบระยะเวลาอย่างเคร่งครัด และสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะติดตามตรวจสอบการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป          

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน AIA Nobel Laureates Luncheon Talk Series ในหัวข้อ “A Financial Approach to Climate Risk” โดยศาสตราจารย์โรเบิร์ต เอนเกิล เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2546

 เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน AIA Nobel Laureates Luncheon Talk Series ในหัวข้อ “A Financial Approach to Climate Risk” โดยศาสตราจารย์โรเบิร์ต เอนเกิล เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2546




 

​กรุงเทพฯ, 29 กุมภาพันธ์ 2567 - เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าจัดงาน AIA Nobel Laureates Luncheon Talk Series ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Japan-ASEAN Bridges Event Series ร่วมกับ The International Peace Foundation ในหัวข้อ “A Financial Approach to Climate Risk” โดยศาสตราจารย์โรเบิร์ต เอนเกิล เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2546 ซึ่งได้ค้นพบโมเดล Autoregressive Conditional Heteroskedasticity (ARCH) ที่นำมาใช้วิเคราะห์ความผันผวนของดัชนีหลักทรัพย์ รวมไปถึงการคิดค้น "แผนป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ" (Climate Hedge Portfolios) ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงระยะยาวที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของทุกคน เพื่อต่อยอดความมุ่งมั่นของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพชีวิตและสุขภาพการเงินที่มั่นคงอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’ ร่วมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการจากหลากหลายสถาบันที่เข้าร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพ





นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดงานอันทรงคุณค่าอย่าง AIA Nobel Laureates Luncheon Talk Series เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำถึงเป้าหมายของเราที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมกับสังคมและผู้คนอย่างน้อยหนึ่งพันล้านคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นภายในปี 2573 แน่นอนว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate change ได้กลายเป็นหนึ่งในความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและเศรษฐกิจโลก ในฐานะที่เอไอเอเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่ง ที่นอกจากจะมอบความคุ้มครองด้านชีวิตและสุขภาพแล้ว เรายังเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นด้าน ESG มาอย่างต่อเนื่องผ่านการลงทุนในหุ้น พันธบัตร และอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนั้นเรายังตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 เพื่อแสดงถึงความเป็นผู้นำด้าน ESG ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ตลอดจนทำให้เอไอเอสามารถดูแลลูกค้า ชุมชน และสังคม รวมถึงประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน




ผมเชื่อว่าการบรรยายพิเศษจากศาสตราจารย์โรเบิร์ต เอนเกิล เจ้าของรางวัลโนเบลในสาขาเศรษฐศาสตร์ในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับทุก ๆ องค์กรในการเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อจัดการกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สืบเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศ ยิ่งไปกว่านั้น เอไอเอมีความมุ่งหวังที่จะนำพาอุตสาหกรรมด้านการเงินและการประกันภัยให้มีความพร้อมมากขึ้นในการจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและในอนาคต”

​ส่วนหนึ่งจากการบรรยายของ ศาสตราจารย์โรเบิร์ต เอนเกิล เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2546 ได้อธิบายถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพ (Physical Risks) รวมไปถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากนโยบายการเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ (Transition Risks) และนัยสำคัญที่เกี่ยวข้องต่อการจัดการหลักทรัพย์ ธนาคาร การประกันภัย และข้อกำหนดต่าง ๆ รวมไปถึงความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ที่ยังถือเป็นแนวทางที่องค์กรต่าง ๆ ต้องศึกษาเพื่อหาความร่วมมือระดับโลกในการจัดการกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ


“การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศเป็นหนึ่งในตัวอย่างของความเสี่ยงระยะยาว (Long Run Risk) ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก จึงเป็นเรื่องที่ภาครัฐและเอกชนต้องหาทางออกเพื่อจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งการใช้ "แผนป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ" (Climate Hedge Portfolios) ถือเป็นเครื่องมือเพื่อป้องกันความเสี่ยง รวมไปถึงการประเมินหุ้นและผลตอบแทนจากการลงทุนอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ดี โมเดล Autoregressive Conditional Heteroskedasticity (ARCH) ยังสามารถนำมาใช้วิเคราะห์ความผันผวนของดัชนีหลักทรัพย์ และประเมินความเสี่ยงด้านการเงินและหลักทรัพย์ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์นำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อคาดการณ์ราคาหุ้นและตัวแปรทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ศาสตราจารย์โรเบิร์ต เอนเกิล กล่าว


สำหรับงาน AIA Nobel Laureates Luncheon Talk Series ครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Living to 100 ที่เอไอเอมุ่งตอกย้ำถึงการวางแผนด้านการเงินและสุขภาพระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงในช่วงสุดท้ายของชีวิต  ด้วยนวัตกรรมทางการเงินที่ตอบโจทย์เป้าหมายของลูกค้าเฉพาะบุคคล ส่งเสริมให้คนไทยมีอนาคตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’ โดยสามารถศึกษาข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.aia.co.th/th/campaigns/living-to-100/family


____


#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

RATCH จับมือ GULF นำเข้า LNG ล็อตแรกสำเร็จ ป้อนโรงไฟฟ้าหินกอง นับเป็นเอกชนรายแรกของไทยที่นำเข้า LNG ตามนโยบายเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ

 RATCH จับมือ GULF นำเข้า LNG ล็อตแรกสำเร็จ ป้อนโรงไฟฟ้าหินกอง นับเป็นเอกชนรายแรกของไทยที่นำเข้า LNG ตามนโยบายเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ

 



บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH และ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประสบความสำเร็จในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เชิงพาณิชย์เที่ยวแรกปริมาณ 62,000 ตัน ผ่านทางบริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (HKH) เพื่อป้อนโรงไฟฟ้าหินกอง หน่วยที่ 1 กำลังผลิตตามสัญญา 700 เมกะวัตต์ (MW) ที่มีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ นับเป็นเอกชนรายแรกของประเทศไทยที่นำ LNG เข้ามาในประเทศ เป็นไปตามนโยบายการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ ปูทางไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งลดความเสี่ยงในการจัดหาก๊าซธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงาน และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

 


หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้กำหนดแนวทางส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติระยะที่ 2 และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เปิดให้เอกชนสามารถขอใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper License) เพื่อจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ โดย LNG บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (HKH) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ RATCH ถือหุ้น 51% และ GULF ถือหุ้น 49% เป็น 1 ใน 8 บริษัทที่ได้รับ Shipper License ในการนำเข้า LNGปริมาณ 1.4 ล้านตันต่อปี

 



นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง จังหวัดราชบุรี มีภารกิจสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้กับระบบไฟฟ้าทางภาคตะวันตกของประเทศ   ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 ชุด ขนาดกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 1,400 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก โดยมีบริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดหาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลวที่มีคุณภาพและต้นทุนที่เหมาะสม ควบคุมดูแลและบริหารจัดการจัดส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าหินกองได้ตามแผนการผลิต ความสำเร็จในการนำเข้า LNG ล๊อตแรก ของ HKH วันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการจัดหาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติโดยผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ที่รุกเข้าสู่ธุรกิจต้นน้ำของห่วงโซ่ธุรกิจเพื่อมุ่งบริหารจัดการเชื้อเพลิง อันถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะรองรับประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตไฟฟ้าให้มีความมั่นคง และสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ เพื่อส่งมอบให้กับ กฟผ. ได้ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา 25 ปี”  

 



นางพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การที่บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด สามารถนำเข้า LNG เที่ยวแรกได้นั้น นับเป็นความสำเร็จก้าวแรกของเอกชนตามนโยบายการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติของรัฐบาล นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่มีความต้องการใช้ก๊าซ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศโดยรวม โดยทาง HKH มีแผนนำเข้า LNG ประมาณ 0.64 ล้านตันในปี 2567 เพื่อป้อนโรงไฟฟ้าหินกองทั้งหมด ทำให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้าได้”

 



“นอกจากการนำเข้า LNG เพื่อนำมาใช้กับโรงไฟฟ้าหินกองแล้ว ในอนาคต GULF จะจัดหาและนำเข้า LNG ในปริมาณรวมประมาณ 7.8 ล้านตันต่อปี เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าให้กับโครงการโรงไฟฟ้า IPP ของกลุ่มบริษัทฯ ทั้งโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) และจำหน่ายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมของโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 19 โครงการของกลุ่มบริษัทฯ รวมไปถึงกลุ่มของบริษัทปตท. จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด (PTT NGD) โดย GULF ยังมีแผนที่จะนำ LNG มาใช้บริการกับท่าเทียบเรือก๊าซและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Terminal) ของโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ซึ่งบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการนี้ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อขยายการเข้าถึง LNG ในภูมิภาคอีกด้วย” นางพรทิพา กล่าวเสริม

 

นายธนพงษ์ เจียมอนุกูลกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ”HKH มีความพร้อมด้านจัดหาแหล่งเชื้อเพลิงในรูปแบบของการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวที่มีคุณภาพและมีปริมาณที่เพียงพอ สามารถรองรับความต้องการใช้เชื้อเพลิง เพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าหินกองให้เกิดความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทได้ลงนามสัญญาซื้อขาย LNG กับ Gunvor Singapore Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Gunvor Group Ltd. บริษัทชั้นนำด้านการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทพลังงาน เพื่อเป็นผู้จัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง มีระยะเวลาสัญญา 3 ปี  ซึ่งทาง Gunvor จะได้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว ประมาณ 500,000 ตันต่อปี เพื่อส่งมอบให้แก่บริษัท โดยทาง HKH จะใช้บริการสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุดแห่งที่ 2 (LMPT 2) ของบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ในการแปรสภาพของเหลวเป็นก๊าซ และส่งเข้าระบบท่อส่งก๊าซของ ปตท.เพื่อส่งไปยังโรงไฟฟ้าหินกองต่อไป”

____


#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย