วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กลุ่มบริษัทเอไอเอ รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569 โดยตัวชี้วัดทางการเงินสำคัญเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลัก คาดการณ์ผลกำไรเติบโตเกินเป้าหมาย

 กลุ่มบริษัทเอไอเอ รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569  โดยตัวชี้วัดทางการเงินสำคัญเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลัก คาดการณ์ผลกำไรเติบโตเกินเป้าหมาย 


มูลค่าธุรกิจใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10; กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 13; มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกินต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และ เงินปันผลระหว่างกาลต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 

 


ฮ่องกง, 20 สิงหาคม 2569 - กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) มีความยินดีที่จะประกาศผลประกอบการของกลุ่มบริษัทในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยอัตราการเติบโตคำนวณบนอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น): 

 

ผลประกอบการของธุรกิจใหม่และการประเมินมูลค่าของธุรกิจ 


• มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 3,212 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยรวม และเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยไม่รวมประเทศไทย(1) 

• อัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงานบนมูลค่าธุรกิจประกันภัย (Operating ROEV) แบบรายปี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ร้อยละ 18.0 จากเดิมร้อยละ 15.8 ในปี 2568 

• ส่วนทุนตามมูลค่าธุรกิจประกันภัย (EV Equity) อยู่ที่ 83.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ต่อหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนจริง 

 

รายงานทางการเงิน (IFRS)  


• กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) อยู่ที่ 4,163 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ต่อหุ้น 

• เอไอเอ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น (OPAT per share CAGR) ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569(2) สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 9 ถึง 11 

• อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) รายปี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ร้อยละ 17.5 เพิ่มขึ้นมาจากร้อยละ 15.5 ในปี 2568 

 

การบริหารเงินทุนและการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น 


• มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) อยู่ที่ 3,935 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น 

• เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (net FSG) อยู่ที่ 2,758 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ต่อหุ้น 

• คืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก จำนวน 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผ่านการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน 

• เงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็น 53.90 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น 

 

นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า "เอไอเอยังคงสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอีกครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีการเติบโตด้วยเลขสองหลัก (Double-digit Growth) ทุกมาตรชี้วัดทางการเงินหลักของเรา พร้อมทั้งเดินหน้าส่งมอบผลตอบแทนเงินทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระดับที่มีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่องมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 คิดเป็นมูลค่า 3,212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเติบโตในทุกช่องทางการจัดจำหน่ายและทุกกลุ่มธุรกิจที่รายงานผล ยกเว้นประเทศไทย กลุ่มบริษัทสามารถสร้างอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) ได้ถึงร้อยละ 17 นับตั้งแต่ครึ่งแรกของปี 2566(3) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอันแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของลูกค้าที่มีต่อคำแนะนำจากตัวแทนและที่ปรึกษามืออาชีพของเอไอเอ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า” 

 

“หัวใจสำคัญของแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายที่โดดเด่นและเป็นผู้นำของเอไอเอ คือช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ซึ่งเราครองความเป็นผู้นำในตลาด ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เอไอเอได้รับการจัดอันดับให้เป็น บริษัทข้ามชาติอันดับหนึ่งที่มีจำนวนสมาชิก Million Dollar Round Table (MDRT) มากที่สุดในโลกอีกครั้ง เราครองตำแหน่งนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12  ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุด และยังมีจำนวนสมาชิก MDRT มากกว่าบริษัทคู่แข่งที่อยู่ในอันดับถัดไปมากกว่า 2 เท่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ของเรา สร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 11 โดยไม่รวมประเทศไทย(1) เครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของเราช่วยขยายการเข้าถึงตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 18 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างมากทั้งในช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) รวมถึงนายหน้าของเอไอเอ (Broker)” 

 

“การเติบโตของธุรกิจใหม่และการบริหารพอร์ตที่มีอยู่ด้วยความรอบคอบและมีวินัย ส่งผลให้การดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยกำไรหลังหักภาษีจากการดำเนินงาน (OPAT) ต่อหุ้นเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 13 ทำให้เรามีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้สูงกว่าเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ร้อยละ 9-11 ที่ตั้งไว้สำหรับช่วงปี 2566-2569(2) ในขณะเดียวกัน มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) ซึ่งถือเป็นมาตรวัดหลักของกลุ่มบริษัทในการวัดความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น และหลังจากหักเงินลงทุนสำหรับการสร้างธุรกิจใหม่แล้ว เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (Net FSG) ยังเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12 ต่อหุ้น สะท้อนถึงคุณภาพของธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารเงินทุนของเรา ด้วยพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตที่ดี คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติการเพิ่มเงินปันผลระหว่างกาลร้อยละ 10 เป็น 53.90 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ทางการเงินของเรากำลังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้” 

 

“เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพ โดยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระยะยาวทั่วทั้งภูมิภาคยังคงสนับสนุนความต้องการคำแนะนำด้านการเงินจากผู้เชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่นของเอไอเอในระยะยาว ผมมั่นใจว่า การดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างมีวินัยและต่อเนื่อง จะช่วยให้เอไอเอสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนของเราต่อไป” 

 

หมายเหตุ: 


(1) มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่มบริษัทไม่รวมประเทศไทย คำนวณจากการนำมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของเอไอเอ ประเทศไทย หักออกจากมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่รายงานในระดับกลุ่มบริษัท โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ของเอไอเอ ประเทศไทย ที่ใช้ในการคำนวณดังกล่าวอ้างอิงตามหลักเกณฑ์การตั้งสำรองและข้อกำหนดด้านเงินกองทุนตามกฎหมายท้องถิ่น ก่อนหักค่าใช้จ่ายส่วนกลางของสำนักงานใหญ่กลุ่ม ภาษีของศูนย์บริหารองค์กรกลุ่ม และส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (Non-controlling Interests) 


(2) เป้าหมายอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ของกำไรหลังหักภาษีจากการดำเนินงานต่อหุ้น (OPAT per Share) สำหรับช่วงปี 2566-2569 คำนวณบนสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Constant Exchange Rate Basis) และไม่รวมผลกระทบจากภาษีส่วนเพิ่มภายใต้หลักเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax) 


(3) อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่มบริษัท นับตั้งแต่ครึ่งแรกของปี 2566 คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริง (Actual Exchange Rate Basis) 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ระดมกำลังจิตอาสาป่อเต็กตึ๊ง แพ็กถุงยังชีพฉุกเฉิน มูลค่ากว่า 7 แสนบาท เร่งสมทบทีมตอบโต้ภัยพิบัติชุดแรก พร้อมกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัยชุดตอบโต้ภัยพิบัติ ชุด 2 และโรงครัวเคลื่อนที่ เร่งลงพื้นที่เสริมทัพช่วยเหลือชาวน่านทันที

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ระดมกำลังจิตอาสาป่อเต็กตึ๊ง แพ็กถุงยังชีพฉุกเฉิน มูลค่ากว่า 7 แสนบาท เร่งสมทบทีมตอบโต้ภัยพิบัติชุดแรก พร้อมกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัยชุดตอบโต้ภัยพิบัติ ชุด 2  และโรงครัวเคลื่อนที่ เร่งลงพื้นที่เสริมทัพช่วยเหลือชาวน่านทันที

.



ตามที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดน่าน เมื่อค่ำวานนี้ [วันที่ 19 สิงหาคม 69] มอบหมายให้ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ  สั่งการให้นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นำทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมอุปกรณ์ตอบโต้ภัยพิบัติ ยานพาหนะกู้ภัย กู้ชีพโฟวิล [4x4]  ยกสูง  ตู้เครื่องปั่นไฟ และเสื้อชูชีพสำหรับผู้ประสบภัย เร่งออกเดินทางสู่พื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยขณะนี้ ทีมตอบโต้ภัยพิบัติของมูลนิธิฯ อยู่ระหว่างการเข้าช่วยเหลือ อพยพประชาชน รวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในพื้นที่ประสบภัย

.





วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดทีมบรรเทาสาธารณภัยชุดตอบโต้ภัยพิบัติ [ชุดที่ 2]  กว่า 20 นาย รถสื่อสารพร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุกรุงเทพ 3 นาย และโรงครัวเคลื่อนที่ เร่งลงพื้นที่เสริมทัพชุดแรก ช่วยเหลือชาวน่าน พร้อมเปิดลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย  นำทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ  “รวมพลัง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม”  เร่งบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น อาทิ






อาหารกระป๋อง ข้าวสายพร้อมทาน ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ครีมอาบนํ้า สเปรย์กันยุง ผ้าอนามัยทิชชูเปียก ทิชชูแห้ง ไฟฉาย Led พร้อมถ่าน ถุงขยะสีดำ และชุดยาสามัญประจำบ้าน บรรจุถุงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กว่า 1,000 ชุด รวมมูลค่ากว่า 7 แสนบาท พร้อมลำเลียงสมทบให้ทีมตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำออกแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยมี อาสาสมัครมูลนิธิฯ นำโดย นางศิริพร โอภาสวงศ์  อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมบรรจุถุงยังชีพในครั้งนี้ 

.





นับตั้งแต่เกิดเหตุอุทกภัย มูลนิธิฯ ได้ส่งทีมตอบโต้ภัยพิบัติ ประกอบด้วย กู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร  พร้อมอุปกรณ์ตอบโต้ภัยพิบัติ เรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถยกสูง 4x4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ เสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ชุดยาสามัญประจำบ้าน เร่งลงพื้นที่น่าน ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทันที  พร้อมจัดตั้งกองอำนวยการฯ เพื่อประสานงานรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือในพื้นที่ และจัดตั้งโรงครัวเคลื่อนที่  * ทั้งนี้ หากผู้ประสบภัยในพื้นที่ต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ตลอด 24 ชั่วโมง  *** เพื่อความรวดเร็วในการประสานงาน เฉพาะพื้นที่ประสบภัย ขอให้ท่านเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนโทรแจ้งเหตุ  อาทิ - ชื่อ-สกุลผู้แจ้งเหตุ และเบอร์ติดต่อกลับที่สะดวก – พิกัด – จำนวนผู้ประสบภัย - รายละเอียดผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้พิการ (ถ้ามี) ***

.





มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สละแรงกาย แรงใจ  สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ  ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ และที่กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป

.

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่มีความประสงค์จะบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ แผนกบริจาคสัมพันธ์

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

.

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรวมพลังส่งต่อธารน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม