วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

พญาไท–เปาโล จับมือ Jaymart Group เปิดดีลสุขภาพเชิงรุก

 พญาไท–เปาโล จับมือ Jaymart Group เปิดดีลสุขภาพเชิงรุก 

สร้าง ‘เกราะป้องกันสุขภาพครบวงจร’ ยกระดับการรับมือไข้เลือดออกเพื่อคนไทย




เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล เดินหน้าขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ประกาศความร่วมมือกับ Jaymart Group เปิดตัวแคมเปญ “วัคซีนช่วยไทย” เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพแนวใหม่ที่ผสาน “การป้องกันโรค” ควบคู่กับ “ความคุ้มครองทางการเงิน” ช่วยให้คนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างมั่นใจ ครอบคลุม และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น


ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล นำความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวัคซีนผสานกับระบบสิทธิประโยชน์และการบริหารความเสี่ยงผ่านประกันของ เจมาร์ท อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์  เพื่อยกระดับ “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน” ให้เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน



วัคซีนที่นำเสนอในแคมเปญนี้คือวัคซีนไข้เลือดออกตัวล่าสุด (Qdenga) ครอบคลุม 4 สายพันธุ์ สามารถฉีดได้ทั้งเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ รวมถึงผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคมาก่อน โดยไม่ต้องตรวจภูมิคุ้มกัน ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อกว่า 80% และช่วยลดโอกาสการนอนโรงพยาบาลได้มากกว่า 90% โดยฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน



นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล กล่าวว่า 

“ไข้เลือดออกไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกปีเราเห็นครอบครัวคนไทยจำนวนมากต้องสลับกันลางานมาเฝ้าลูก เฝ้าพ่อแม่ที่โรงพยาบาล มีภาระค่ารักษาที่ไม่ได้วางแผนไว้ และเผชิญความกังวลที่ไม่มีใครอยากเจอ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ความร่วมมือกับ Jaymart ครั้งนี้ เราจึงไม่ได้ออกแบบแค่แพ็กเกจวัคซีน แต่ออกแบบ 'ความอุ่นใจ' ให้ครอบครัวไทย ทั้งการป้องกันและการแบ่งเบาภาระค่ารักษา เพราะเราเชื่อว่า สุขภาพที่ดีเริ่มต้นก่อนที่คนไข้จะมาถึงโรงพยาบาล”


ด้าน เจมาร์ท อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ โดย นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า 

“เจมาร์ท อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์  เชื่อว่าการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ความร่วมมือกับพญาไท–เปาโลในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโลกของสุขภาพและการเงินเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถวางแผนและรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”



สิทธิประโยชน์ “วัคซีนช่วยไทย คุ้ม x5”

นอกจากการเข้าถึงวัคซีนไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพ แคมเปญนี้ยังมอบสิทธิประโยชน์แบบครบวงจร ผ่านระบบสมาชิก Fitpoint และ JPoint ที่ผสานทั้งความคุ้มค่าและความอุ่นใจในการดูแลสุขภาพ ได้แก่


ประกันคุ้มครอง: ค่ารักษาไข้เลือดออกสูงสุด 30,000 บาท (โดย Jaymart)

Fitpoint X2: รับคะแนนสะสมเพิ่ม

JPoint โบนัส: รับเพิ่ม 100 คะแนน เมื่อสมัครสมาชิก

ผ่อน 0%: นานสูงสุด 4 เดือน (ตามเงื่อนไขบัตรที่ร่วมรายการ)

โอนคะแนนข้ามระบบ: เปลี่ยน JPoint เป็น Fitpoint เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่ารักษาพยาบาล

สิทธิประโยชน์ดังกล่าวถูกออกแบบเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันควบคู่กับการบริหารค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสม



แคมเปญ “วัคซีนช่วยไทย” เปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2569 ณ เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ทุกสาขา


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.phyathai.com ,  www.paolohospital.com ,Health Up Application, Smart Contact Center 1772 


คุ้มครองสิทธิ จัดงานระดับชาติ “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว...ทั่วถึง...และเป็นธรรม”

 คุ้มครองสิทธิ จัดงานระดับชาติ “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว...ทั่วถึง...และเป็นธรรม”




คุ้มครองสิทธิ จัดงานระดับชาติ “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว...ทั่วถึง...และเป็นธรรม...เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า : คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)”




กระทรวงยุติธรรม โดย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้มีกำหนดจัดงานระดับชาติภายใต้ชื่อ “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว...ทั่วถึง...และเป็นธรรม...เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า : คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)” ระหว่างวันที่ 6 - 7 พฤษภาคม 2569 ณ Grand Diamond Ballroom อาคาร IMPACT FORUM เมืองทองธานี




สำหรับพิธีเปิดในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมงาน อาทิ ผู้บริหารของทั้ง 20 กระทรวง กรม องค์กรระหว่างประเทศ เอกอัครราชทูต ผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคีเครือข่าย รวมผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 1,975 คน




สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มุ่งนำเสนอผลการดำเนินงานตลอด 24 ปี ในการช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ทั้งผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือจำเลยที่เป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมรับมอบนโยบายสำคัญจากนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบการเยียวยาในอนาคตให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา จำนวน 924,486 บาท พร้อมทั้งมอบโล่เกียรติคุณแก่หน่วยงานและบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิ้น 74 รางวัล




การจัดบูธนิทรรศการของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อเผยแพร่ผลงานของรัฐบาลเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม และ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ซุ้มก้าวผ่านวิกฤต...ด้วยมิตรแห่งความยุติธรรม ซุ้มเราพร้อมยืนเคียงข้างผู้บริสุทธิ์ และจะไม่หยุดช่วยเหลือเพื่อความยุติธรรม ซุ้มขอบคุณความช่วยเหลือที่รวดเร็ว...ทั่วถึง...เป็นธรรม ซุ้มเยียวยาไม่ต้องรอ ช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ซุ้มช่วยเหลืออย่างไร้พรมแดนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็น “ถอดรหัสอดีตขับเคลื่อนอนาคต : ก้าวต่อไปกับการช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นผู้บริสุทธิ์รองรับมาตรฐานสากล (Lessons Learned, Future Driven)” และการเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ “เล่าสู่กันฟัง  Best Practice ช่วยเหลือเยียวยาที่เป็นเลิศ และถอดบทเรียนสิ่งที่ถูกสะท้อนมุมมองด้านลบของการทำงาน : เพื่อพัฒนาก้าวต่อไปกับการเป็นที่หนึ่งในอาเซียน รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อนำมากำหนดทิศทางการดำเนินงานต่อไปในอนาคต”



กระทรวงยุติธรรม โดย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม (ทั้งผู้เสียหาย ผู้ต้องหา และจำเลยที่เป็นผู้บริสุทธิ์) ให้เข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว...ทั่วถึง...และเป็นธรรม โดยสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนยุติธรรม โทร. 1111 กด 77 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง “เราพร้อมยืนเคียงข้าง “ผู้บริสุทธิ์” และจะไม่หยุดช่วยเหลือเพื่อความยุติธรรม”