วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

​"กอ.รมน. ผนึกกำลังเอกชน-มวลชน ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ ส่งมอบอวนป้องกันโดรน-อุปกรณ์บำรุงขวัญ หนุนกองกำลังสุรนารีปกป้องอธิปไตย"

 



เมื่อวันที่11กุมภาพันธ์2569 พล.ท. ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (ผอ.สมท.กอ.รมน.) นำคณะผู้แทนจากกองทัพ ภาคเอกชน และมูลนิธิเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 70 ท่าน เดินทางเยือนกองกำลังสุรนารี เพื่อส่งมอบยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมให้กำลังใจครอบครัวกำลังพลอย่างใกล้ชิด




​ผนึกกำลังเสริมแกร่ง "นวัตกรรมป้องกันฐาน"

​ภายหลังการรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ความมั่นคงจาก ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี คณะฯ ได้ส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์การปฏิบัติงานจริงในปัจจุบัน โดยเฉพาะการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ดังนี้:

​ระบบตาข่ายป้องกันโดรน: อวนจำนวน 4,000 กิโลกรัม พร้อมเสาเหล็กโครงสร้าง สำหรับติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศรอบฐานปฏิบัติการ

​โครงสร้างนิรภัย: บังเกอร์ท่อปูนเสริมใยเหล็ก 40 ท่อ และกระสอบทราย 5,000 ถุง เพื่อเสริมแนวป้องกันพื้นที่เสี่ยง

​ระบบสาธารณูปโภค: ถังเก็บน้ำความจุ 2,000 ลิตร จำนวน 40 ถัง เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ห่างไกล

​สวัสดิการและความห่วงใย: ผ้าห่มกันหนาว 2,000 ผืน และเงินสนับสนุนพิเศษแก่ครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทุพพลภาพ








​เยี่ยมเยียนเชิงรุก สร้างขวัญกำลังใจแนวหน้า

​คณะฯ ได้เดินทางต่อไปยัง ปราสาทตาควาย เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณ เนิน 350 โดยได้ร่วมพูดคุย สอบถามความเป็นอยู่ และส่งมอบกำลังใจจากพี่น้องชาวไทยให้แก่ทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นแรงใจในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

​รายนามคณะผู้บริหาร กอ.รมน. และผู้ร่วมสนับสนุนภารกิจ

​ผู้แทนหน่วยงานและกองทัพ:

​พล.ท. ธนาธิป สว่างแสง (ผอ.สมท.กอ.รมน.)

​พล.ต. กุญช์ภัสร์ หาญสมบูรณ์ (ผอ.มช.สมท.กอ.รมน.)

​พล.ต. ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ (รอง ผอ.สมท.กอ.รมน./ทีมโฆษก)

​พ.อ. สุวพจน์ จุลกทัพพะ (ผช.ผอ.สมท.กอ.รมน.)

​พ.อ.หญิง พัชรี สันทาลุนัย (ทีมโฆษก สมท.) และคณะติดตามหน่วย สมท.กอ.รมน.


















​เครือข่ายภาคเอกชนและมูลนิธิพันธมิตร:

​องค์กรหลัก: บจก.สี่แสงโยธา (1979), บจก.เจแอนด์บี เทรดดิ้ง (โกลด์), บจก.กวีวรรณผลิตภัณฑ์คอนกรีต, การไฟฟ้านครหลวง (MEA), มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, มูลนิธิ ทสปช., ชมรม พคบ. และสมาคมไทยซิกข์

​คณะผู้ร่วมสนับสนุน:  คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์, คุณวิจิตร์ กนกนิตย์อนันต์,คุณวิชิต ชินวงศ์วรกุล, คุณนันทวรรณ สุขขะสันติกูล, คุณสมชาย สุขขะสันติกูล, คุณเยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี, คุณวิเชษฐ์ เกษมทองศรี, คุณวานิพรรณ เกษมทองศรี, คุณเบญจรัตน์ สิงห์สมบุญ, คุณเพิ่มศักดิ์ สิงห์สมบุญ, คุณสรัลลักษณ์ สมิตนุกูลกิจ, คุณเจตน์สฤษฏ์ สมิตนุกูลกิจ, คุณสรกฤษณ์ ปิยมนูรังษี, , คุณชัยพร กุมุทพงษ์พานิช, คุณพัชราภรณ์ มั่งทอง, คุณสุรางค์ ศรีวารีรัตน์, คุณจักรพันธ์ ธัญญศิริ, คุณเจริญ เอี่ยวสานุรักษ์, คุณกุลธนิชญ์ ภูมิสูง, คุณจีรวรรณ เพ็ชรศักดิ์, คุณดวงชุดา ติยะพจนพรกุล, นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์, คุณเรืองเพ็ชร มั่นเดชาวิริยะกุล, ดร.ฐิติ ชัยนาม, คุณหทัยทิพย์ อู่อรุณ, คุณสุวรี โคตรอาษา, น.ส. อทิตยา สวัสดี, น.ส. สายใจ สาริกานนท์, นางสุดใจ เสร็จสวัสดิ์, น.ส.พัทชนันท์ เรืองพริ้ม, พ.ต.ท. พิมพิสาร ธำรงเลาหะพันธ์, คุณธนัญญา คงมา, น.ส.ภัทราวดี มีเอกสาร, น.ส.สุกัญญา ฤทธิเดชเจริญ, คุณอภิชัย พงศานานุรักษ์, คุณภัทรียา ธรรมาธิคม, คุณพัลลภ ศรช่วย, คุณแสงอรุณ เปรมมางกูร, คุณพรพจน์ ถนัดศิลธรรม, คุณบริวัตร ลี้ไพศาลศิลป์, คุณหนึ่งอมฤต ศรีนวลจันทร์, คุณชาย จำเนียรเงิน พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิ สมท.

​การดำเนินภารกิจในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังความสามัคคีที่ไร้พรมแดนระหว่างภาครัฐและประชาชน ในการดูแลสวัสดิภาพของรั้วของชาติอย่างยั่งยืน

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

ขอขอบคุณ

คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์

ที่ปรึกษา

สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร

กยท. วางเป้า พัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมยาง ยกระดับมาตรฐานตลาดเครือข่ายฯ ทั่วประเทศ พร้อมเสริมองค์ความรู้-ประยุกต์เทคโนโลยีการทำสวนยาง

 กยท. วางเป้า พัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมยาง ยกระดับมาตรฐานตลาดเครือข่ายฯ ทั่วประเทศ พร้อมเสริมองค์ความรู้-ประยุกต์เทคโนโลยีการทำสวนยาง 




การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมยาง มุ่งยกระดับตลาดเครือข่ายฯ ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่การป้อนองค์ความรู้ - เทคโนโลยีในสวนยาง พัฒนาศักยภาพชาวสวนยาง เพิ่มคุณภาพผลผลิตยาง สร้างความมั่นคงทางรายได้อย่างยั่งยืน




นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร ปฏิบัติงานแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กยท. ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมาได้ขยายตลาดเครือข่ายตลาดกลางยางพาราครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ให้ชาวสวนยางเข้าถึงระบบซื้อขายยางผ่านตลาดกลางยางพาราของ กยท. ซึ่งปัจจุบัน กยท. สามารถขยายตลาดเครือข่ายฯ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แล้วจำนวน 901 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.พ. 69) บรรลุเป้าหมายการขยายตลาดเครือข่ายฯ ตามแผนที่วางไว้ สำหรับปีนี้ กยท. จะเน้นการยกระดับและพัฒนาตลาดเครือข่ายฯ ทุกแห่งให้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยจะจำแนกกลุ่มตลาดเครือข่ายฯ (Grading) ตามศักยภาพ เพื่อให้สามารถวางแนวทางเข้าไปสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพตลาดเครือข่ายฯ แต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสมและตรงจุด โดยแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ A, B, C, D และ E ซึ่งพิจารณาจากปริมาณและความถี่ของการซื้อขายยางผ่านตลาด ระบบการบริหารจัดการภายใน และผลการดำเนินงานในภาพรวม เป็นต้น จากนั้นจะนำข้อมูลรายละเอียดของตลาดเครือข่ายฯ เข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทางการสนับสนุนให้สอดคล้องกับศักยภาพแต่ละระดับ อาทิ กลุ่มตลาดเครือข่ายฯ ระดับ A ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปริมาณการซื้อขายยางผ่านตลาดในระดับสูง จะเน้นสนับสนุนด้านการขยายช่องทางการจำหน่ายยาง รวมถึงส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากการทำอาชีพเสริมร่วมยาง ในขณะที่กลุ่มตลาดเครือข่ายฯ ระดับ E ซึ่งเป็นตลาดเครือข่ายฯ กลุ่มตั้งต้น จะเน้นสนับสนุนอุปกรณ์จัดการผลผลิตให้ได้คุณภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการตลาด และการพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้ชาวสวนยางมีช่องทางการขายยางผ่านตลาดเครือข่ายฯ มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ได้รับราคาที่เป็นธรรม ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับศักยภาพของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร





นายโกศล กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากยกระดับตลาดยางเครือข่ายฯ ทั่วประเทศแล้ว กยท. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของชาวสวนยางซึ่งถือเป็นกลุ่มต้นน้ำในระบบยางพารา เพื่อให้เกษตรกรมีการจัดการสวนยางอย่างเป็นระบบ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านยางพารา โดยใช้ศูนย์เรียนรู้ยางพาราและแปลงถ่ายทอดเทคโนโลยีของ กยท. เป็นแหล่งเรียนรู้และพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีสมัยใหม่แก่ชาวสวนยาง เปิดโอกาสให้ชาวสวนยางได้เข้ามาเรียนรู้จากประสบการณ์จริงผ่านแปลงสาธิต  ปรับแนวคิด-เปลี่ยนรูปแบบการทำสวนยางสู่การบริหารจัดการที่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ทรัพยากร และศักยภาพมากขึ้น รวมถึงโมเดลสวนยางอารยเกษตร ที่ผสานศาสตร์สากลหรือเทคโนโลยี ร่วมกับการจัดการสวนยางแบบผสมผสาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะครูยางอาสา ผ่านการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตยางเพื่อส่งต่อความรู้ใหม่ๆ สู่เกษตรกรชาวสวนยางได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเกิดประโยชน์สูงสุด






ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.