วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เอสซีจีเปิดประตู ‘องค์กรแห่งโอกาส’ ขยายเวที “Possibilities Space for Young Talent Program 2026“ ให้เจน Z ‘เรียนรู้’ ‘ปล่อยแสง’ ‘แข่ง Pitch’ พิชิตโจทย์ตลาดจีน

 เอสซีจีเปิดประตู ‘องค์กรแห่งโอกาส’ ขยายเวที “Possibilities Space for Young Talent Program 2026“ ให้เจน Z ‘เรียนรู้’ ‘ปล่อยแสง’ ‘แข่ง Pitch’ พิชิตโจทย์ตลาดจีน 

 


เอสซีจีประกาศผล 4 ทีมสุดแกร่งที่คว้ารางวัลจาก ‘Possibilities Space for Young Talent Program 2026’ แพลตฟอร์มการสร้างผู้นำที่จะเป็นกำลังสำคัญของธุรกิจและสังคมในอนาคต ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (Experiential Learning) จากการทำงานร่วมกับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์ที่ปรึกษา และการทำงานข้ามศาสตร์ (Multidisciplinary Collaboration) ภายใต้โจทย์สุดท้าทายที่นักศึกษาต้อง ‘วางกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจกับประเทศจีน’ โดยผู้ชนะทั้ง 4 ทีม ได้แก่ ทีม 9 (Q2P) พลิกหินหลักร้อยสู่ผงหลักพัน /    ทีม 3 (มุ่งเป็น) ‘Certified Upstream Enabler’ เบื้องหลังห่วงโซ่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีน / ทีม 10 (ชีวาชีวาย) แพลตฟอร์มและนวัตกรรมสีเขียวเพื่อรับมือโลกที่ร้อนขึ้น และทีม 8 (มาเก๊า 888) รุกตลาดนิวซีแลนด์ ลดผูกขาดด้วย Ocean Strategy 



ปีม้าไฟ 2026 ผ่านมาได้ครึ่งปี โลกยังคงเผชิญทั้งความผันผวนและความไม่แน่นอน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ การค้าการลงทุน แต่ ‘จีน’ กลับยิ่งมีบทบาทและก้าวสู่ชาติมหาอำนาจที่โดดเด่นขึ้นในเวทีโลก โดยเฉพาะความล้ำหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสู่ความยั่งยืน ร่วมกับการปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อรับมือ Climate Change กอปรกับเอสซีจีมอง ‘จีน’ เป็นหนึ่งในตลาดกลยุทธ์ที่ครอบคลุมโอกาสด้านนวัตกรรม การลงทุน และ Supply Chain ระดับโลก ยิ่งทำให้ ‘จีน’ เป็นประเทศเนื้อหอมที่จะเข้าไปคว้าโอกาสทางธุรกิจ  



ในปีนี้ เอสซีจีและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงร่วมกันจัดทำโครงการ ‘Possibilities Space for Young Talent Program’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยโจทย์ของการ Pitching ปีนี้ มุ่งไปที่การพัฒนาธุรกิจกับจีน โดยกำหนด 4 โจทย์ให้เลือกวางกลยุทธ์ ได้แก่ 1) Minerals China Market China 2) Market Entry & Expansion Strategy 3) China Globalization in SE Asia และ 4) China as a High-Quality Sourcing Hub  


เพราะเชื่อว่า ‘คน’ คือหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ  องค์กรที่เติบโตมายาวนานกว่า 113 ปี อย่างเอสซีจี  จึงผลักดันโครงการ ‘Possibilities Space for Young Talent Program’ เพื่อขยายผลแนวคิด ‘องค์กรแห่งโอกาส’ กลยุทธ์บริหารคนที่ส่งเสริมให้ Passionate People หรือคนที่มุ่งมั่น ทุ่มเท และมองหาโอกาส มีพื้นที่หรือเวทีปล่อยพลัง แสดงศักยภาพ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน  


จากที่เคยรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปีที่ผ่านมา  ปีนี้โครงการได้ขยายโอกาสให้กว้างขึ้น โดยเปิดรับนิสิต-นักศึกษาคณะต่างๆ จากหลากหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จาก 3 ช่องทาง มาร่วมหลักสูตรเข้มข้นภายในระยะเวลา 7 สัปดาห์  ได้แก่  



1. นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันการศึกษาที่เป็นพันธมิตรหลักของโครงการ 

2. นิสิตนักศึกษาในโครงการฝึกงานของเอสซีจี Excellent Internship Program (EIP) ที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าฝึกประสบการณ์จริงกับเอสซีจีภาคฤดูร้อนเป็นเวลา 2 เดือน และเลือกต่อยอดประสบการณ์ด้วยการเข้าร่วมโครงการ Possibilities Space เพื่อท้าทายศักยภาพของตนเองเพิ่มเติม 

3. นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วไป (Open Application) ซึ่งมีผู้สมัครเข้าร่วมโปรแกรมหลายร้อยคนจากทั่วประเทศ โดยมีเพียง 30 คนที่มีศักยภาพโดดเด่นผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมโครงการ 

 

โดยในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการ Possibilities Space for Young Talent Program 2026 รวม 98 คน  

ซึ่งเอสซีจีได้จัดผู้เข้าร่วมออกเป็น 12 ทีม โดยแต่ละทีมประกอบด้วยนักศึกษาหลากหลายสาขาวิชา อาทิ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ศิลปศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เพื่อจำลองการทำงานจริงที่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามศาสตร์ในการแก้โจทย์ธุรกิจ ส่งเสริมการทำงานร่วมกันแบบ Multidisciplinary Collaboration เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้นำองค์ความรู้และมุมมองที่แตกต่าง มาผสานกันในการวิเคราะห์ปัญหา พัฒนาแนวคิด และออกแบบโซลูชันสำหรับโจทย์ธุรกิจจริง 

 

• มากกว่าการแข่งขัน คือการสร้าง "พื้นที่แห่งโอกาส" ให้คนรุ่นใหม่ 


ภายใต้แนวคิด "องค์กรแห่งโอกาส" (Organization of Possibilities) เอสซีจีเชื่อว่าการพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ต้องเปิดโอกาสให้ได้ลงมือทำกับโจทย์ธุรกิจจริง ได้ทำงานร่วมกับผู้คนที่หลากหลาย และได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์จริง Possibilities Space for Young Talent Program 2026 จึงเป็นมากกว่าโปรแกรมอบรมหรือเวทีแข่งขันนำเสนอแผนธุรกิจ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ เติบโต และค้นพบศักยภาพของตนเอง ผ่านประสบการณ์สำคัญ 6 ด้าน ได้แก่ 


1. โอกาสเรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริง (Action Learning) เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแก้โจทย์เชิงธุรกิจของเอสซีจี ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด ลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนาโซลูชันที่สามารถต่อยอดได้จริง 

2. โอกาสทำงานร่วมกับคนต่างศาสตร์ (Multidisciplinary Collaboration) สร้างประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายสาขา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างแนวคิดใหม่ผ่านการทำงานเป็นทีม 

3. โอกาสเรียนรู้จากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ (Mentorship) ได้รับคำแนะนำจากผู้บริหารเอสซีจี ผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์ เพื่อพัฒนาแนวคิดให้ตอบโจทย์ธุรกิจและตลาดมากขึ้น 

4. โอกาสแสดงศักยภาพและเรียนรู้จากประสบการณ์ (Shining & Learning) เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมทดลอง นำเสนอ รับฟังความคิดเห็น และพัฒนาตนเองผ่านการลงมือทำจริง 

5. โอกาสต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพ (Career Opportunity) ได้สัมผัสการทำงานจริงกับเอสซีจี พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การร่วมงานและพัฒนาแนวคิดให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต 

6. โอกาสพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future-ready Skills) เสริมสร้างทักษะสำคัญสำหรับโลกอนาคต ทั้ง AI, Business Thinking, ESG และการทำงานในบริบทระดับนานาชาติ 

 

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “สิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดจากโครงการไม่ใช่รางวัลที่ได้รับ แต่คือการได้บทเรียน (Lesson Learned) ที่เกิดขึ้นจากการลงมือทำจริง การกล้าคิด กล้าลอง และการเรียนรู้จากความผิดพลาด ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  Possibilities Space for Young Talent Program 2026 จึงเป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงโลกการศึกษาเข้ากับโลกธุรกิจ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และเตรียมความพร้อมสู่การเป็น Future Workforce ที่พร้อมสร้างคุณค่าให้กับองค์กร สังคม และประเทศในอนาคต” 

อีสท์ วอเตอร์ จับมือ อจน. ศึกษา "Water Reuse" ยกระดับการบริหารจัดการน้ำสู่อนาคตที่ยั่งยืน

 อีสท์ วอเตอร์ จับมือ อจน. ศึกษา "Water Reuse" ยกระดับการบริหารจัดการน้ำสู่อนาคตที่ยั่งยืน 

 


บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ โดย นายบดินทร์ อุดล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และ องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) โดย นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย ผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) เรื่อง "การร่วมศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ของประเทศไทย" เพื่อหนุนความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ รองรับการเติบโตของเมือง อุตสาหกรรม และการลงทุนแห่งอนาคต  

 



การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานศักยภาพในการยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำของประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งตอบโจทย์ความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงภัยแล้ง และความต้องการใช้น้ำที่พุ่งสูงขึ้นจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น Data Center, อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และเซมิคอนดักเตอร์ โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันศึกษาเทคโนโลยีการปรับปรุงคุณภาพน้ำและการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานร่วมกับท้องถิ่น เพื่อให้เกิดระบบบริหารจัดการน้ำที่นำไปปฏิบัติได้จริง 



 

นายบดินทร์ อุดล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อีสท์ วอเตอร์ เปิดเผยว่า การบริหารจัดการน้ำยุคใหม่ต้องมุ่งเน้นความคุ้มค่าตลอดทั้งระบบ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การนำน้ำบำบัดกลับมาใช้ใหม่ช่วยลดการพึ่งพาน้ำธรรมชาติและสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยประสบการณ์โครงข่ายน้ำครบวงจรในพื้นที่ EEC ของอีสท์ วอเตอร์ จะช่วยต่อยอดให้โครงการนี้เสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม 

 


นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย เสริมว่า ภารกิจหลักของ องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) ในการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อผสานกับความเชี่ยวชาญของ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ จะช่วยขับเคลื่อนการศึกษาทั้งด้านเทคนิคและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในระยะยาว 

 


ความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของประเทศ มุ่งสู่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามมาตรฐานสากล