วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สืบ 4 รวบหญิงลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 2,500 ชิ้น

 สืบ 4 รวบหญิงลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 2,500 ชิ้น



ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ สุรัตนสิงห์ สารวัตรกองกำกับการสืบสวน บก.น.4 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าจับกุม น.ส.มัณฑนา อายุ 32 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 2,535 ชิ้น



การจับกุมเกิดขึ้นภายในห้องพักแห่งหนึ่ง ซอย 20 มิถุนา แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา


สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ บนแอปพลิเคชัน X (ทวิตเตอร์เดิม) จึงได้วางแผนสั่งซื้อสินค้าเพื่อตรวจสอบ เมื่อได้รับพัสดุและเปิดตรวจสอบ พบว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจริง จึงขยายผลสืบสวนจนทราบเส้นทางการจัดส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน



ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนสามารถระบุตัวผู้เกี่ยวข้องและสถานที่ต้นทางของสินค้า ก่อนวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบนางสาวมัณฑนานำพัสดุมาวางรอให้บริษัทขนส่งเข้ารับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบภายในกล่องเป็นบุหรี่ไฟฟ้า



จากการสอบถาม ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้บรรจุสินค้าใส่กล่องเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าที่สั่งซื้อผ่านออนไลน์ และยังมีบุหรี่ไฟฟ้าเก็บไว้ภายในห้องพักอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นเพิ่มเติมและตรวจยึดของกลางทั้งหมด



เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเกี่ยวกับการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาเติม อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงความผิดตามกฎหมายศุลกากร และกฎหมายสรรพสามิต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงแหล่งที่มาของสินค้าต่อไป 

//

“สายสืบหมอนทอง” ลุยชุมชนอุดมสุข บุกทลายแหล่งมั่วสุมยา-พนัน รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดสล็อต-ไอซ์

 “สายสืบหมอนทอง” ลุยชุมชนอุดมสุข บุกทลายแหล่งมั่วสุมยา-พนัน รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดสล็อต-ไอซ์



        “น.1 สั่งทลายแหล่งมั่วสุมยาเสพติดเยาวชน ติดหลังโรงเรียนในชุมชนอุดมสุข 30  สืบเนื่องจาก ศอ.ปส.น. ได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ปกครองว่าบุตรของตนไม่ยอมกลับบ้าน อ้างไปโรงเรียนทั้งที่เป็นปิดเทอม แต่ทราบว่าไปมั่วสุมกับเพื่อนเกเรภายในชุมชนอุดมสุข 30 และมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด ค้นพบเครื่องสล๊อต 2 เครื่อง

        พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. วางแผนเข้าตรวจค้นจับกุมผู้กระทำความผิดแต่พื้นที่มีการเฝ้าระวังบุคคลแปลกหน้าอย่างเข้มงวด ทำให้การสืบสวนมีความยากลำบาก ชุดสืบสวนจึงต้องปรับแผน ใช้วิธีอำพรางเป็นรถจำหน่ายทุเรียนเพื่อเข้าถึงพื้นที่เป้าหมาย จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้สำเร็จ



           วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติด พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นรามินทร์ เทพจักรินทร์ ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช น 

, พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) เปิดปฏิบัติการ “ทุเรียนพ่นพิษ” เข้าตรวจค้นชุมชนหลังโรงเรียน ซอยอุดมสุข 30 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ภายใต้แผนปฏิบัติการอำพรางตัวเป็นพ่อค้าทุเรียน เพื่อแฝงตัวสืบสวนในพื้นที่เป้าหมาย



          การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.  , พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ และ พล.ต.ท. กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์  ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่มุ่งปราบปรามยาเสพติดในชุมชน โดยเฉพาะแหล่งมั่วสุมของเยาวชน หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบจำหน่ายยาเสพติดชักชวนเยาวชนในช่วงปิดภาคเรียนเข้ามามั่วสุมสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน



         จากการสืบสวนพบว่า แหล่งมั่วสุมดังกล่าวมีผู้ถูกเรียกขานว่า “บังดำ” เป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดและเปิดให้บริการตู้สล็อต โดยมีการตั้งราคายาเสพติดในระดับต่ำเพื่อจูงใจเยาวชนในพื้นที่อุดมสุข 30 และอยู่ติดโรงเรียน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้วางแผนอำพรางโดยใช้รถกระบะดัดแปลงเป็นรถจำหน่ายทุเรียน เข้าจอดบริเวณหน้าบ้านเป้าหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่แฝงตัวอยู่ภายในรถเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งเวลา 17.30 น. พบตัวผู้ต้องสงสัยอยู่ภายในบ้าน จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นพื้นที่



ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ได้แก่


1. ชายไทย อายุ 42 ปี (นายบังดำ) ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย อยู่ระหว่างขยายผลในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด

2. หญิงไทย อายุ 32 ปี (น.ส.เมย์) ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต

3. หญิงไทย อายุ 43 ปี (น.ส.พร) ถูกแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง และเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย



พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่


* ตู้สล็อตแมชชีน จำนวน 2 เครื่อง

* ยาเสพติดประเภทไอซ์ และอุปกรณ์การเสพจำนวนหนึ่ง


นอกจากนี้ ภายในสถานที่ยังพบบุคคลอีกรวม 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุ 15 ปี จำนวน 3 ราย โดยจากการตรวจสอบไม่พบสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นให้การว่าเข้ามาเล่นเกมกับเพื่อน เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามขั้นตอนคุ้มครองเด็กและเยาวชนต่อไป


จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาบางรายให้การรับสารภาพ โดยระบุว่าตู้สล็อตเป็นของบุคคลอื่นนำมาติดตั้งโดยแบ่งรายได้ ขณะที่ยาเสพติดมีไว้เพื่อเสพเอง ส่วนประเด็นการชักชวนเยาวชนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม


เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นชุมชนแออัด มีทางเชื่อมหลายจุด ทำให้ผู้กระทำผิดสามารถหลบหนีได้ง่าย อีกทั้งมีการเฝ้าระวังบุคคลแปลกหน้าอย่างเข้มงวด ส่งผลให้การสืบสวนก่อนหน้านี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก จนกระทั่งมีการปรับแผนใช้อำพรางเป็นรถขายทุเรียน จึงสามารถเข้าถึงพื้นที่และจับกุมได้สำเร็จ


ภายหลังการจับกุม มีประชาชนในพื้นที่จำนวนมากออกมาสังเกตการณ์ และตัวแทนชุมชนได้เข้าขอบคุณเจ้าหน้าที่ สะท้อนถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากแหล่งมั่วสุมดังกล่าว


เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางนา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป


พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า  “พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นชุมชนมีทางเข้าออกหลายจุด และมีการเฝ้าระวังบุคคลแปลกหน้าอย่างเข้มงวด ทำให้การสืบสวนเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชุดสืบสวนจึงต้องปรับแผน ใช้วิธีอำพรางเป็นรถจำหน่ายทุเรียนเพื่อเข้าถึงพื้นที่เป้าหมาย จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้สำเร็จ



       กลยุทธ์ดังกล่าว นอกจากทำให้ผู้กระทำผิดไม่สามารถไหวตัวได้ทันแล้ว ยังเป็นการออกแบบปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนในชุมชนเป็นสำคัญ

      ถึงแม้ปริมาณยาเสพติดที่ตรวจยึดได้จะไม่มาก แต่ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และช่วยลดแหล่งมั่วสุมที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในชุมชน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

       ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลมายังเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม”


ทั้งนี้ ตำรวจขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1386 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยในชุมชนอย่างยั่งยืน