วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สางปมคน-ช้างป่านครนายก! “อังกูร” เปิดเวทีระดมทุกภาคส่วน วางแผน 20 ปี ลดสูญเสีย สร้างสมดุลคนอยู่ได้ ช้างอยู่รอด

 สางปมคน-ช้างป่านครนายก! “อังกูร” เปิดเวทีระดมทุกภาคส่วน วางแผน 20 ปี ลดสูญเสีย สร้างสมดุลคนอยู่ได้ ช้างอยู่รอด



นครนายกเดินหน้าแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างจริงจัง เปิดเวทีระดมสมองทุกภาคส่วน วางแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว 20 ปี หวังสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ช้างป่ากับความปลอดภัยของประชาชน ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างยั่งยืน



เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมดาหลา โรงแรมรอยัลฮิลล์ ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่จังหวัดนครนายก โดยมีผู้แทนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หน่วยงานราชการ ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน องค์กรเครือข่ายด้านสัตว์ป่า และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง



พล.ต.ต.อังกูร กล่าวว่า ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์เข้ามาหากินในชุมชนไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ในระยะสั้น แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเป้าหมายให้ “คนและช้างป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย”



แนวทางสำคัญประกอบด้วย การจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและระบบแจ้งเตือนภัย การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภาคประชาชน การผลักดันช้างกลับคืนสู่ผืนป่า การใช้ผังตำบลจัดโซนพื้นที่ปลอดภัย ตลอดจนรณรงค์ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เป็นอาหารโปรดของช้าง เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และสับปะรด ในพื้นที่เสี่ยง



นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งฟื้นฟูแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และโป่งภายในพื้นที่ป่าและอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะพื้นที่เชื่อมต่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อดึงดูดให้ช้างอาศัยอยู่ในป่าลึก ลดการออกมาหากินบริเวณชุมชน รวมถึงทบทวนการใช้ประโยชน์ที่ดินและป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำหรือเส้นทางสัญจรดั้งเดิมของช้างป่า


“การแก้ปัญหาช้างป่าต้องทำอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนระยะยาว 20 ปี เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” พล.ต.ต.อังกูร กล่าว


ด้าน คุณโซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่รอยต่อป่าเขาแก้ว ตำบลสาริกา และพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอเมืองนครนายก ยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่ช้างป่าออกมาหากินพืชผลทางการเกษตร ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง



สาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่า การขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม และพืชเศรษฐกิจที่กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของช้างป่า ทั้งกล้วย อ้อย และผลไม้หลายชนิด จนทำให้ช้างบางโขลงเกิดพฤติกรรมออกนอกป่ามาหากินเป็นประจำ


ที่ประชุมยังได้เสนอแนวทางรับมือเชิงรุก ทั้งการจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังระดับชุมชน

เพิ่มประสิทธิภาพระบบแจ้งเตือนภัย การฟื้นฟูแหล่งอาหารและแหล่งน้ำภายในป่า รวมถึงการสร้างความรู้ให้ประชาชนเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตนเมื่อเผชิญหน้ากับช้างป่า



โดยหากพบช้างป่าบนท้องถนน ควรหยุดรถในระยะห่างอย่างน้อย 30 เมตร หากช้างเดินเข้าหาให้ตั้งสติและถอยรถออกอย่างช้าๆ หลีกเลี่ยงการใช้เสียงดัง จุดประทัด หรือทำร้ายช้าง เพราะอาจกระตุ้นให้ช้างเกิดความเครียดและพุ่งเข้าทำร้ายได้


ทั้งนี้ พล.ต.ต.อังกูร ยังได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงาน ภาคเอกชน และองค์กรเครือข่ายที่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมแสดงความหวังว่าผลจากการหารือครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ปัญหาช้างป่าของจังหวัดนครนายกอย่างยั่งยืนในอนาคต

//

สมัชชาสงฆ์ไทยฮ่องกง นำคณะสงฆ์ ร่วมชาวไทยในฮ่องกง สวดมนต์ถวายในหลวง ราชินี หน้าหลวงพ่อพระใหญ่นอนปิง

     สมัชชาสงฆ์ไทยฮ่องกง นำคณะสงฆ์ ร่วมชาวไทยในฮ่องกง สวดมนต์ถวายในหลวง ราชินี หน้าหลวงพ่อพระใหญ่นอนปิง 




   สมัชชาสงฆ์ไทยเขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมพลังชาวไทย ร่วมสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ลานแปดเหลี่ยม หลวงพ่อพระใหญ่เทียนถาน เกาะลันเตา ฮ่องกงโดยมีการจัดกิจกรรมร่วมกันเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ในการร่วมกันสืบสานพระพุทธศาสนาให้เป็นแสงนำแห่งการดำเนินชีวิตตามรอยพระพุทธองค์สืบต่อไป




   เมื่อวันนี้ 7 มิถุนายน 2569 พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม เผยว่าสมัชชาสงฆ์ไทยในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย พระครูสังฆรักษ์พิมล ปัญญาพโล (หลวงตาผ่อง) เจ้าอาวาสวัดพุทธวิปัสนาธรรม ซั้นซวี้น ได้นำคณะพระภิกษุสงฆ์พุทธศาสนิกชนญาติโยม ที่อาศัยในฮ่องกงและเดินทางจากประเทศไทย ร่วมกันสวดมนต์และเจริญจิตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ลานแปดเหลี่ยม หน้าหลวงพ่อพระใหญ่เทียนถาน (Tian Tan Buddha) ตั้งอยู่ที่ราบสูงนองปิง (Ngong Ping) ภายในวัดโป่วหลิน ((Po Lin Monastery) เกาะลันเตา โดยมีชาวไทยและชาวฮ่องกงที่นับถือศาสนาพุทธ ร่วมกันโดยพร้อมเพรียง 



    จากนั้นพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวงฯ ได้นำคณะผู้ร่วมพิธีรวมกันเดินเวียนเทียนรอบฐานหลวงพ่อพระใหญ่เทียนถาน เนื่องในโอกาสของวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและได้รับการยกให้เป็นวันสากลโลก โดยมีผู้ที่เข้ามากราบไหว้ขอพรมงคล ในพื้นที่วัดโป่วหลิน ได้มีการนำดอกไม้ธูปเทียนบูชาและภาวนาจิตให้สงบ 3 รอบ 



    หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สมัชชาสงฆ์ไทยในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการประสานงานระหว่างสมาชิกซึ่งประกอบด้วยกันหลายวัดและมีคณะพระภิกษุสงฆ์ที่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกได้มีการขับเคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติพร้อมกับมีการเป็นศูนย์กลางให้คนไทยในต่างแดนได้มีโอกาสในการร่วมกันจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ และร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เป็นที่ประจักษ์ในสังคมในการทำให้เกิดความผาสุกโดยใช้หลักพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตสืบต่อไป 



   สำหรับหลวงพ่อพระใหญ่เทียนถาน หรือจะรู้จักกันอีกชื่อ คือพระใหญ่อนปิง เป็นที่นิยมของคนไทยที่จะเดินทางไปกราบไหว้บูชาและขอพรเพื่อความเป็นมงคลในชีวิต โดยเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร ที่มีความสูง 34 เมตร สร้างจากสัมฤทธิ์ หนักกว่า 250 ตัน ใต้ฐานเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา หากผู้มาเยือนต้องการกราบถึงฐานของหลวงพ่อพระใหญ่เทียนถาน ต้องเดินขึ้นันได 268 ขั้น มีความงดงามและตั้งอยู่บนที่สูงจึงมีอากาศเย็นสบายและมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมความงดงามตลอดทั้งปี