วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2562

"กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำถุงยังชีพ"มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ"เร่งช่วยเหลือเด็กหญิงวัย12 ปีครอบครัวฐานะยากจน อาศัยในบ้านพุพัง!!



"กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำถุงยังชีพ"มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ"เร่งช่วยเหลือเด็กหญิงวัย12 ปีครอบครัวฐานะยากจน อาศัยในบ้านพุพัง!!

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2562 เวลา11.00 น.โดยพ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัด ป.ข.ร.ท.ณัฐดนัย สุขทวี เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.จังหวัด ป.ข.พื้นที่ อ.ปราณบุรี จ.ส.อ.ไชยา อยู่ชมบุญ เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.จังหวัด ป.ข.พื้นที่ อ.สามร้อยยอด น.ส.รัชนีกร เยาวมาลย์ ผอ.รร.บ้านวังวน นายสุชิน สังข์ทวี สมาชิก สอบต.หมู่ที่ 8 ต.หนองตาแต้ม นายพรศักดิ์ อินทร์มี ผช.นักพัฒนาชุมชน อบต.หนองตาแต้ม ปาณิสรา ศรีอุทา หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการและพัฒนาชุมชน อบต.หนองตาแต้ม นายธนพงศ์ นาคเงิน ผญ.บ้านหมู่ที่ 8 บ้านวังวน นางชูชีพ นิลดำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านวังวน






เข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวเด็กหญิงกันติชา ศรีเลิศ อายุ12 ปี บ้านเลขที่452 หมู่ที่ 8 บ้านวังวน ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มารดาชื่อนางสุมิตรา เกลี้ยงมลทิน บิดาชื่อนายสุเทพ พุกกะหรีด มีฐานะยากจนบ้านอยู่อาศัยผุพัง เมื่อฝนตกไม่สามารถหลบฝนได้ต้องใช้ ถุงพลาสติกอุดรูรั่วและสภาพบ้านไม่มีห้องน้ำต้องอาศัยบ้านข้างเคียง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือพร้อมได้มอบถุงยังชีพจาก"มูลนิธิพระราหู โครงการใจถึงใจ"โดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันพร้อมอุปกรณ์ในการจัดสร้างห้องน้ำ และได้กล่าวให้กำลังใจแก่ครอบครัว หากผู้ใหญ่ใจดีที่ีมีความประสงค์ให้การช่วยเหลือติดต่อได้ที่ ผอ.รร.เบอร์ 0852957649

#ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จว.ประจวบคีรีขันธ์!!






"กอ.รมน.จว.ขอนแก่น!!จัดพิธปิดโครงการอบรมค่าย "ศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" จังหวัดขอนแก่น รุ่นที่ 6 !!



"กอ.รมน.จว.ขอนแก่น!!จัดพิธปิดโครงการอบรมค่าย "ศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" จังหวัดขอนแก่น รุ่นที่ 6 !!

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.62 เวลา11.00 น. พ.อ.คณธัช ชนะกาญจน์ รอง ผอ. รมน.จังหวัดขอนแก่นมอบหมายให้ พ.อ.สมศักดิ์ สงทามะดัน ฝสธ. ประจำผู้บังคับบัญชา สน.ปรมน. ทบ.ภาค 2 เป็นผู้แทนร่วมพิธีปิดโครงการอบรมค่าย "ศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" จังหวัดขอนแก่น รุ่นที่ 6 ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดขอนแก่นที่1อ.เมือง จว.ขอนแก่น




โดยมี ดร.อลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน ในพิธีปิด ผู้เข้ารับการอบรมฯ 106 คน เข้ารับการอบรมตั้งแต่วันที่ 18-29 มิ.ย. 2562​ การอบรมประกอบด้วยการบำบัดฟื้นฟูด้านร่างกาย จิตใจ สังคม 9 วัน และกิจกรรมคืนคนดีสู่สังคม (เตรียมความพร้อมสู่สังคม) 3วัน รวม 12 วัน ตามหลักสูตรมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดโดยคณะวิทยากรจาก สสจ.ขก และครูฝึกจาก กองร้อย อส.จ.ขก.ที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ ดังนี้


1. มีผู้สมัครเข้าศึกษาต่อ กศน.จ.ขก. จำนวน 12 คน
2. สมัครงานผ่าน สนง.คุมประพฤติฯสนง.จัดหางานจังหวัดขอนแก่น และบริษัท จ๊อบบีเคเค จำกัด จำนวน 63 คน
3. ยื่นขอรับความชาวเหลือทุนประกอบอาชีพ จาก สนง.ปปส.ภ.4 จำนวน 23 คน

ทั้งนี้ ได้มอบเกียรติบัตรให้ผู้เข้าอบรมที่มีการพัฒนาตนเองดีเด่น จำนวน 4 รางวัล ประกอบด้วย ดีเด่นระดับเพชร,ทอง,เงิน,ทองแดง และรางวัลกลุ่มสีดีเด่น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการพัฒนาตนเองต่อไป!!

#ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จว.ขอนแก่น!!

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กร การกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไรฯ ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว”



มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
และ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด  จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กร
การกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไรฯ ระดับชาติ ครั้งที่ 4
ภายใต้แนวคิด รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว



 (29 มิถุนายน 2562 ; สมุทรปราการ) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด  จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรการกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไร (มูลนิธิ/สมาคม) ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว”  เพื่อสร้างองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ งานการแพทย์ฉุกเฉินและงานกู้ภัยขององค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไร และเพื่อสร้างความเข้มแข็งและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไรในการพัฒนาการกู้ชีพกู้ภัยของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งในภาวะปกติและภาวะภัยพิบัติ โดยมี  คุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  เรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ นางจรัส ใยเยื่อ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี นายนพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช กรรมการและผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน มูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน ภาคีเครือข่ายองค์กรการกุศลด้านกู้ชีพ กู้ภัย ทั่วประเทศ จำนวน 437 องค์กร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน  4,000 คน และอาสากู้ภัยกัลยาณมิตรจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ  วิทยาเขตบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ



ภายในงาน ได้จัดให้มีการแถลงนโยบาย และทิศทางการดำเนินงานการแพทย์ฉุกเฉิน  การป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย และการสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด   นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมฐานผจญภัย การออกร้านอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย และการแสดงจากอาสากู้ภัย และอาสาศิลปินจิตอาสา การเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้  เพิ่มพูนประสบการณ์แก่ผู้ร่วมงานในหัวข้อ การบูรณาการ และการพัฒนางานกู้ชีพกู้ภัยในอนาคต


พิเศษ สำหรับปีนี้ คณะทำงานได้จัดมีการจัดฐานการแข่งขันแรลลี่  ที่มีเนื้อหาควบคู่กับการเสวนาภายในห้องประชุมช่วงบ่ายในหัวข้อเดียวกัน คือ การจัดการกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่พิเศษ”  เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้เข้าเรียนรู้ รับองค์ความรู้ในช่วงเช้า และเป็นฐานการแข่งขัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแข่งขันเชิงปฏิบัติการ เพื่อเป็นการแสดงพลัง ความสามัคคี ของกู้ชีพกู้ภัย ภายใต้แนวคิด จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว

รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง : โทร  086-854-1418
รัตติยา     โต๊ะสัน   (บี)   ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร  (ไทย) โทร 086-386-0257
เตือนจิต     พุฒิพงศ์โภไคย (ส้ม)   ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร  (ไทย) โทร 089-694-6935 

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2562

กก.2 บก.สส.สตม. ระดมกวาดล้างคนต่างด้าวกระทำผิด จับผู้ต้องหาจีนหนีคดีบ่อนการพนันออนไลน์ หลบซุกไทย อีกรายตรวจสอบร้านสปาสำหรับผู้ชาย จับกุมหมอนวดต่างด้าวหลายราย






กก.2 บก.สส.สตม. ระดมกวาดล้างคนต่างด้าวกระทำผิด
จับผู้ต้องหาจีนหนีคดีบ่อนการพนันออนไลน์ หลบซุกไทย
อีกรายตรวจสอบร้านสปาสำหรับผู้ชาย จับกุมหมอนวดต่างด้าวหลายราย

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอยู่ในประเทศไทย  กระทำผิดกฎหมาย  ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ


สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม.พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 รรท.รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี  ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญ จำนวน 2 คดี
จากการที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม.ได้กำชับให้ทุก บก. ระดมกวาดล้างการกระทำผิดของคนต่างด้าวที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นที่กระทำความผิด หรือก่อคดีแล้วอาศัยไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน  โดยประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งของไทย และหน่วยงานระหว่างประเทศ ผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติจีน ซึ่งได้กระทำความผิดข้อหาเปิดบ่อนการพนันออนไลน์ แล้วหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย และยังจับกุมต่างด้าวลักลอบทำงานร้านนวดใจกลางกรุงเทพมหานครได้อีกหลายราย


รายที่ 1 : รวบจีนหนีคดีข้อหาเปิดบ่อนการพนันออนไลน์
กก.2 บก.สส.สตม. จับกุม นายฉาง ยี่เฟย (MR. ZHANG YIFEI) อายุ 32 ปี สัญชาติจีน ซึ่งทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหมายจับในความผิดฐานข้อหาลักลอบเปิดบ่อนการพนันออนไลน์ ร่วมกับเพื่อนร่วมแก๊งค์อีก 17 คน ซึ่งถูกตำรวจจีนจับกุมตัวได้หมดแล้ว แต่นายฉาง ยี่เฟย ได้หลบหนีออกจากประเทศจีน ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ   จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. สามารถสืบสวนจนพบและจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองภูเก็ต จว.ภูเก็ต ซึ่งการกระทำผิดนี้ทางการประเทศจีนเกิดความเสียหายมูลค่าประมาณ 400 ล้านหยวน (2,000 ล้านบาท)
-2-

รายที่ 2 จับต่างด้าวลักลอบทำงานหมอนวด ร้านนวดและสปาสำหรับผู้ชาย
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 กก.2 บก.สส.สตม. ได้เข้าตรวจสอบร้านนวดสปา ภายในซอยสวนพลู หลังจากได้รับการร้องเรียนว่ามีต่างด้าวลักลอบทำงานเป็นหมอนวด จากการตรวจสอบพบว่าเป็นร้านนวดแผนไทย และสปา เปิดให้บริการสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ โดยหมอนวดต่างด้าวเป็นชายทั้ง 15 คนจะนั่งรอลูกค้าผู้มาใช้บริการอยู่ในห้องกระจกที่มองเห็นได้จากล็อบบี้ เมื่อลูกค้าพอใจหมอนวดคนใดก็จะเรียกออกมาใช้บริการนวดในห้องที่เตรียมไว้ จากการตรวจสอบพบว่าคนต่างด้าวมีทั้งชาวเวียดนาม เมียนมา ลาว และกัมพูชา ทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตทำงาน และมีจำนวน 2 คน ที่วีซ่าหมดอายุ จนท.กก.2 บก.สส.สตม.จึงได้แจ้งข้อหา และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

       พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง  ยังกล่าวด้วยว่า คนต่างด้าวที่ต้องการทำงานในประเทศไทยต้องลงทะเบียนกับกระทรวงแรงงาน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะออกวีซ่าประเภท แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ให้ และงานที่ทำนั้นต้องไม่เป็นงานต้องห้ามที่สงวนไว้สำหรับคนไทย ต้องไม่แย่งอาชีพคนไทย ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะได้ระดมกวาดล้าง จับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สตม. จับคนต่างชาติตามหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL)



สตม. จับคนต่างชาติตามหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL)

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์
ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ


วันนี้ (28 มิถุนายน 2562) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์       สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์     รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม. ได้แถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญซึ่งได้รับการประสานงานจาก สอท. สาธารณรัฐเช็ก ประจำ      ประเทศไทย และสำนักงานฝ่ายกิจการต่างประเทศและกลุ่มประเทศนอร์ดิค (เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, นอร์เวย์ สวีเดน และไอซ์แลนด์) ขอให้ สตม. สืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งได้กระทำความผิดแล้วหลบหนีคดีมาพำนักในประเทศไทย จำนวน 2 ราย ดังนี้
รายที่ 1 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. โดย ว่าที่ พ.ต.อ.วัชรพล     กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ, พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก.1 บก.สส.สตม.  พร้อมกำลัง จับกุม MR.DAVID SYKORA (นายเดวิด ซิโคร่า) อายุ 38 ปี สัญชาติเช็ก ถือหนังสือเดินทางหมายเลข 45298837 ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของทางการสาธารณรัฐเช็ก โดยมีหมายจับยุโรปออกโดยศาลแขวงกรุงปราก     เขต 1 สาธารณรัฐเช็ก เลขที่ 9T82/2016 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2562 ในคดีลักทรัพย์โดยการบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน มีพฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 MR.DAVID SYKORA  (นายเดวิด ซิโคร่า) ได้บุกรุกเข้าไปในร้านกิ๊ฟต์ช็อปและขโมยสินค้าต่างๆ ไปรวมมูลค่า 3,790 โครูนาเช็ก (ประมาณ 5,200 บาท) ทั้งนี้ MR.DAVID SYKORA (นายเดวิด ซิโคร่า) ได้เคยก่อคดีลักทรัพย์และศาลแขวงกรุงปรากเขต 2 ตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 34 เดือน มาก่อนหน้านี้แล้ว


MR.DAVID SYKORA (นายเดวิด ซิโคร่า) เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2562 ประเภทวีซ่า ผ.30 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 7 ก.ค. 2562 การอนุญาตยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.  สตม. จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และควบคุมตัวไว้ที่ กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร
รายที่ 2 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. โดย ว่าที่ พ.ต.อ.วัชรพล     กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ, พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก.1 บก.สส.สตม.  พร้อมกำลัง จับกุม MR.AKI PETRI JOHANNES VARTIAINEN (นายอาคี เพททรี โยเฮนเนส วาเทียเนียน) อายุ 39 ปี สัญชาติฟินแลนด์ ถือหนังสือเดินทางหมายเลข FP1581429 ซึ่งสำนักงานฝ่ายกิจการต่างประเทศและกลุ่มประเทศนอร์ดิค (เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, นอร์เวย์ สวีเดน และไอซ์แลนด์) ได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติประเทศฟินแลนด์ ขอความร่วมมือจากทางการไทยในการจับกุมและส่งตัวกลับไปยังประเทศฟินแลนด์ เนื่องจาก MR.AKI PETRI JOHANNES VARTIAINEN (นายอาคี เพททรี โยเฮนเนส วาเทียเนียน) ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 12 วัน




-2-

ในข้อหามียาเสพติดในครอบครองและจำหน่ายสารฮอร์โมนต้องห้าม และมีหมายจับตำรวจสากลว่าเป็นที่ต้องการตัวโดยทางการฟินแลนด์ พฤติการณ์คือ MR.AKI PETRI JOHANNES VARTIAINEN (นายอาคี เพททรี โยเฮนเนส    วาเทียเนียน) ได้รับเป็นเทรนเนอร์เพาะกายในประเทศฟินแลนด์ ได้ครอบครองยาเสพติดและจำหน่ายสารฮอร์โมนและสารเร่งการเจริญเติบโตต้องห้ามให้กับลูกค้า 



MR.AKI PETRI JOHANNES VARTIAINEN (นายอาคี เพททรี โยเฮนเนส วาเทียเนียน) เดินทางเข้ามาใน   ประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ประเภทวีซ่าคนอยู่ชั่วคราว (NON-90) ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 23 ก.ย. 2562 การอนุญาตยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.สตม. จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร       ตามมาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และควบคุมตัวไว้ที่ กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร

สตม. รวบคนจีนมีประวัติคดีปลอมผล DNA ขอทำบัตรประชาชนไทย




สตม. รวบคนจีนมีประวัติคดีปลอมผล DNA ขอทำบัตรประชาชนไทย

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมายก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ


สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล  แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รรท.รอง ผบช.สตม. สั่งการให้  พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วิญญู  อำนวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม. , พ.ต.อ.พงษ์นคร นครสันติภาพ รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ปฏิญญา  จีรชนาสิน ผกก.4 บก.สส.สตม. เฝ้าติดตามสถานการณ์ กลุ่มองค์กร บุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทย จนสามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้


กก.๔ บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน ราย MR.YUNYONG   HE หรือ นายโอภาส เหอ ซึ่งบุคคลดังกล่าวเคยถูกดำเนินคดีในข้อหา ความผิดต่อเจ้าพนักงาน (แจ้งความอันเป็นเท็จ),
ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร (ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม) อีกทั้งยังเป็นบุคคลต้องห้ามตาม มาตรา๑๒ (๖),(๗) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ถูกบันทึกข้อมูลในบัญชีบุคคลเฝ้าดูของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักร เมื่อปี พ.ศ.2559
ต่อมา  MR.YUNYONG   HE หรือ นายโอภาส  เหอ  ได้เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักร  โดยใช้ชื่อ MR.AN  HE  สัญชาติจีน ผ่านช่องทาง ทอ.อู่ตะเภา ตม.จว.ระยอง บก.ตม.๓ เมื่อวันที่ ๒๗ เม.ย. ๒562 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ ๒๕ มิ.ย.๒562  (วีซ่านักท่องเที่ยว (๖๐ วัน) ต่อมาได้ขออยู่ต่อ


ในราชอาณาจักร ถึงวันที่ ๒๕ ก.ค.๒562 โดยการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด จากการตรวจสอบภาพถ่ายการเดินทางของบุคคลต่างด้าวในระบบ PIBICS พบว่าบุคคลดังกล่าวมีลักษณะตำหนิรูปพรรณคล้ายคนเดียวกัน
ต่อมาวันที่ 26 มิ.ย. 2562 เวลาประมาณ 19.20 น. เจ้าหน้าที่ กก.๔ บก.สส.สตม. ได้ไปทำการตรวจสอบพบบุคคลดังกล่าว และได้เชิญตัวมาที่ กก.๔ บก.สส.สตม. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว  ปรากฏว่า  MR.AN  HE  ให้การยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นบุคคลคนเดียวกันกับ MR.YUNYONG  HE  จึงได้พาตัว MR.AN HE ไปสแกนลายพิมพ์นิ้วมือ พบว่ามีประวัติเป็นผู้ต้องกักของ กก.๓ บก.สส.สตม. จริง โดย MR.AN  HE  ได้ให้การยอมรับว่าตนเป็นบุคคลเดียวกันกับ นายโอภาส เหอ  ซึ่งตนได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาความผิดต่อเจ้าพนักงาน (แจ้งความอันเป็นเท็จ),ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร (ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม) ซึ่งได้รับโทษจำคุก 11 เดือน เมื่อพ้นโทษแล้วจึงถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักร เมื่อกลับประเทศจีนแล้วจึงได้เปลี่ยนชื่อและทำหนังสือเดินทางใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่และเดินทางเข้ามาประเทศไทยหลายครั้ง จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตรวจสอบพบในครั้งนี้




กก.4 บก.สส.สตม. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บุคคลดังกล่าวเป็นภัยต่อสังคมและประชาชน อันเป็นพฤติการณ์  ซึ่งเป็นบุคคลต้องห้ามตาม ม.๑๒ (๖) และ (๗) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒  อันเป็นพฤติการณ์ที่สมควร
เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือมัณดาวีต์ กรุ๊ป ครองใจนักเดินทาง จัดแคมเปญสุดพิเศษฉลองลูกค้าครบ 30 ล้านราย คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานกรรมการบริหารสูงสุด บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน)


เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือมัณดาวีต์ กรุ๊ป ครองใจนักเดินทาง
 จัดแคมเปญสุดพิเศษฉลองลูกค้าครบ 30 ล้านราย
คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานกรรมการบริหารสูงสุด บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือมัณดาวีต์ กรุ๊ป (15 บริษัท 1 สมาคม) และคุณมยุรี ตันติภนา เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President  สายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวแคมเปญโปรโมชั่นสุดพิเศษ ร่วมกับบัตรเครดิตทุกประเภทของธนาคารกรุงเทพ ในโอกาสฉลองครบ30 ล้านราย โดยมีนักแสดงชื่อดังอย่าง ครีม-เปรมสินี รัตนโสภา,  ภาณุ สุวรรณโณ และ รัญดภา มันตะลัมพะ ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยว ท่ามกลางเหล่ากลุ่มลูกค้า สมาชิก และแขกผู้มีเกียรติร่วมงานคับคั่ง ในงานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 51 ณ ไบเทคบางนา






คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานกรรมการบริหารสูงสุด บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือมัณดาวีต์ กรุ๊ป  กล่าวว่า บริษัทเราดำเนินธุรกิจมายาวนาน 20 ปี จนเติบโตปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 500 คน  มีบริษัทในเครือมัณดาวีต์ กรุ๊ป (15 บริษัท 1 สมาคม) ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้ามาตลอด ทำให้  ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 30 ล้านราย โดยธุรกิจในเครือมีดังนี้ Mandawei co.,Ltd เป็นบริษัทให้การดูแลการค้าระหว่างไทย-จีน และคู่ค้าของบริษัทในเครือรวมถึงบริษัทสมาชิกสมาคมฯทั้งหมด, บริษัท มัณดาวีต์ทัวร์ จำกัด เป็นบริษัททัวร์รายแรกของโลกที่ทำทัวร์ในรูปแบบแพ็คเกจ ที่สามารถซื้อได้ในร้านสะดวกซื้อ ราคาถูกและมีคุณภาพ, บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด บริการจองห้องพักโรงแรมผ่านออนไลน์ และเป็นบริษัทในไทยที่เป็นบริษัท (จำกัด) มหาชน, บริษัท เอส-แพลนเนต จำกัด ให้บริการด้านพัฒนาซอฟแวร์ทั้งเวปไซต์และแอปพลิเคชั่นบนมือถือและเป็นที่ปรึกษาด้านโซเชียลมีเดีย, บริษัท มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด ให้บริการด้านโรงแรมในรูปแบบพูลวิลล่า ที่แรกและที่เดียวในอ่าวนางโดยมีที่พักเหมาะสำหรับครอบครัว, MWT Marketing Pte. Ltd ดำเนินการเที่ยวกับ






ต่อยอดธุรกิจการ่วมทุน ช่องทางการตลาด การระดมทุนการเงิน การหากำไรให้ธุรกิจในเครือทั้งหมด, บริษัท เอ็มวี เทรดดิ้ง คอเปอร์เรชั่น จำกัด ประกอบกิจการด้านการซื้อ-ขาย ทั่วประเทศ รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, บริษัท อ่าวนาง ซีวีว คอนโด จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมีเนียม รวมถึงรวบรวมอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศไทย, บริษัท จิรากานา จำกัด ให้บริการด้านคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งทางเรือและบริการรถตู้ นำเที่ยวทัวร์ทะเล เรือเหมาลำ กรุ๊ปสัมมนาและศึกษาดูงาน, บริษัท อ่าวนาง ซีวีว รอยัลโฮเทล จำกัด ทำธุรกิจด้านการโรงแรม ดีไซน์โดดเด่นและทันสมัย มีห้องพักหลากหลายรูปแบบพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน, บริษัท อินทิเกรทเต็ด ซิสเต็ม ซอฟท์แวร์ จำกัด ทำธุรกิจทางด้านไอทีให้คำแนะนำออกแบบพัฒนาซอฟท์แวร์และเป็นที่ปรึกษาการวางระบบบริหารงานด้านต่างๆ, บริษัท การบิน สวัสดี จำกัด บริการจองตั๋วเครื่องบิน ร่วมมือกับสายการบินชั้นนำต่างๆในไทย และกำลังวางแผนพัฒนางานสายการบิน, 2N CLINIC เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและการบริการเป็นมืออาชีพ เรื่องการดูแลความสวยความงามและให้บริการต่างๆ, สมาคมธุรกิจบริการและผลิตภัณฑ์ผสมผสาน เป็นการรวมกลุ่มจากหลากหลายอาชีพเพื่อเป็นตัวแทนพัฒนาธุรกิจ SMEs สู่ความเป็นเลิศ, บริษัท นทีทองธาร จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และการดำเนินการบริหารสินทรัพย์แบบครบวงจร, บริษัท สวัสดี ดอทคอม จำกัด ดำเนินการเกี่ยวกับการบริการด้านการเชื่อมต่อระบบการค้าแบบ OTA การรับบุ๊คกิ้ง การจองห้องพัก

 สำหรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ที่บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน)     ร่วมกับบัตรเครดิตทุกประเภทของธนาคารกรุงเทพ ในโอกาสฉลองครบ30 ล้านรายนั้น เรามีกิจกรรมภายในงานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 51 ณ ไบเทคบางนาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน 499 บาท ตามคำเรียกร้องที่เปิดเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวเฉพาะในงาน, แพคเกจที่จำหน่ายครั้งแรกในราคา 1,888 บาท พักกินเที่ยวที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 20  ปี, ลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ที่มาร่วมงานแจกกระเป๋าเดินทาง แจกตั๋วเครื่องบิน แจกทอง มีมูลค่ารวมมากกว่า10 ล้านบาท พร้อมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย อาทิ แพคเกจเที่ยวญี่ปุ่นฟรี แพ็คเกจเที่ยวต่างประเทศฟรี แพคเกจรับเงินคืน และแพคเกจอื่นๆ ภายในงาน ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 มิถุนายน 2562
แคมเปญสุดพิเศษนี้ เป็นการมอบสิทธิประโยชน์ทางลูกค้า ที่สร้างความแตกต่างจากที่อื่น และจะช่วยสร้างแบรนด์ในเครือเว็บสวัสดีจำกัดมหาชน และบริษัทในเครือมัณดาวีต์กรุ๊ป (15 บริษัท 1 สมาคม)    ให้เป็นผู้นำทางด้านการให้บริการท่องเที่ยวที่ครองใจนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ติดตามข่าวสารของเราได้ที่ www.prasitjeawkok.com  และดูรายละเอียดแพ็คเกจทัวร์ได้ที่ http://www.mandaweetour.com

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2562

เจ้าของโครงการก่อสร้างโรงแรมริเวอร์ การ์เด้น ต้นเหตุเครนถล่มใส่โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ บางรัก นำกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยมอาการเด็กนักเรียน พร้อมขอโทษผู้ปกครองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ญาติเหยื่อระบุเรื่องคดีปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ




เจ้าของโครงการก่อสร้างโรงแรมริเวอร์ การ์เด้น ต้นเหตุเครนถล่มใส่โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ บางรัก นำกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยมอาการเด็กนักเรียน พร้อมขอโทษผู้ปกครองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ญาติเหยื่อระบุเรื่องคดีปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2562 ที่ห้อง 2304 ชั้นที่ 23 โรงพยาบาลเลิดสิน อาคารกาญจนาพิเษก นายวรพล อุดมโชคปิติ ผู้บริหาร บริษัท บางกอก ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด (Bangkok Hospitality) เจ้าของโครงการก่อสร้างโรงแรมริเวอร์ การ์เด้น (River Garden) ได้นำกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ พร้อมขอโทษผู้ปกครอง เพื่อให้การเยียวยาค่ารักษาพยาบาลของนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเครนก่อสร้างหักโค่นหล่นใส่หลังคาโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์





นายวรพล เปิดเผยว่า ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมาระดับหนึ่ง หลังการเข้าเยี่ยมและพูดคุย พอได้ทราบว่า อาการของน้องนักเรียนดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ก็ยังไม่สบายใจซะทีเดียว เพราะไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุ ทางบริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ส่งพนักงานเข้ามาดูแลน้องนักเรียนทุกวัน เพื่อให้ทางผู้ปกครองและน้องสบายใจ ว่าเราเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง หลังจากนี้จะหาเวลาเข้าพบผู้ปกครองของน้อง เพื่อพูดคุยถึงเรื่องการเยียวยา เนื่องจากขณะนี้ตัวผู้ปกครองติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด จึงให้น้าของเด็กมาดูแลแทน






ส่วนเรื่องความช่วยเหลือต่างๆ ที่เราดูแลแล้วเช่น เรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาที่โรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆเราก็ได้ดูแลในเบื้องต้น เรื่องค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเราจะดูแลตลอดเวลา ยืนยันว่าจะรับผิดชอบช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงกังวล




ส่วนเรื่องจะมีการดำเนินก่อสร้างโครงการต่อไปหรือไม่นั้น ขณะนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดเราต้องเยียวยา ดูแลจิตใจผู้ได้รับบาดเจ็บ ดูแลจิตใจครอบครัวของเด็ก คุณครู โรงเรียน โบสถ์ ตนว่าเราทำตรงนั้นให้เสร็จก่อน หลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องดูแล ต้องมีการพูดคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

ขณะที่นางสาวบุญเรือง ซึ่งเป็นน้าของนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า บรรยากาศการพูดคุยกันในวันนี้เป็นไปด้วยดี หลังเกิดเหตุทางเจ้าของโครงการก็เข้ามาดูแล มีความจริงใจที่จะรับผิดชอบ ส่วนตัวแล้วไม่รู้สึกติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะว่าเหตุการณ์มันเกิดไปแล้ว เราคงไม่สามารถไปย้อนเวลาไม่ให้มันไม่เกิดได้ มัวแต่ทะเลาะกันไปมา มันก็ไม่ได้อะไร ส่วนเรื่องของคดีก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ เรื่องของการรักษาก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ ส่วนอาการของน้องโดยรวมดีขึ้นหมดแล้ว เพียงแต่ว่าต้องรอการฟื้นฟูสักระยะ เพราะว่าส่วนที่ได้รับความกระทบกระเทือนคือสมอง ต่อให้ภายนอกแข็งแรงแล้วแค่ไหน แต่ข้างในยังต้องใช้เวลา