วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565

"รพ.ค่ายรามราชนิเวศน์ มทบ.15 ดำเนินการซ้อมแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน“ M (Mass) C (Casualty) I (Incident) ซักซ้อมอุบัติเหตุหมู่ 2565 "

 "รพ.ค่ายรามราชนิเวศน์ มทบ.15 ดำเนินการซ้อมแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน“ M (Mass) C (Casualty) I (Incident) ซักซ้อมอุบัติเหตุหมู่ 2565 "



เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 เวลา 13.30 น.-16.00 น.โดย พันโท พันธ์ศักดิ์ โสภารัตน์

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายรามราชนิเวศน์ ได้นำทีมแพทย์ และทีมฝ่ายการรักษาพยาบาล ดำเนินการซ้อมแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน

“M (Mass) C (Casualty) I (Incident) ซักซ้อมอุบัติเหตุหมู่ 2565 ” เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง 







สำหรับการซักซ้อมแผนปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อประเมินความพร้อมของบุคลากร เจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการใช้งาน และความพร้อมของโรงพยาบาลค่ายรามราชนิเวศน์ในการรับมือกับอุบัติเหตุที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากรวมทั้งเป็นการซักซ้อมในเรื่องของการประสานงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ทันท่วงที ผลการปฏิบัติเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อสายธาร ลงพื้นที่มอบโลงศพบริจาคแก่วัดที่ขาดแคลนภาคอีสาน และภาคใต้ รวม 5 จังหวัด

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อสายธาร ลงพื้นที่มอบโลงศพบริจาคแก่วัดที่ขาดแคลนภาคอีสาน และภาคใต้ รวม 5 จังหวัด

.




ระหว่างวันที่ 24 – 29 กันยายน 2565 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ จัดทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ นำโดย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่มอบโลงศพที่ได้รับจากการทำบุญบริจาค มอบให้กับวัดที่ขาดแคลน รวม 9 แห่ง 5 จังหวัด  ประกอบด้วย 

วัดบ้านพระ วัดหนองตะลุมปุ๊ก อำเภอเมือง วัดหนองตาแก้ว อำเภอปากช่อง วัดหัวทำนบ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา  วัดหนองแวงศรัทธาธรรม อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ วัดใหม่สำราญรมย์ อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี วัดป่าพรหมนิมิต อำเภอวังหิน วัดบ้านคอกเลข อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ และวัดปากน้ำชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร รวมจำนวนโลงศพทั้งสิ้น 920 ใบ โดยวัดปากน้ำชุมพร  มูลนิธิฯ ได้มอบผ้าดิบ จำนวน 500 ผืน หมวกกุยเล้ย  จำนวน 100 ใบ และหมวกสามสี จำนวน 100 ใบ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 755,000 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เพื่อช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตที่ยากไร้ และผู้เสียชีวิตที่ไร้ญาติ

.

.




สำหรับวัด สำนักสงฆ์ และหน่วยงานสาธารณกุศลที่ขาดแคลนโลงศพเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โทร 0-2225-0020 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ในวัน – เวลาราชการ

.



มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ได้ร่วมกันทำบุญบริจาค ทรัพย์ สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลของมูลนิธิฯ ตลอดมา ทำให้มูลนิธิฯ สามารถขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”



ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

รัฐมนตรีเกษตรไทย-ซาอุดีอาระเบีย เห็นพ้องพัฒนากลไกความร่วมมือด้านการเกษตร เสริมความมั่นคงทางอาหาร และสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชน

 รัฐมนตรีเกษตรไทย-ซาอุดีอาระเบีย เห็นพ้องพัฒนากลไกความร่วมมือด้านการเกษตร เสริมความมั่นคงทางอาหาร และสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชน



ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ (30 ก.ย) ภายหลังการหารือกับนายอับดุลเราะห์มาน บิน อับดุลมุห์สิน อัลฟัฎลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม น้ำ และการเกษตร แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก ภายหลังการปรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันให้กลับเป็นปกติโดยสมบูรณ์ เมื่อเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ ทั้งสองฝ่าย กระทรวงการต่างประเทศของไทย และสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทย ณ ห้องรับรองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า นโยบาย Saudi Vision 2030 ของซาอุดีอาระเบีย มีความสอดคล้องกับโมเดล BCG ที่เน้นการเสริมสร้างเศรษฐกิจที่มีความสมดุล รักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเน้นการบูรณาการทรัพยากรธรรมชาติทั้ง 5 อย่าง ได้แก่ ระบบนิเวศ ดิน ป่าไม้ ที่ดิน และน้ำ ยึดหลักเกษตรอินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน เกษตรธรรมชาติ และวนเกษตร โดยฝ่ายไทยพร้อมร่วมมือเพื่อให้บรรลุนโยบาย Saudi Vision 2030



สำหรับประเด็นการหารือในวันนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีกลไกความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน โดยฝ่ายซาอุฯ เสนอให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) และมอบหมายให้สำนักการเกษตรต่างประเทศเป็นผู้ประสานงานหลักของไทย ส่วนความร่วมมือด้านการประมงนั้น ซาอุฯ มีความยินดีที่จะร่วมมือกับไทย ทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกฎระเบียบการลงทุนด้านกิจการประมงในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งภาคเอกชนของไทยได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

“ด้านการค้าสินค้าเกษตร ฝ่ายไทยได้ผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารปรุงสุกที่มีคุณภาพไปยังซาอุฯ ส่วนฝ่ายซาอุฯ ได้กล่าวถึงตลาดซาอุฯ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีขนาดใหญ่ ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพและความปลอดภัย มีกำลังซื้อสูง และซาอุฯ ยังสามารถเป็นประตูไปสู่ประเทศแถบตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องให้มีการขยายความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนในลักษณะ Business to Business (B2B) และการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเพิ่มโอกาสการค้าและการลงทุนด้านเกษตรและอาหาร” รัฐมนตรีเกษตรฯ กล่าว

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีเกษตรฯ ซาอุฯ ขอเชิญรัฐมนตรีเกษตรฯ ของไทยเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือและขยายความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน พร้อมทั้งเชิญชวนภาครัฐและภาคเอกชนของไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าด้านการเกษตร ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ ที่ซาอุฯ ด้วย

รัฐมนตรีเกษตรฯ กล่าวในช่วงท้ายของการหารือ โดยได้ขอบคุณที่ซาอุดีอาระเบียที่ได้สนับสนุนให้มีการส่งออกปุ๋ยมายังไทยเพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อแก้ไขการขาดแคลนปุ๋ย รวมทั้ง เห็นพ้องกันว่าการหารือในวันนี้เป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ ของทั้งสองประเทศ และจะส่งผลถึงการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนด้านการเกษตรและอาหารในอนาคตต่อไป



ทั้งนี้ ซาอุดิอาระเบียเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับที่ 29 ของไทย โดยระหว่างปี 2562-2564 มูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ย 6,836 ล้านบาท โดยไทยส่งออก 6,791 ล้านบาท ไทยนำเข้า 46 ล้านบาท ซึ่งสินค้าเกษตรส่งออกของไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ค และปลาโบนิโต 2) ข้าว 3) สับปะรด 4) ข้าวโพดหวาน 5) อาหารสุนัขหรือแมว ส่วนสินค้าเกษตรนำเข้าจากซาอุฯ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) อาหารปรุงแต่ง เช่น เต้าหู้ เครื่องดื่มสำเร็จรูป 2) อาหารสัตว์ 3) ลูกนัทหรือผลไม้แห้ง 4) ปลาหมึกกระดองและปลาหมึกกล้วยแช่แข็ง และ 5) ไม้ต้น ไม้พุ่ม และไม้กอ ที่ให้ผลไม้หรือลูกนัท



สำหรับคณะผู้บริหารระดับสูงที่ร่วมในการหารือครั้งนี้ ฝ่ายไทยได้แก่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพิศาล พงศาพิชญ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และ นายดามพ์ บุญธรรม อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (ว่าที่เอกอัครราชทูตไทยประจำซาอุดีอาระเบีย) และคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง./


#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

พล.ต.อ.ดร. วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เซ็นตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ ก่อนอำลา เกษียณ ณ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ

 พล.ต.อ.ดร. วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เซ็นตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ ก่อนอำลา เกษียณ ณ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ




เวลา 10:00 น.วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2565 ณ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ พล.ต.อ.ดร. วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.เดินทางมาเพื่อเซ็นตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ก่อนเกษียณราชการในวันนี้ โดยเมื่อเดินทางมาถึง ได้เข้าทักทายคณะ กต.ตร.และอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ของทาง สภ.พระสมุทรเจดีย์ รวมถึงพี่น้องสื่อมวลชน ที่มารอให้การต้อนรับ หลังจากนั้นได้เข้ากราบไหว้สักการะพระภูมิเจ้าที่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ สภ.สภ.พระสมุทรเจดีย์  ต่อเนื่องด้วย ท่านพล.ต.อ.ดร.วิระชัย​ ทรงเมตตา​ รอง​ ผบ.ตร.ขึ้นสู่แท่นพิธี​ กล่าวให้โอวาทแก่ข้าราชการตำรวจที่มารอการต้อบรับและมอบของที่ระลึกให้แก่ตำรวจและสื่อมวลชนและถ่ายรูปหมู่ร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึก​ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย​ ทรงเมตตา​ ลงบันทึกประจำวันและสมุดตรวจเยี่ยม​ และ​ ร่วมรับประทานอาหารกับข้าราชการตำรวจและประชาชนที่มารอการต้อนรับต่อจากนั้นก่อนท่านเดินทางกลับข้าราชการตำรวจทุกนายได้มีการมอบดอกกุหลาบให้กับท่าน​พล.ต.อ.ดร.วิระชัย​ ทรงเมตตา​ รอง​ ผบ.ตร.เป็นไปอย่างอบอุ่น

ทีมข่าวรายงาน

ทีมข่าวภาคาสนาม/รายงาน





























ประกาศเร่งอพยพขึ้นที่สูง...หนีน้ำท่วมสูง...อัญเชิญพระภูมิเจ้าที่ เทวดาอารักษ์ พ่อแก่แม่เฒ่า นางรำ ช้างม้า อพยพหนีน้ำท่วมสูง

 ประกาศเร่งอพยพขึ้นที่สูง...หนีน้ำท่วมสูง...อัญเชิญพระภูมิเจ้าที่  เทวดาอารักษ์  พ่อแก่แม่เฒ่า นางรำ  ช้างม้า   อพยพหนีน้ำท่วมสูง



จากศาลพระภูมิ ที่ถึงแม้ว่า  จะมีระดับตั้งศาล    สูงเท่ากำแพงรั้ว  ที่บ้านพักในชุมชนท้ายวัดจุฬามณี  ต.บ้านกุ่ม  อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา



แต่น้ำเจ้าพระยา  มาท่วมสูง จนทุกอย่างในศาลพระภูมิเจ้าที่อพยพ..หนี..แล้วในวันนี้


Cr. Alex ayothaya

#ทันอยุธยา