วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

 


    วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา




   เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ที่วิหารพระพุทธเมตตาประทานพร วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง เป็นประธานนำคณะสงฆ์ ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) และทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมด้วย ดร.วชรกมล สุศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดไผ่ล้อม (พูลประชาอุปถัมภ์) รองผู้อำนวยการ, คณะผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม คณะครู อาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักเรียน นักศึกษา คณะผู้บริหารโรงเรียนผู้สูงอายุสุขภาพดีจังหวัดนครปฐม (วัดไผ่ล้อมฯ) และพระภิกษุสามเณร ที่เข้าร่วมโครงการบรรพชา อุปสมบทเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 และประชาชน ร่วมในพิธีด้วยการแสดงออกถึงความจงรักภักดีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น 




   โดยหลังเสร็จสิ้นพิธี พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน ได้เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรให้กับพระภิกษุและสามเณร ซึ่งเป็นนักเรียนในสังกัดโรงเรียนวัดไผ่ล้อม (พูลประชาอุปถัมภ์) หลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมในการโครงการบรรพชา อุปสมบทเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นการจัดโครงการสืบต่อเนื่องในทุกปีนับจากนี้ โดยได้รับความสนใจและแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการในการฝึกปฏิบัติธรรมและเรียนรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาโดยคณะสงฆ์ซึ่งเป็นวิทยากรให้ความรู้ตลอดช่วงการดำเนินการ 





    สำหรับความสำคัญของวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง โดยที่วิหารพระพุทธเมตตาประทานพร สถานที่จัดพิธีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ วิหารพระพุทธเมตตาประทานพร เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2554 จากนั้นเสด็จทรงเป็นประธานในพิธีเททองหล่อพระพุทธเมตตาประทานพร ขนาดหน้าตักกว้าง 5 เมตร สูง 7 เมตร ในส่วนพระเพลา (หน้าตัก) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 



     

บุรีรัมย์ บุกรวบ หมอฟันเถื่อน เปิดคลินิกไร้ใบอนุญาต ชี้เสี่ยงติดเชื้อ

 บุรีรัมย์ บุกรวบ หมอฟันเถื่อน เปิดคลินิกไร้ใบอนุญาต ชี้เสี่ยงติดเชื้อ



ตำรวจชุดสืบสวนร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ภายในคลินิกทันตกรรมกลางเมืองบุรีรัมย์ หลังตรวจพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม สารภาพเปิดให้บริการมากว่า 10 ปี



วันที่ 30 ก.ค. 69 พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ (สสจ.บุรีรัมย์) นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาแอบอ้างเป็นทันตแพทย์ เปิดคลินิกทันตกรรมทำฟันโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่



นายแพทย์ยุทธนา สุริยะ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่าการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่า คลินิกแห่งหนึ่งในพื้นที่เทศบาลนครบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ มีพฤติกรรมเปิดให้บริการทำฟัน จัดฟันแฟชั่น และรักษาโรคทางทันตกรรมแก่ประชาชนทั่วไป โดยหมอผู้ให้บริการไม่มีใบประกอบวิชาชีพทันตกรรม และสถานที่ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย



จากการเข้าตรวจค้นภายในคลินิกซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย ขณะกำลังให้บริการรักษาและทำฟันแก่ลูกค้าอยู่ภายในห้อง ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม และสถานที่ดังกล่าว ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาล ตามกฎหมาย



นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการยึดของกลางอีกหลายรายการ เช่น เครื่องมือทันตกรรม ยา ยาชา และอุปกรณ์จัดฟันแฟชั่นที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งการดำเนินการโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์และใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาด อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้รับบริการ ทั้งการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ


สอบถามนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผู้มาใช้บริการเปิดเผยว่ารู้จักคลินิกดังกล่าวทางโซเชียล เนื่องจากตนเองต้องการดัดฟัน หลังจากเดินทางมาใช้บริการพบมีบางอย่างผิดสังเกตเนื่องจากไม่ได้มีการเอกซเรย์ฟันเหมือนกับคลินิกทันตกรรมทั่วไป จึงสอบถามทางเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นนวัตกรรมแบบใหม่ของการดัดฟัน และตนเองสังเกตห้องเอกซเรย์ฟันพบว่าภายในห้องไม่มีเครื่องเอกซเรย์ พบแต่เตียงนอน จนตำรวจเข้ามาจับกุมจึงรู้ว่าเป็นคลินิกทันตกรรมเถื่อน



จากการสอบสวนเบื้องต้นนาย ไก่ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหารับสารภาพว่าคลินิกดังกล่าวเปิดให้บริการมากว่า 10 ปี อ้างว่าช่วงนี้รอใบอนุญาตจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งตนไม่ได้จบการศึกษาด้านทันตกรรมและไม่มีใบประกอบวิชาชีพทันตแพทย์แต่อย่างใด


ด้านนายแพทย์ยุทธนา สุริยะ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเข้ารับบริการทำฟันหรือจัดฟันจากคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานหรือหมอฟันเถื่อน เนื่องจากอุปกรณ์เครื่องมืออาจไม่สะอาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคร้ายแรง เช่น ไวรัสตับอักเสบ และอาจส่งผลเสียต่อโครงสร้างช่องปากอย่างถาวร โดยควรรูปแบบและเลขที่ใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลที่ชัดเจนก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง


เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ใน 2 ข้อหาคือ


1.“ให้เป็นผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการมีหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งไม่จัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลตามวิชาชีพ และจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวงตลอดเวลาทำการ และเป็นผู้รับอนุญาต ไม่จัดให้มีผู้ดำเนินการคนหนึ่ง เป็นผู้มีหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบในการดำเนินการสถานพยาบาล”


2.“ร่วมกันประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันแสดงด้วยวิธีใดใดให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมหรือใช้ข้อความที่แสดงโดยวิธีใดใดว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่มีสิทธิ์ ” นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ทีมข่าวบุรีรัมย์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) อุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธี บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) อุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธี บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

.



วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม  ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ในพิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร น้อมอุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้  พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล และ หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในพิธีการบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ประกอบด้วย บรรพชิตจีนนิกายสวดพระพุทธมนต์เปิดมณฑลพิธีและพิธีสรงดวงพระวิญญาณ พิธีสรงน้ำดวงพระวิญญาณ พิธีสังวัธยายสุขาวดีวยูหสูตร พิธีลอยกระทง และปล่อยนกปล่อยปลา พิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) และพิธีสดับปกรณ์ โดยมี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และคณะหน่วยงานในเครือ เฝ้ารับเสด็จฯ และเข้าร่วมในพิธี เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ บริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

.






สำหรับในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดสร้างเครื่องกระดาษ ประกอบด้วย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ฉลองพระองค์ทำจากกระดาษ จำนวน 8 ชุด ประกอบด้วยฉลองพระองค์ที่เคยทรงในโอกาสต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นชุดที่ออกแบบตัดเย็บโดยใช้ผ้าไทยในท้องถิ่นจากภูมิภาคต่างๆ ทั้งหมดล้วนแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวงที่ทรงให้ความสำคัญและทรงยกระดับผ้าไทยสู่สากล เผยแพร่ความงดงามของหัตถศิลป์ไทยสู่สายตาชาวโลก ได้แก่ 








1. ฉลองพระองค์ตัดเย็บจากผ้าไหมปักประดับด้วยปีกแมลงทับ พระสนับเพลาแบบป้ายตัดเย็บจากผ้าไหมเครป ประดับพู่ไหม

2.ฉลองพระองค์แบบผสมผสานไทย พ.ศ. 2528 "จากจุดเริ่มต้นที่ผ้าไหมมัดหมี่ พระราชประสงค์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นก็ขยายไปพื้นที่อื่นๆ ด้วย เช่น ผ้าไหมแพรวาที่เป็นวัฒนธรรมการทอผ้าของชาวผู้ไท บ้านโพน จ.กาฬสินธุ์ ลักษณะดั้งเดิมของผ้าไหมแพรวา คือเป็นผ้าหน้าแคบ ใช้ห่มเฉียงบ่าเหมือนสไบ เมื่อมีพระราชประสงค์ให้ส่งเสริมการทอผ้าแพรวาเพื่อสร้างอาชีพ สืบต่อวัฒนธรรมไม่ให้สูญหาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับผ้าแพรวาโดยขยายเป็นผ้าหน้ากว้าง เพื่อสามารถนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าได้ รวมถึงสีจากเดิมที่มีสีแดง ก็เพิ่มสีอื่นๆ เข้ามา ดังเช่นฉลองพระองค์องค์นี้ที่เป็นสีชมพูพาสเทล"

3. ฉลองพระองค์แบบสากล "ฉลองพระองค์ องค์นี้ เป็นฉลองพระองค์ทรงงาน ทรงเมื่อเสด็จเยี่ยมราษฎรทางภาคเหนือ มีการตกแต่งด้วยผ้าชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิ์ติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

4. ฉลองพระองค์ชุดสูท ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่และผ้าไหมเครป จากห้องเสื้อบัลแมง โดยนายอีริก มอร์เทนเซน 

5. ฉลองพระองค์ชุดราตรี พ.ศ. 2528 ฉลองพระองค์องค์ตัดเย็บด้วยผ้าไหมมัดหมี่ ทรงเมื่อครั้งเสด็จฯ 

เยือนสหรัฐอเมริกาในปี 2528 เดิมทีผ้าไหมมัดหมี่เป็นผ้าที่ใช้นุ่งในชีวิตประจำวัน 

6. ฉลองพระองค์แบบผสมผสานไทย จากห้องเสื้อบัลแมง โดยนายอีริก มอร์เทนเซน ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่

7. ฉลองพระองค์ชุดราตรีสีกรมท่า ตัดเย็บโดยผ้าไหมกำมะหยี่ ปักประดับดิ้นทอง ลูกปัด และเลื่อม  ฝีมือการออกแบบตัดเย็บของนายปีแอร์ บัลแมง

8. ฉลองพระองค์ชุดภูไท ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรวา เมื่อครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวบ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นหญิงชาวภูไทแต่งกายด้วยเสื้อแขนกระบอกสีดำ และห่มสไบเฉียงผ้าแพรวาสีแดงอย่างงดงาม จึงทรงมีพระราชดำรัสว่า  "ผ้าที่ใส่นี่สวยมาก ทอให้พระราชินีได้ไหม" และทรงนำมาพัฒนาต่อยอดจนผ้าไหมแพรวากลายเป็น "ราชินีแห่งไหมไทย" ในโครงการศิลปาชีพ

.



อีกทั้งยังมี  สุนัขทรงเลี้ยงจำลองเหมือนจริง จำนวน 9 ตัว ได้แก่  คุณซูซี่ พันธุ์ Cocker Spaniel  คุณตุ้งติ้ง พันธุ์ Cocker Spaniel คุณเมเมี้ยว พันธุ์ Cocker Spaniel คุณหมีขาว พันธุ์ West Highland White Terrier คุณนกฮูก พันธุ์ Shih.Tzu คุณพุดดิ้ง พันธุ์ York Shire. Terrier คุณละเวง พันธุ์ Cocker Spaniel หลวงแจ่มภักดี พันธุ์ Saint Bernard และคุณสุดหล่อ พันธุ์ Dalnatian นอกจากนี้ ยังมีข้าราชบริพาร มหาดเล็ก คุณข้าหลวง นางสนองพระโอษฐ์ จำลองชุดปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่จริง จำนวน 16 คน เครื่องกระดาษชุดรถยนต์พระที่นั่ง มีสารัตถี 1 คน เครื่องกระดาษหีบทอง  โรงโขนละครจำลอง ภูเขาเงิน ภูเขาทอง ภูเขาเสริมพระบารมี พระคลังเงิน พระคลังทอง และเครื่องราชูปโภค

.



และในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิฯ นำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมัน น้ำปลา และน้ำดื่ม บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี  นางวิภา ภัทรกุลพงษ์ ประธานคณะทำงานบริหารของบริจาค มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

.



มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศล ก่อตั้งขึ้นมากว่า 116 ปี โดยชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทยเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดมิได้จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีคุณูปการใหญ่หลวง ดังนั้น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยคณะกรรมการ และหน่วยงานในเครือ จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) น้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามประเพณีทางพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานจีนนิกาย ด้วยความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวทิตา ด้วยความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และพร้อมตอบแทนคุณแผ่นดิน ด้วยการทำคุณงามความดีต่อไปตราบนานเท่านาน ภายใต้ปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  





.

#########

บุรีรัมย์ สืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย พร้อมร่วมรำลึกวีกรรมจ่าเริง

 บุรีรัมย์ สืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย พร้อมร่วมรำลึกวีกรรมจ่าเริง




อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ จัดงานสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี 2569 ชมขบวนแห่จาก 6 คุ้มวัด ที่ช่างฝีมือในท้องถิ่น ได้บรรจงถ่ายทอดเรื่องราวพุทธศิลปะ ผ่านลวดลายที่ผสมผสานงานศิลปะลายไทยกับลายขอมประยุกต์ โดยปีนี้ยังมีขบวนแห่รำลึกวีรกรรมจ่าเริง วีรบุรุษเนิน 350 เพื่อให้กำลังใจทหารไทยด้วย



บุรีรัมย์ / เมื่อวันที่ 30 ก.ค.69 อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับ อบจ.บุรีรัมย์ เทศบาลเมืองประโคนชัย ส่วนราชการ และภาคเอกชน จัดงานสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด ‘หลอมเทียนรวมใจ ประโคนชัยเทียนศิลป์ เยือนถิ่นชุมชนคนทำเทียน’ โดยมีนายเกรียงศักดิ์ สมจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ก.ค.69 ที่บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 โชคชัย-เดชอุดม หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ 



ภายในงานมีการประกวดขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาจาก 6 คุ้มวัดในเขตเทศบาลเมืองประโคนชัย คือ วัดโพธิ์ ,วัดชัยมงคล ,วัดโคน ,วัดแจ้ง ,วัดจำปา และวัดกลาง รวมถึงขบวนแห่จากชุมชน และโรงเรียนต่าง ๆ ร่วมขบวนการฟ้อนรำ ขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของแต่ละคุมวัด การละเล่นพื้นบ้าน การประกอบอาหารที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น 




ทั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม และภูมิปัญญาของสกุลช่างศิลป์ชาวอำเภอประโคนชัย ที่มีฝีมือการแกะสลักต้นเทียนพรรษา ที่ได้มีการสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยว เดินทางมารอชมขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาของ อ.ประโคนชัย ซึ่งมีเอกลักษณ์เด่น คือ การแกะสลักต้นเทียนเป็นตัวละครในวรรณคดี และพุทธประวัติที่มีลวดลายผสมผสาน ระหว่างลวดลายไทยกับลายขอมโบราณประยุกต์ ได้อย่างสร้างสรรค์วิจิตรตระการตา 




นอกจากนี้ ยังมีขบวนแห่การแสดงเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของ พลตรี สำเริง คลังประโคน หรือจ่าเริง ทหารกล้าชาว อ.ประโคนชัย ที่เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ 350 จ.สุรินทร์ ด้วยโดยมีพี่ชายของจ่าเริง และเพื่อนบ้าน ร่วมกันแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร นั่งรถถังที่ได้มีการใช้วัสดุในท้องถิ่นออกแบบและตกแต่งทำเป็นรถถัง เพื่อแสดงถึงวีรกรรมอันหาญกล้าของทหารไทยที่รบไม่ขลาด และยังแสดงออกถึงการให้กำลังใจทหารไทยอีกด้วย 


ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง

ทีมข่าวบุรีรัมย์ รายงาน

บุรีรัมย์ สืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย พร้อมร่วมรำลึกวีกรรมจ่าเริง

 บุรีรัมย์ สืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย พร้อมร่วมรำลึกวีกรรมจ่าเริง



อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ จัดงานสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี 2569 ชมขบวนแห่จาก 6 คุ้มวัด ที่ช่างฝีมือในท้องถิ่น ได้บรรจงถ่ายทอดเรื่องราวพุทธศิลปะ ผ่านลวดลายที่ผสมผสานงานศิลปะลายไทยกับลายขอมประยุกต์ โดยปีนี้ยังมีขบวนแห่รำลึกวีรกรรมจ่าเริง วีรบุรุษเนิน 350 เพื่อให้กำลังใจทหารไทยด้วย



บุรีรัมย์ / เมื่อวันที่ 30 ก.ค.69 อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับ อบจ.บุรีรัมย์ เทศบาลเมืองประโคนชัย ส่วนราชการ และภาคเอกชน จัดงานสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด ‘หลอมเทียนรวมใจ ประโคนชัยเทียนศิลป์ เยือนถิ่นชุมชนคนทำเทียน’ โดยมีนายเกรียงศักดิ์ สมจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ก.ค.69 ที่บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 โชคชัย-เดชอุดม หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ 



ภายในงานมีการประกวดขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาจาก 6 คุ้มวัดในเขตเทศบาลเมืองประโคนชัย คือ วัดโพธิ์ ,วัดชัยมงคล ,วัดโคน ,วัดแจ้ง ,วัดจำปา และวัดกลาง รวมถึงขบวนแห่จากชุมชน และโรงเรียนต่าง ๆ ร่วมขบวนการฟ้อนรำ ขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของแต่ละคุมวัด การละเล่นพื้นบ้าน การประกอบอาหารที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น 




ทั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม และภูมิปัญญาของสกุลช่างศิลป์ชาวอำเภอประโคนชัย ที่มีฝีมือการแกะสลักต้นเทียนพรรษา ที่ได้มีการสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยว เดินทางมารอชมขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาของ อ.ประโคนชัย ซึ่งมีเอกลักษณ์เด่น คือ การแกะสลักต้นเทียนเป็นตัวละครในวรรณคดี และพุทธประวัติที่มีลวดลายผสมผสาน ระหว่างลวดลายไทยกับลายขอมโบราณประยุกต์ ได้อย่างสร้างสรรค์วิจิตรตระการตา 




นอกจากนี้ ยังมีขบวนแห่การแสดงเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของ พลตรี สำเริง คลังประโคน หรือจ่าเริง ทหารกล้าชาว อ.ประโคนชัย ที่เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ 350 จ.สุรินทร์ ด้วยโดยมีพี่ชายของจ่าเริง และเพื่อนบ้าน ร่วมกันแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร นั่งรถถังที่ได้มีการใช้วัสดุในท้องถิ่นออกแบบและตกแต่งทำเป็นรถถัง เพื่อแสดงถึงวีรกรรมอันหาญกล้าของทหารไทยที่รบไม่ขลาด และยังแสดงออกถึงการให้กำลังใจทหารไทยอีกด้วย 


ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง

ทีมข่าวบุรีรัมย์ รายงาน

ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

 ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

.




29 ก.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ซึ่งรัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดขึ้น ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล






ในการนี้ จังหวัดร้อยเอ็ดโดย นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีดังกล่าว

.





งานสโมสรสันนิบาต คือ งานชุมนุมใหญ่อย่างเป็นทางการ มีลักษณะรูปแบบงานเลี้ยงรับรอง (The Grand Reception) ซึ่งรัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเชิญองค์กรตามรัฐธรรมนูญ อดีตนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการการเมือง สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ทหาร/ตำรวจ ระดับเจ้ากรม หรือตำแหน่งหลักทางบริหารระดับพลโทขึ้นไป เอกอัครราชทูต เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยซึ่งมีถิ่นพำนักในต่างประเทศ กงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศต่าง ๆ ประจำประเทศไทย และกงสุลอาชีพ ผู้แทนสหประชาชาติในประเทศไทย หัวหน้า/รองหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ประธานสภา/สมาคมต่าง ๆ ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ประธานมูลนิธิ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ รวมถึงสื่อมวลชนและสื่อมวลชนต่างประเทศที่ประจำประเทศไทย และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมงาน



จันทร์เพ็ญ จารุจำรัส (เอ็ม) สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ รายงาน 097-624-6388 

สุทธิชัย อุปปะ (เต็ม) บก.สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์