วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายลดความเหลื่อมล้ำ สร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายลดความเหลื่อมล้ำ สร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

.



วันนี้ (วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก  นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดกระบี่  (จังหวัดที่ 8 ของทางภาคใต้) จำนวน 26 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่า 604,507 บาท (หกแสนสี่พันห้าร้อยเจ็ดบาทถ้วน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครัวเรือนยากจนได้มีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจและแจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง รวมถึงจัดกิจกรรมนันทนาการเด็กและเยาวชนฟรี โดยมี นายนิรันดร์ ปราบอักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  เป็นประธานในพิธี นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย คณะมูลนิธิประชาสันติสุข และอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวอรภัสญาน์ สุกใส (คุณมิ้วส์เชค) และนางสาวจุติณัฏฐ์ ชัยเฉลิมพล (คุณแนท) ร่วมในพิธี ณ หอประชุมวิทยาลัยสารพัดช่างกระบี่ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

.








นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

.







ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.







ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วุฒิสภาชงยกเครื่อง กอ.รมน. สู่ Smart Security รับมือภัยไซเบอร์–ยาเสพติด–ชายแดน

 


วุฒิสภาชงยกเครื่อง กอ.รมน. สู่ Smart Security รับมือภัยไซเบอร์–ยาเสพติด–ชายแดน


สว.เปิดวงใหญ่ ถกอนาคตความมั่นคงไทย ชงปรับโครงสร้าง–กฎหมาย ยกระดับ “กอ.รมน.” สู่ Smart Security Agency เชื่อม Big Data–ข่าวกรอง–เทคโนโลยี บูรณาการทุกหน่วยรับมือยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และปัญหาชายแดน พร้อมย้ำหลักโปร่งใส ตรวจสอบได้ และประชาชนเป็นศูนย์กลาง



เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ในคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “การบริหารความมั่นคงภายในอย่างยั่งยืน บทบาทและทิศทางของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ในมิติบูรณาการ” โดยมี นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานเปิดงาน



มีสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนหน่วยงานความมั่นคง สถาบันการศึกษา นักวิชาการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม แลกเปลี่ยนแนวทางปรับระบบบริหารความมั่นคงภายในให้ทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่



นายสมบูรณ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาระบบบริหารความมั่นคงภายในให้เท่าทันสถานการณ์ โดยศึกษาโครงสร้างความมั่นคงของต่างประเทศ เช่น กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (DHS) และระบบสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหราชอาณาจักร มาประกอบการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างที่เหมาะสมกับประเทศไทย



เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับการทำงานให้ “ไร้รอยต่อ” (Seamless Management) เชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูล Big Data พร้อมนำข่าวกรองและเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อให้หน่วยงานด้านความมั่นคงสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น



คณะกรรมาธิการฯ คาดหวังให้การเสวนาครั้งนี้นำไปสู่ Roadmap ยกระดับ กอ.รมน. สู่ “Smart Security Agency” หรือองค์กรความมั่นคงอัจฉริยะ ที่ทำงานเชิงรุก โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง


พร้อมวางแนวทางบูรณาการรับมือปัญหาที่กระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยตรง ทั้ง ยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และปัญหาชายแดน โดยเชื่อมการทำงานระหว่าง กอ.รมน. สภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่


อีกประเด็นสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนกับหน่วยงานความมั่นคง ผ่านความโปร่งใส การตรวจสอบ และการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งถือเป็นหัวใจของการบริหารความมั่นคงในยุคดิจิทัล


ภายในงาน พล.อ.นักรบ บุญบัวทอง ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ภาพอนาคตความมั่นคงไทย การปฏิรูปโครงสร้างและกฎหมายความมั่นคงภายใน สู่การทำงานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง”


จากนั้นเป็นเวทีเสวนาจากผู้แทนหลายภาคส่วน ประกอบด้วย พล.ต.ชัชช์ มนตรีมุข รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง กอ.รมน. ในประเด็นการผลักดัน กอ.รมน. เป็นแกนกลางบูรณาการและเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Security Agency, นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในประเด็นกลไกมหาดไทยกับความมั่นคงระดับพื้นที่ และ นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในมิติการปรับปรุงกฎหมายความมั่นคง สิทธิมนุษยชน และความไว้วางใจของประชาชน


การเสวนามุ่งรวบรวมข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การทบทวนทั้ง กฎหมาย โครงสร้าง กำลังพล ฐานข้อมูล และภารกิจด้านความมั่นคง ให้สอดคล้องกับภัยคุกคามยุคใหม่ โดยวางประชาชน ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตเป็นเป้าหมายสำคัญ


ท้ายงาน นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี ประธานคณะอนุกรรมาธิการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม วุฒิสภา กล่าวสรุปผลและปิดการเสวนา โดยข้อเสนอจากเวทีจะถูกนำไปประมวลเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ เพื่อประกอบการพัฒนาระบบบริหารความมั่นคงภายในของประเทศต่อไป 

//

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจราชการในพื้นที่ บก.น.9 ในระหว่างวันที่ 19 - 26 สิงหาคม พ.ศ.2569

 พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจราชการในพื้นที่ บก.น.9 ในระหว่างวันที่ 19 - 26 สิงหาคม พ.ศ.2569




นับว่าเป็นเรื่องด่วนที่สำคัญที่สุด ในเวลานี้ ต่างด้าวหรือชาวต่างชาติที่พยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อเข้ามายึดครองเมืองไทยโดยมีหลายชนชาติ อาทิ พม่า แขก ยิว จีน และส่วนอีกหลายประเทศที่ไม่ได้กล่าวถึงเป็นเพียงส่วนน้อย และที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ พม่า ซึ่งในปัจจุบันมีประชาการแฝงเข้ามาแบบทั้งถูกกฏหมายและผิดกฏหมายคงไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ซึ่งต้องตั้งคำถามว่าปล่อยเข้ามามากมายขนาดนี้ด้วยเหตุผลอะไร กล่าวแบบไม่ต้องโลกสวย ถ้านักการเมืองและข้าราชการที่ชั่วๆไม่ปล่อยให้เข้ามาเพียงเพราะได้รับผลประโยชน์ ก็คงไม่มาถึงจุดนี้ อีกทั้งเมื่อมาฝังตัว ออกลูกออกหลานก็เริ่มกลายพันธุ์เปลี่ยนมาได้บัตรประชาชนกลายเป็นคนไทย รวมถึงสวัสดิการต่างๆที่ประเทศไทยต้องเสียไปอีกนานับประการ ไม่ว่าจะเป็นงบด้านการศึกษา ฯลฯ ส่วนเด็กไทยต้องขวนขวายหาเงินมาเรียนอย่างแพง สรุปคือถ้าไม่ชั่วจริงหลายๆเรื่องคงไม่เกิดขึ้น ฝากถึงหน่วยงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้ายังมีจิตสำนึกความเป็นคนไทยก็ควรแก้ไขก่อนสายมากกว่านี้ ก่อนอนาคตชาติไทยจะถูกกลืนกินโดยละม่อม มาดูทางด้าน พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น 9 ออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ บก.น 9 ในระหว่างวันที่ 19 - 26 สิงหาคม พ.ศ.2569 กันดีกว่าครับ




☆ วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 13:00 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.โอภาส หาญณรงค์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ, ดร.สุภาพร เทพสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ, รองผู้อำนวยการ, รอง ผกก.ป., รอง ผกก.สอบสวน, สว.(สอบสวน), สวป.ฯ (2-1) และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหาแนวทางการป้องกันเหตุ

เนื่องจากมีนักเรียนโพสข้อความที่ไม่เหมาะสมในโซเชียล ณ ห้องประชุม ชั้น 2 โรงเรียนวัดนวลนรดิศ พื้นที่ สน.ภาษีเจริญ เหตุการณ์ทั่วไปปกติ





☆ วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 22:30 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ตรวจจุดตรวจยานพาหนะเพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมบริเวณปั้มน้ำมันเชลล์สุขสมบูรณ์เฮ้าส์ ถนนกัลปพฤกษ์ พื้นที่ สน.เพชรเกษม พบ พ.ต.ท.สุพัฒน์ พลหนองหลวง สวป.สน.เพชรเกษม พร้อมกำลังอยู่ปฎิบัติหน้าที่เรียบร้อย ตรวจอุปกรณ์ในการตั้งจุดตรวจพร้อมในการปฏิบัติ กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายข้อสั่งการของ ผบช.น.และ รอง ผบช.น. (น.6) และ ผบก.น.9 ได้มอบเครื่องดื่มเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ เหตุการณ์ทั่วไปปกติ





☆ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 02:45 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ตรวจเยี่ยม สน.ภาษีเจริญ  พบ พ.ต.ต.กิตติพันธ์ มาวิเศษ สว.(สอบสวน) พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุรายงานตัวพร้อมปฎิบัติหน้าที่ กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 และวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2568 กำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย และกำชับการปฎิบัติตามนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล กำชับให้ป้องกันเหตุในจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน กำชับให้เพิ่มความถี่ในการตรวจป้องกันเหตุธนาคารร้านค้าทองและไม่ให้สายตรวจออกตรวจเพียงลำพัง หากพบจะพิจารณาความบกพร่อง ร้อยเวร 20, สวป.เวร และรอง ผกก.ป.ตามที่ รอง ผบช.น.(น.6) ได้สั่งการไว้ กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่วิทยุ และสิบเวร จำนวน 2 นาย ตามคำสั่งของ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2569 และได้สอบถามถึงปัญหาความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ว่าติดขัด หรืออยากให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนเรื่องใด





☆ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 03:10 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ปฏิบัติหน้าที่มใลชยสัมพันธ์ ร่วมกับ พ.ต.ท.ประเสริฐ พันทับ สวป.สน.ภาษีเจริญ, ร้อยเวร20 และสายตรวจเขต บริเวณร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาเพชรเกษม 36 พื้นที่ สน. ภาษีเจริญ สอบถามเบาะแสยาเสพติด อาชญากรรมในพื้นที่ และได้มอบเครื่องดื่มเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่เหตุการณ์ทั่วไปปกติ




☆ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 22:05 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ตรวจเยี่ยม สน.หนองแขม  

พบ พ.ต.ท.สยาม ชื่นครุฑ รอง ผกก.สส.ฯ, พงส.เวร พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุรายงานตัวพร้อมปฎิบัติหน้าที่ กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 และวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2568 กำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย และกำชับการปฎิบัติตามนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล กำชับให้ป้องกันเหตุในจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน กำชับให้เพิ่มความถี่ในการตรวจป้องกันเหตุธนาคารร้านค้าทองและไม่ให้สายตรวจออกตรวจเพียงลำพัง หากพบจะพิจารณาความบกพร่อง ร้อยเวร 20, สวป.เวร และรอง ผกก.ป.ตามที่ รอง ผบช.น.(น.6) ได้สั่งการไว้ กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่วิทยุ และสิบเวรจำนวน 2 นาย ตามคำสั่งของ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2569 และได้สอบถามถึงปัญหาความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ว่าติดขัด หรืออยากให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนเรื่องใด




☆ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 22:45 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ตรวจเยี่ยม สน.หลักสอง

พบ ร.ต.อ.ธนทรัพย์ รัศมีภูผา รอง สว.(สอบสวน)ฯ นรต.ฝึกงานสอบสวน พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุ รายงานตัวพร้อมปฎิบัติหน้าที่ กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 และวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2568 กำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย และกำชับการปฎิบัติตามนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล กำชับให้ป้องกันเหตุในจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน กำชับให้เพิ่มความถี่ในการตรวจป้องกันเหตุธนาคารร้านค้าทองและไม่ให้สายตรวจออกตรวจเพียงลำพัง หากพบจะพิจารณาความบกพร่อง ร้อยเวร 20, สวป.เวร และรอง ผกก.ป.ตามที่ รอง ผบช.น.(น.6) ได้สั่งการไว้ กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่วิทยุ และสิบเวรจำนวน 2 นาย ตามคำสั่งของ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2569 และได้สอบถามถึงปัญหาความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ว่าติดขัด หรืออยากให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนเรื่องใด




☆ วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 22:05 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ตรวจเยี่ยม สน.เพชรเกษม  พบ ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ใจงาม รอง สว.(สอบสวน) พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุรายงานตัวพร้อมปฎิบัติหน้าที่ กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 และวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2568 กำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย และกำชับการปฎิบัติตามนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล กำชับให้ป้องกันเหตุในจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน กำชับให้เพิ่มความถี่ในการตรวจป้องกันเหตุธนาคารร้านค้าทองและไม่ให้สายตรวจออกตรวจเพียงลำพัง หากพบจะพิจารณาความบกพร่อง ร้อยเวร 20, สวป.เวร และรอง ผกก.ป.ตามที่ รอง ผบช.น.(น.6) ได้สั่งการไว้ กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่วิทยุ และสิบเวร จำนวน 2 นาย ตามคำสั่งของ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2569 และได้สอบถามถึงปัญหาความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ว่าติดขัด หรืออยากให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนเรื่องใด



☆ วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 02:56 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ตรวจเยี่ยม สน.แสมดำ พบ

พ.ต.ท.ณรงค์ เทียนกัณฑ์เทศน์ สว.(สอบสวน)ฯ พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุรายงานตัวพร้อมปฎิบัติหน้าที่ กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 และวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2568 กำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย และกำชับการปฎิบัติตามนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล กำชับให้ป้องกันเหตุในจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน กำชับให้เพิ่มความถี่ในการตรวจป้องกันเหตุธนาคารร้านค้าทองและไม่ให้สายตรวจออกตรวจเพียงลำพัง หากพบจะพิจารณาความบกพร่อง ร้อยเวร 20, สวป.เวร และรอง ผกก.ป.ตามที่ รอง ผบช.น.(น.6) ได้สั่งการไว้ กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่วิทยุ และสิบเวรจำนวน 2 นาย ตามคำสั่งของ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2569 และได้สอบถามถึงปัญหาความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ว่าติดขัด หรืออยากให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนเรื่องใด




☆ วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 03:29 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ปฏิบัติหน้าที่มวลชนสัมพันธ์ ร่วมกับ พ.ต.ท.รุ่งนิรันต์ จันทร์ศิริ รอง ผกก.ป.สน.ภาษีเจริญ, สวป.ฯ, ร้อยเวร และสายตรวจเขต บริเวณร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาเพชรเกษม 56 พื้นที่ สน.ภาษีเจริญ สอบถามเบาะแสยาเสพติด อาชญากรรมในพื้นที่ และได้มอบของเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุการณ์ทั่วไปปกติ


ขอขอบคุณ

พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี

รอง ผบก.น.9 (นบ.9-1)

สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

.



วันนี้ (วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ และ ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ/อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ จัดพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จำนวน 3,000 ชุด ซึ่งในปีนี้จัดเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาทั้งชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ สิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ พร้อมมอบค่าพาหนะคนละ 200 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ สอดรับกับค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวสุวรรณี มะโนสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านบัญชีและการเงิน/รักษาการผู้จัดการ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา, สหคลินิกสมิติเวช เจ พาร์ค, คณะพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา, บริษัท แปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา จำกัด, ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ อาทิ นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และนางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมในพิธี ณ บริเวณคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

.




งานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เพิ่มจำนวนชุดเครื่องอุปโภคบริโภคให้มากกว่าปีที่ผ่านมา ให้สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนขั้นต้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ยากไร้ รวมถึงขยายพื้นที่ในแจกจ่ายสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเมื่อวันที่ 16 และ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ณ บริเวณสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และปล่อยคาราวานจากศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ แจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ 6 เขต กรุงเทพฯ และยังมีกำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ยากไร้อีก 1 แห่งในวันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ รวมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 แก่ผู้ยากไร้ 3 จังหวัด คิดเป็นมูลค่า 15.8 ล้านบาท

.







สำหรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์ร่วมงานมหาบุญ มหากุศล ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 นี้ ยังคงสามารถ ร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) และทำบุญบริจาคชุดข้าวสาร อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับทั้งที่เป็นญาติและไม่ใช่ญาติ พร้อมกับได้ทำทานให้ผู้ยากไร้ ได้ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย และ ทำบุญ “ทิ้งกระจาดออนไลน์” ผ่านเว็บไซต์ https://pttfny.net/newsh ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.






มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญ มหากุศลนี้ มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

.

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”