วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กยท. Kick off "โครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ยางพารา ปี 69" โชว์แปลงสาธิตน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม หนุนทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 กยท. Kick off "โครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ยางพารา ปี 69" โชว์แปลงสาธิตน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม หนุนทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม




วันนี้ (14 ส.ค. 69) ณ ศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่น อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ยางพารา ปี 2569 ดันศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่นสู่ 'Smart Learning Center' ชูแนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” พร้อมโชว์แปลงต้นแบบสาธิตการใช้น้ำหมักชีวภาพอะมิโนนม  โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) เป็นประธานเปิดโครงการฯ พร้อมด้วย นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ และผู้บริหาร กยท. ร่วมในพิธีเปิด ร่วมบูรณาการ “กยท.-อ.ส.ค.-พด.” เปลี่ยนน้ำนมดิบส่วนเกินเป็นปัจจัยการผลิตคุณภาพสูง เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุนเกษตรกร ควบคู่การทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม




ดร.ธีรชัย กล่าวขณะเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ยางพารา (Smart Learning Center) ประจำปีงบประมาณ 2569 ว่า “กิจกรรมบูรณาการนวัตกรรมน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม การยางแห่งประเทศไทย” ที่จัดขึ้นนี้ ถือเป็นแบบอย่างการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กยท., องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.), และกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกิน ด้วยการนำมาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม สำหรับใช้เป็นปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ซึ่งช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน นับเป็นการส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนให้เห็นถึงการนำ “ปัญหา” มาสร้างเป็น “โอกาส” สร้างประโยชน์กลับคืนสู่ภาคการเกษตร และเชื่อมโยงเกษตรกรต่างสาขาให้สามารถเกื้อกูลกันได้อย่างเป็นรูปธรรม





นายญาณกิตติ์ กล่าวว่า กยท. มุ่งส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง โดยเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการสวนยาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในครั้งนี้ กยท. มุ่งยกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่นให้เป็น Smart Learning Center เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านการเกษตรแก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบกิจการยาง และบุคคลทั่วไป โดยกิจกรรมสำคัญภายในศูนย์เรียนรู้ฯ ครั้งนี้คือ การเปิดแปลงสาธิตการใช้น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม เพื่อเป็นแปลงต้นแบบสำหรับเรียนรู้และนำองค์ความรู้ของการนำน้ำหมักชีวภาพฯ ไปปรับใช้ในสวนยางพารา และในพืชเกษตรอื่นๆ ของเกษตรกร สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ทั้งนี้ กยท. พร้อมขยายผลการใช้น้ำหมักชีวภาพไปยังเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพาราต้นแบบทั้ง 33 แห่ง ในพื้นที่รับผิดชอบของ กยท. เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น, จ.เลย, จ.กาฬสินธุ์, จ.หนองบัวลำภู, จ.อุดรธานี, จ.หนองคาย, จ,บึงกาฬ, จ.สกลนคร, จ.นครพนม, และ จ.มุกดาหาร ต่อไป




“กยท. เดินหน้าพัฒนาศูนย์เรียนรู้ยางพาราให้มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม มุ่งสู่การเป็น ‘แหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต’ เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรเข้ามาเรียนรู้ได้จากการปฏิบัติจริง ทดลองใช้นวัตกรรมจริง และนำองค์ความรู้กลับไปประยุกต์ใช้ในสวนยางพาราของตนเองได้จริง เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ประหยัดเวลา พร้อมทั้งพัฒนาศูนย์เรียนรู้ยางพาราสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางอารยเกษตรต่อไป” นายญาณกิตติ์ กล่าวย้ำ



สำหรับกิจกรรมในวันเปิดโครงการฯ ครั้งนี้ มีการมอบประกาศนียบัตร Rubber For Your Life รวมถึงปัจจัยการผลิต (น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ และน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ) ให้แก่เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพาราต้นแบบเพื่อขยายผลสู่แปลงเรียนรู้ ทั้งนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การสาธิตใช้น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ (กรดอะมิโนนม), ฐานการเรียนรู้นวัตกรรมของ กยท. อาทิ การเก็บเกี่ยวผลผลิตยางด้วยนวัตกรรมเอทิลีน การบริหารจัดการน้ำในสวนยางพาราด้วยนวัตกรรมผ้าเคลือบน้ำยางพาราสร้างรายได้เสริม (คลองไส้ไก่ส่งน้ำ, บ่อผ้าเคลือบน้ำยาง),  นิทรรศการ Rubber For Your Life และบูธชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์ของ กยท. ตลอดจนการเปิดเวทีเสวนาวิชาการในหัวข้อ “จากวิกฤตน้ำนมล้นตลาด สู่การบูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม เพื่อการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ถือเป็นการแบ่งปันประสบการณ์จากเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพาราต้นแบบ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรด้วยนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม




____


ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น