วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ทรูบิสิเนส จุดประกายแนวคิด “Health Scoring” ดัชนีสุขภาพที่ทุกคนเข้าถึงได้ ครั้งแรก! ของการรวมพลัง Data + AI + Human Intelligence กำเนิด “Singularity” ที่มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง สร้างนิยามใหม่ระบบสาธารณสุข “เชิงรุก”

 ทรูบิสิเนส จุดประกายแนวคิด “Health Scoring” ดัชนีสุขภาพที่ทุกคนเข้าถึงได้ ครั้งแรก! ของการรวมพลัง Data + AI + Human Intelligence กำเนิด “Singularity” ที่มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง สร้างนิยามใหม่ระบบสาธารณสุข “เชิงรุก”

 



กรุงเทพฯ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – ทรูบิสิเนส ตอกย้ำผู้นำบริการสื่อสารและดิจิทัลโซลูชันครบวงจรสำหรับลูกค้าธุรกิจ เปิดเวทีสัมมนา “Patient Centric Care at Scale – Crafting Healthcare Ecosystem with Data & Tech” ผนวกความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์จากสถาบันการแพทย์ชั้นนำ กับ ศักยภาพผู้นำเทคคอมปานีไทยของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับความร่วมมือเพื่อพลิกวิถีระบบสาธารณสุขไทยให้เป็น “เชิงรุก” (Proactive Healthcare)  โดย ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร



บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดหน้าประวัติศาสตร์สาธารณสุขไทยยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ผ่านการบรรยายในหัวข้อ “From Data to Health Scoring” มีหัวใจสำคัญ คือ “Patient Singularity” ที่หลอมรวมข้อมูลขนาดใหญ่ 1080° เข้ากับ AI และ Human Intelligence เชื่อมโยงข้อมูลในระบบสุขภาพทั้งจากโรงพยาบาลและการใช้ชีวิตประจำวันในมิติต่างๆ เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพได้แบบเฉพาะเจาะจงรายบุคคล พร้อมสร้างนิยามใหม่ของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยแนวคิด “Health Scoring” ดัชนีสุขภาพที่ทุกคนเข้าถึงได้ ทำให้คนไทยมี Health Literacy และสุขภาพดีถ้วนหน้า

 


• เจาะวิกฤตสุขภาพไทย เมื่อ Genetic ไม่ใช่ปัจจัยเดียวอีกต่อไป

ปัจจุบันพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมกลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อสุขภาพ สะท้อนจากข้อมูลสถิติที่พบว่า ประชากรไทย 1 ใน 6 กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจากมลพิษ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ซึ่งมีระดับสูงกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัยถึง 5-7 เท่า ส่งผลให้ความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจและสุขภาพโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ประชากรไทย 1 ใน 4 ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 3-5% ต่อปี นำโดยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง สะท้อนภาระด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทั้งในระดับบุคคลและระบบสาธารณสุขของประเทศ นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพจิตยังทวีความรุนแรงมากขึ้น  โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่า จำนวนผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบสถิติในปี 2024 กับปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งความเครียดในชีวิตประจำวัน ความคาดหวังจากครอบครัว ภาระด้านการเรียนและการทำงาน ตลอดจนการแข่งขันทางสังคมที่สูงขึ้น

 


และเมื่อวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค พบเทรนด์ “Health Conscious” ที่แข็งแกร่งขึ้น โดยในช่วงปี 2025 ต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพเติบโตถึง 12% โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มสุขภาพ ธัญพืช ตลอดจนวัตถุดิบและเครื่องปรุงสำหรับการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่นเครื่องปรุงรสโซเดียมต่ำ นอกจากนี้ กลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ การออกกำลังกายและการเสริมสร้างสมรรถนะร่างกาย (Performance / Exercise) มีการเติบโตอย่างโดดเด่น สะท้อนการลงทุนด้านสุขภาพเชิงรุกของผู้บริโภค

 


ข้อมูลทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยในการพิจารณาเรื่องสุขภาพไม่ได้จำกัดแค่เรื่องพันธุกรรมอีกต่อไป แต่ยังรวมถึง พฤติกรรม สังคม และสภาพแวดล้อม ที่ล้วนส่งผลต่อสุขภาพทั้งสิ้น

 

• “Patient Singularity” ผลลัพธ์การหลอมรวม Data + AI + Human Intelligence เป็นหนึ่งเดียว

ดร.ธีรเดช เผยว่า ทรูบิสิเนสได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และนับเป็นครั้งแรกที่สามารถผสานเทคโนโลยีเข้ากับอัจฉริยภาพของมนุษย์ (Human Intelligence) เพื่อสร้างมุมมองใหม่ในการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล ที่เรียกว่า “Patient Singularity” จากการรวมพลัง 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่



Data – ข้อมูล 1080° ใหญ่ที่สุดในไทย ทั้ง Telco Data 360° ไลฟ์สไตล์ การเคลื่อนไหว และการพักผ่อน + Retail Data 360° พฤติกรรมการอุปโภคบริโภคผ่านตะกร้าสินค้า + Health Data 360° ข้อมูลสุขภาพ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดอยู่ภายใต้ความยินยอมและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย

AI – วิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลเพื่อหา insight เช่น Leading Pattern หรือ ตัวบ่งชี้ด้านสุขภาพ

Human Intelligence – ภูมิปัญญา ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ที่นำมาวางกรอบการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ได้ insight ที่ถูกต้องแม่นยำ



ผลลัพธ์จากการรวมพลังนี้ ทำให้สามารถแบ่งกลุ่มคนตามพฤติกรรมและชีวิตประจำวันได้มากถึง 50 กลุ่ม หรือ Fifty Shades of GEN STRONG เจาะลึกเพื่อการขยายผลในการดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงเป็นการรักษา แต่สามารถระบุความเสี่ยงเพื่อป้องกันก่อนเกิดโรค ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุก ซึ่งจะช่วยลดภาระของแพทย์ และสร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพของคนไทย

 

• เปิดแนวคิด “Health Scoring” ดัชนีคะแนนสุขภาพที่ทุกคนเข้าถึงได้

ดร.ธีรเดช ย้ำว่า “การหลอมรวม Data + AI + Human Intelligence เป็นหนึ่งเดียว เป็นรากฐานของแนวคิด “Health Scoring” ที่ทรูบิสิเนสพัฒนาและอยู่ระหว่างการทดลองใช้เพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดย Health Scoring มีการคำนวณค่าผ่าน 5 ตัวชี้วัดหลัก ได้แก่

- Sleeping Pattern คุณภาพการนอนหลับ

- Physical Activity การเคลื่อนไหวขยับร่างกายในแต่ละวัน

- Nutrition Consumption การบริโภค

- Preventive Behavior พฤติกรรมที่ลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ

- Medical Resilience การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

โดยสามารถวิเคราะห์เป็นค่าคะแนนสุขภาพของแต่ละบุคคล เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยมาตรฐานของคนไทย ช่วยวิเคราะห์ประเมินความเสี่ยงของโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคจากความเครียด หรือโรคไต แม้จะยังไม่มีอาการเจ็บป่วยก็ตาม

 


• มุ่งสู่การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) และ การป้องกันเชิงรุก (Proactive Health Prevention)

“เป้าหมายของทรู ไม่ใช่เพียงแค่การรวบรวมข้อมูลแล้วนำมาวิเคราะห์ แต่คือการสร้างระบบที่มีผู้ป่วยและผู้ที่ยังไม่ป่วยเป็นศูนย์กลาง เพื่อรู้จักและเข้าใจผู้คนแต่ละคนได้แบบเฉพาะเจาะจง เพื่อช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น (Precision Medicine) และเปลี่ยนระบบการดูแลสุขภาพจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ให้กลายเป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุก ป้องกันก่อนเกิดโรค (Proactive Health Prevention) และทำให้คนไทยมี Health Literacy รู้จักและดูแลสุขภาพตนเอง ปรับพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทุกๆวัน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยดูแลสุขภาพคนไทย ควบคู่กับการช่วยลดภาระแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงยกระดับระบบสาธารณสุข “เชิงรุก” ให้เกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย” ดร.ธีรเดช กล่าวทิ้งท้าย

 

#TrueBusiness #SmartHealthcare #PatientCentric #HealthScoring #PreventiveHealthcare  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น