วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ร้อยเอ็ดแถลงผลปฏิบัติการ "90 Days พิฆาตยาเสพติด"เดือนเดียว กวาดล้าง 70 เป้าหมาย จับผู้ต้องหา 67 ราย ยึดยาบ้ากว่า 9.3 แสนเม็ด

 ร้อยเอ็ดแถลงผลปฏิบัติการ "90 Days พิฆาตยาเสพติด"เดือนเดียว กวาดล้าง 70 เป้าหมาย จับผู้ต้องหา 67 ราย ยึดยาบ้ากว่า 9.3 แสนเม็ด




ร้อยเอ็ด – จังหวัดร้อยเอ็ดสนธิกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง แถลงผลการดำเนินงาน โครงการนำร่องแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) เพื่อสกัดกั้น ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ควบคู่กับปฏิบัติการ "Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด" หลังเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดอย่างเข้มข้นตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ




เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ลานเอนกประสงค์ ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายนันทวิทย์ นาคแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พ.ต.อ. ไกร สอนสี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด พ.ต.อ.วีระ หางนาค  ผู้กำกับสืบสวนตํารวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด  พ.ต.อ.ณปภัช สงเคราะห์ ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด นายศฎายุช ไชยะลาด นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลง ผลการดำเนินงานในห้วงวันที่ 1–30 กรกฎาคม 2569 พบว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 897 คดี ผู้ต้องหา 909 คน ตรวจยึดของกลาง ยาบ้า 931,467 เม็ด ไอซ์ 18.74 กรัม และเคตามีน 4 กิโลกรัม สะท้อนผลการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง




สำหรับการเปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างเมื่อช่วงเช้าวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกัน 70 เป้าหมาย สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 65 คดี ผู้ต้องหา 67 คน พร้อมตรวจยึดยาบ้า 328 เม็ด โดยส่วนใหญ่เป็นคดีเสพยาเสพติด และคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด รวมถึงตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุน 3 นัด  ปืนพกสั้นขนาด .9 มม. 1 กระบอก กระสุน 14 นัด  โทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์ รถยนต์ และทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่านับล้านบาท




รองผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 4 ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ลดการแพร่ระบาดในชุมชน และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสหรือผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1599, สายด่วนตำรวจ 191 หรือ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน



////////

Cr. คนข่าว วินัย วงษ์วีระขันธ์



จันทร์เพ็ญ จารุจำรัส (เอ็ม) สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ รายงาน 097-624-6388 

สุทธิชัย อุปปะ (เต็ม) บก.สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ 

 


ร้อยเอ็ด - ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมร้อยเอ็ด ลงพื้นที่ตรวจถนน-เสาไฟโซลาร์เซลล์ พบปัญหาไหล่ทางทรุด ไฟส่องสว่างชำรุด ชาวบ้านร้องผลกระทบจากโครงการรัฐ

 ร้อยเอ็ด - ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมร้อยเอ็ด ลงพื้นที่ตรวจถนน-เสาไฟโซลาร์เซลล์ พบปัญหาไหล่ทางทรุด ไฟส่องสว่างชำรุด ชาวบ้านร้องผลกระทบจากโครงการรัฐ




ร้อยเอ็ด – เครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด ลงพื้นที่ติดตามและสอดส่องโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและโครงการติดตั้งเสาไฟนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่อำเภออาจสามารถและอำเภอพนมไพร หลังได้รับข้อมูลและข้อร้องเรียนจากประชาชน โดยพบข้อสังเกตหลายประเด็น ทั้งไหล่ทางที่เกิดการทรุดตัว เสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์บางส่วนชำรุด รวมถึงผลกระทบจากโครงการขยายถนนที่ทำให้รั้วบ้านประชาชนได้รับความเสียหาย




เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ดร.อุปกรณ์ ดีเสมอ ประธานเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายประดิษฐ์ ศรีประสิทธิ์ กรรมการเครือข่าย และแกนนำเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคม อำเภออาจสามารถ ลงพื้นที่บ้านขี้เหล็ก หมู่ 12 ตำบลขี้เหล็ก อำเภออาจสามารถ เพื่อติดตามโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) บ้านหนองโฮง หมู่ 11 เชื่อมทางหลวงชนบทหมายเลข 3036 ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 570 เมตร หนา 0.15 เมตร พร้อมไหล่ทางลูกรังข้างละ 0.20 เมตร วงเงินงบประมาณ 2,145,000 บาท รวมถึงโครงการติดตั้งเสาไฟนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์



จากการตรวจสอบ เครือข่ายฯ มีข้อสังเกตว่า ไหล่ถนนทั้งสองฝั่งยังไม่มีการอัดบดแน่น ทำให้เมื่อเกิดฝนตกเกิดการกัดเซาะจนไหล่ทางเสียหาย ส่งผลต่อความปลอดภัยและความสะดวกในการสัญจรของประชาชน อีกทั้งการติดตั้งเสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ชิดแนวถนน ส่งผลให้พื้นที่ไหล่ทางแคบลงและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ





นอกจากนี้ เครือข่ายฯ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความคุ้มค่าของเสาไฟนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเห็นว่ามีต้นทุนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับอายุการใช้งาน เนื่องจากอาจให้แสงสว่างได้เต็มประสิทธิภาพในช่วง 1–2 ปีแรก ก่อนประสิทธิภาพจะลดลงและทยอยชำรุด ขณะที่หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจประสบข้อจำกัดด้านงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาในระยะยาว ก่อนการลงพื้นที่ ได้มีการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคม พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่สมาชิกเครือข่าย และเปิดโอกาสให้ซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ต่อมา เวลา 13.20 น. คณะได้ลงพื้นที่ตำบลโพธิ์ใหญ่ อำเภอพนมไพร เพื่อติดตามโครงการติดตั้งเสาไฟนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ บริเวณถนนจากบ้านโพธิ์ใหญ่ หมู่ 1 ผ่านพื้นที่การเกษตร พบว่าเสาไฟบางต้นชำรุด บางต้นสามารถให้แสงสว่างได้เพียงประมาณ 3–5 ชั่วโมงก่อนดับ และหลายจุดติดตั้งในบริเวณที่ไม่มีไหล่ทาง



จากนั้น คณะได้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 2043 ช่วงแยกบ้านโพธิ์ใหญ่–อำเภอพนมไพร บริเวณบ้านหนองแคน หมู่ 2 ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า การขุดคลองระบายน้ำส่งผลให้น้ำกัดเซาะดินจนรั้วบ้านทรุดตัวและพังเสียหาย สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัย ชาวบ้านระบุว่า แนวทางก่อสร้างที่ดำเนินการไม่เป็นไปตามที่เคยได้รับการชี้แจงว่าจะก่อสร้างคลองระบายน้ำรูปตัววี (V) พร้อมดาดคอนกรีตเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน โดยตัวแทนชุมชนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนผ่านประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) ร้อยเอ็ด เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป



คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ

จันทร์เพ็ญ จารุจำรัส (เอ็ม) สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ รายงาน 097-624-6388 

สุทธิชัย อุปปะ (เต็ม) บก.สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์