วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567

สุริยะเข้มเดินทางปีใหม่ 68 ขนส่งสาธารณะอุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์ หมอแท้จริงขอศาลริบรถคนเมา

 สุริยะเข้มเดินทางปีใหม่ 68

ขนส่งสาธารณะอุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์

หมอแท้จริงขอศาลริบรถคนเมา



    เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ที่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ ) มูลนิธิเมาไม่ขับร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท ขนส่ง จำกัด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุเมาไม่ขับ ภาครัฐ ภาคเอกชน จัดกิจกรรมรณรงค์ปีใหม่ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งบรรยากาศในงานมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องอันตรายจากการเมาแล้วขับ มีสติ๊กเกอร์แผ่นพับและคู่มือการเดินทางปีใหม่อย่างไรให้ปลอดภัย 



      นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า

กระทรวงคมนาคมมีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่อง 5 วัน และมีพี่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านฉลองปีใหม่จำนวนมาก ทางกระทรวงคมนาคมจึงดูแลเรื่องความปลอดภัยอุบัติเหตุอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน กระทรวงคมนาคม มีนโยบายที่สำคัญคือต้องอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชน โดยจะเข้มงวดกวดขันผู้ขับขี่ต้องปลอดจากแอลกอฮอล์ ตรวจเข้มในเรื่องการเมาแล้วขับ การขับรถเร็ว การโทรแล้วขับ ฯลฯ หากตรวจพบว่าพนักงานขับรถมีปริมาณแอลกอฮอล์ จะมีการลงโทษสถานหนักถึงขั้นไล่ออก ให้ออก ตัดเงินเดือนหรือพักงาน  “ผู้ขับขี่รถสาธารณะเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานในการขับขี่รถที่สูงกว่าผู้ขับขี่รถทั่วไป การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้แต่เพียงเล็กน้อยถือว่าเป็นเจตนาที่จะละเมิดกฎแห่งความปลอดภัย ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วฐานดื่มสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่ และผิดกฎหมายขนส่งโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว



       ทางด้านนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่าถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องจัดการคนที่เมาแล้วขับอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้ที่คิดจะเมาแล้วขับ ไตร่ตรอง ฉุกคิด ประเมินความเสี่ยงว่าคุ้มหรือไม่ ที่จะเสี่ยงละเมิดกฎหมายเมาแล้วขับ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถ้าศาลทั่วประเทศใช้ดุลพินิจในการตัดสินลงโทษคนที่เมาแล้วขับ โดยเฉพาะคนที่มีพฤติกรรมเมาแล้วขับซ้ำซาก หรือคนที่เมาแล้วขับไปชนคนเสียชีวิต ด้วยโทษสถานหนัก จำคุกไม่รอลงอาญา เชื่อว่าในเทศกาลปีใหม่ 2568 จำนวนคนเมาแล้วขับจะลดน้อยลงเป็นอย่างมาก



     เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยต่อไปว่าเมื่อเร็วๆนี้เกิดเหตุคนขับขี่รถเทสล่าขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นบนทางด่วน ศาลแขวงดุสิตตัดสินจำคุก 2 เดือน แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา แต่ที่เป็นที่สนใจของสังคมเป็นอย่างมาก เพราะศาลแขวงดุสิตสั่งริบรถยนต์ผู้ก่อเหตุ



จากกรณีดังกล่าวมูลนิธิเมาไม่ขับจึงได้ทำหนังสือไปถึงอัยการสูงสุดเพื่อขอให้พิจารณากำหนดเป็นนโยบาย

คดีเมาแล้วขับชนคนเสียชีวิต ขอให้อัยการทั่วประเทศผู้มีหน้าที่ฟ้องคดี เสนอขอให้ศาลริบรถ ผู้ที่เมาแล้วขับชนคนเสียชีวิตทุกกรณี 

ตนเชื่อว่า คนที่คิดจะเมาแล้วขับ จะต้องคิดหนักว่าจะเสี่ยงเมาแล้วขับในเทศกาลปีใหม่ 2568 นี้หรือไม่ เพราะบทลงโทษถึงขั้นริบรถ หนักเกินกว่าที่คนเมาแล้วขับจะรับไหวอย่างแน่นอน 



































        

สภ.เมืองเชียงราย ขับเคลื่อนโครงการ“สถานประกอบการสีขาว” บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง และสาธารณสุขเชียงราย ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ประกอบการและลูกจ้างสถานประกอบการในพื้นที่

 สภ.เมืองเชียงราย ขับเคลื่อนโครงการ“สถานประกอบการสีขาว” บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง และสาธารณสุขเชียงราย ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ประกอบการและลูกจ้างสถานประกอบการในพื้นที่



เวลา 14:30 น.วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2567 สภ.เมืองเชียงราย ขานรับนโยบาย ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินโครงการสถานประกอบการสีขาว ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย, พ.ต.อ.สันติ กองสมัคร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย, พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย มอบหมายให้งานป้องกับปราบปราม นำโดย พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี รองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย และงานสืบสวนสอบสวน โดยมี พ.ต.ท.พรต เศรษฐกร รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ชุดสายตรวจ, ชุดสืบสวน บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และสาธารณสุขเชียงราย ร่วมตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะผู้ประกอบการและลูกจ้าง สถานประกอบการในพื้นที่ จำนวนประมาณ 300 คน โดยได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการในพื้นที่เป็นอย่างดี ผลการตรวจสอบไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ประกอบการและลูกจ้างแต่อย่างใด













ขอขอบคุณ

พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี

รอง ผกก.ป.สภ.เมืองเชียงราย

สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร