วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“ปวีณา”นำผู้สมัครสส.กทม.ขึ้นรถ-ลงเรือ หาเสียง ชุมชนริมคลองพระโขนง ประเวศ ก่อนเยึ่มพบปะประชาชนย่านสายไหม ชูแก้ปัญหาสังคม ฟื้นท่องเที่ยววิถีชุมชน สร้างรายได้มากขึ้น

 




     



     “ปวีณา”นำผู้สมัครสส.กทม.ขึ้นรถ-ลงเรือ หาเสียง ชุมชนริมคลองพระโขนง ประเวศ ก่อนเยึ่มพบปะประชาชนย่านสายไหม ชูแก้ปัญหาสังคม  ฟื้นท่องเที่ยววิถีชุมชน สร้างรายได้มากขึ้น




     เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2569) นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.) ในฐานะผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 22 นายชณทัต รินน์นพคุณ เบอร์ 10 และเขต 21 นางสาวมินทร์ชิสา มณีนนทเศรษฐ์ เบอร์ 9  ตามชุมชนริมคลอง โดยล่องเรือจากวัดมหาบุศย์ สู่มัสยิดอัลกุ๊บรอ และล่องเรือต่อไปยังวัดกระทุ่มเสือปลาและเข้าพบปะประชาชนในตลาด Number One Market 




    นางปวีณา กล่าวว่าวันนี้ ได้เยี่ยมชมว่าถีชีวิตริมสองฝั่งคลองพระโขนง ประเวศ ซึ่งในอดีตเป็นชุมชนแหล่งท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันนี้ชุมชนค่อนข้างเงียบเหงา จากการพูดคุยกับชาวบ้านเรียกร้องให้กลับมาพลิกฟื้นพัฒนาให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น



    “รายได้ของประเทศ มาจากการท่องเที่ยวและการส่งออก ดังนั้นพื้นที่เขตสวนหลวง ประเวศ เริ่มตั้งแต่วัดมหาบุศย์ มีตำนานของย่านาคซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงของย่านพระโขนง และยังมีคลองพระโขนงที่กว้างขวางมีแหล่งท่องเที่ยว จากวัดมหาบุศย์ผ่านมัสยิดอัลกุ๊บรอ สู่วัดกระทุ่มเสือปลา ในอดีตมีนักท่องเที่ยวเยอะมาก แต่ปัจจุบันกลับเงียบเหงา ประชาชนอยากให้พลิกฟื้นกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้ง” 



   ทั้งนี้ตนเองเห็นว่าคลองแห่งนี้ น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดี มีลำคลองกว้างขวาง มีวิถีชีวิตที่ดี ถ้าได้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มาสร้างรายได้ให้ประชาชน ซึ่งตรงกับนโยบายพรรคกล้าธรรม แก้ไขความยากจน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



    สำหรับชุมชนมัสยิดอัลกุ๊บรอ ถือเป็นตัวอย่างของชุมชนที่ดีในการดูแลเด็กๆ มีศูนย์เด็กเล็กคอยเลี้ยงดูเด็ก สอนให้มีการศึกษาที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคกล้าธรรม ที่กล้าดูแลทุกชีวิต โดยตั้งศูนย์เด็กเล็กเพื่อให้แม่สามารถนำลูกมาฝากเลี้ยงและออกไปทำงานได้อย่างมีความสุข ขณะที่เด็กเองก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี เติบโตอย่างมีคุณภาพ





    จากนั้นนางปวีณา เดินทางไปพื้นที่เขต 11 เพื่อขึ้นรถแห่หาเสียงช่วยนายธีระเดช นาซีก เบอร์ 8 ซึ่งได้รับความสนใจตอบรับนโยบายด้านสังคมของพรรคเป็นอย่างดี 


สะเทือนวงการลูกหนังขวานทอง! "พรรคเข้าใจประชาชน" เตรียมระเบิดศึกฟุตซอล 4 จว.ใต้ ประเดิมปัตตานีที่แรก พร้อมส่งแชมป์บินลัดฟ้าชุบตัวที่ญี่ปุ่น ⚽🇯🇵

 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. ณ  โรงแรมอัล มีรอซ​ กรุงเทพรามคำแหงซอย5​ สวนหลวง​ เขตสวนหลวง​ กรุงเทพมหานครมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองและกีฬาที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อมีการจัดการประชุมครั้งสำคัญว่าด้วยการขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกผ่านการกีฬา โดยเตรียมจัดการแข่งขันฟุตบอล 11คน  รายการใหญ่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมี "พรรคเข้าใจประชาชน" เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานครั้งนี้



​รอสัญญาณไฟเขียว! พรรคน้องใหม่พร้อมลงสนาม

​ความคืบหน้าล่าสุดระบุว่า ขณะนี้ "พรรคเข้าใจประชาชน" ได้ดำเนินการจดทะเบียนชื่อและโลโก้พรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบขั้นสุดท้ายตามระเบียบ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นและได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ โดยทางพรรคยืนยันความพร้อมที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมทันทีที่ขั้นตอนทางกฎหมายเรียบร้อย









​ปักหมุด "ปัตตานี" จังหวัดแรก ก่อนทะยานสู่แดนอาทิตย์อุทัย 📍

​ไฮไลท์สำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการวางโรดแมปการแข่งขันฟุตบอลมวลชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะเริ่มต้นคิกออฟเปิดตัวสนามแรกที่ จังหวัดปัตตานี เพื่อสร้างความสุขและเฟ้นหายอดนักเตะในพื้นที่

​ความพิเศษที่เหนือกว่าทัวร์นาเมนต์ทั่วไปคือ "โอกาสระดับโลก" โดยทีมที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ จะได้รับสิทธิ์เดินทางไปแข่งขันและทัศนศึกษาดูงานด้านกีฬา ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดประสบการณ์การเป็นนักกีฬามืออาชีพในระดับสากล

​ดึง VIP ร่วมแจม – จ่อใช้เป็นโมเดลนำร่องทั่วประเทศ

​นอกจากฟุตบอลระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไปแล้ว ในงานนี้จะมีการจัดตั้ง ทีม VIP นำโดยคณะผู้บริหารพรรค เพื่อร่วมลงสนามเตะฟุตบอลกระชับมิตร สร้างความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

​โครงการนี้ถือเป็น "โปรเจกต์นำร่อง" (Pilot Project) ที่ทาง ท่านหัวหน้าพรรค และ นายชวัลวิทย์ กองวิสัยสุข รองหัวหน้าพรรคเข้าใจประชาชน ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยตั้งเป้าว่าหากประสบความสำเร็จในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้   โดยมีระดับโรงเรียนมัธยมของญี่ปุ่นและประดับโรงเรียนมัธยมของเกาหลีใต้ร่วมทัวร์นาเมนต์ จะใช้โมเดลนี้ขยายผลจัดกิจกรรมกีฬาสร้างความสามัคคีไปทั่วประเทศต่อไป

​"พรรคเข้าใจประชาชน" มุ่งหวังว่าการใช้กีฬาเป็นสื่อกลางจะช่วยสร้างโอกาส พัฒนาศักยภาพเยาวชน และสร้างรอยยิ้มให้กับพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน