วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2565

รวมน้ำใจให้น้อง: การรับบริจาคอุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์ของนักเรียน

 รวมน้ำใจให้น้อง: การรับบริจาคอุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์ของนักเรียน


: ดร. กมล รอดคล้าย

 


        

          จากสถานการณ์ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID -19 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษาทางไกล การจัดการเรียนการสอนผ่านช่องทางอื่นๆได้แก่จากแบบเรียนและใบความรู้ การเรียนด้วยตนเองผ่านแหล่งเรียนรู้ต่างๆ  การเรียนผ่านระบบออนไลน์ การใช้ห้องเรียนเสมือน( Virtual Classroom) การเรียนการสอนในรูปแบบโปรแกรม ZOOM โปรแกรม Google MEET การเรียนรู้ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ Facebook และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทำให้เกิดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ในสถานการณ์วิกฤติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องให้เกิด”การศึกษาขั้นพื้นฐานวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ” ซึ่งเน้นความปลอดภัยในสถานศึกษา ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

          ในการดำเนินงานดังกล่าว อุปสรรคสำคัญคือ ความไม่พร้อมในอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ของเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มที่ผู้ปกครองมีรายได้น้อยจะมีปัญหาเรื่องของอุปกรณ์การเรียน เช่นขาดคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ รวมทั้งอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่มีบุตรหลานในวัยเรียน มากกว่า 1 คน จะเผชิญกับข้อจำกัดในการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม

          กระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาทุกระดับทั้งในและนอกระบบ ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงเห็นควรให้มีการระดมทุนเพื่อจัดหาอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ ตามนโยบายคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์(Coding) แห่งชาติ ที่ได้มีการประชุมเมื่อ เดือนกรกฎาคม 2564 และพิจารณาว่าการสนับสนุนอุปกรณ์ สำหรับใช้ในการเรียนออนไลน์ของนักเรียนมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลและสนับสนุน โดยเฉพาะประเด็นของการจัดหาอุปกรณ์ ได้พิจารณาว่าสามารถดำเนินการระดมทุนด้วยการรับบริจาคทั้งที่เป็นเงินสดและอุปกรณ์จากภาคเอกชนในลักษณะของ Crowdfunding ได้ โดยเป็นเเนวคิดการระดมทุนจากคนเล็กๆจำนวนมาก เพื่อมอบให้กับคนตัวเล็กๆถือว่าเป็นนวัตกรรมการเงินที่ระดมทุนเพื่อสนองความต้องการทางการเงินทั้งเพื่อการกุศลและการลงทุน ซึ่งกฎหมายต่างๆ ของประเทศไทยได้เอื้อให้ดำเนินการในลักษณะนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เรายังไม่ได้นำมาใช้หรือพิจารณาเลือกเป็นเเนวทางในการระดมทุนกันบ่อยนัก

          วัตถุประสงค์สำคัญในการดำเนินการเรื่องนี้ คือ เพื่อจัดหาอุปกรณ์สำหรับการเรียนออนไลน์ของนักเรียนและเป็นแนวทางให้กับสถานศึกษาต่างๆได้ไปดำเนินการระดมทุนจัดหาอุปกรณ์สำหรับการเรียนออนไลน์ของนักเรียนในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งจะได้มีการกำหนดแนวทางการดำเนินการเพื่อให้เป็นมาตรฐานในการใช้อุปกรณ์ร่วมกันหลังได้รับบริจาคเเล้ว ทั้งนี้เพื่อสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ

          กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะได้รับอุปกรณ์สนับสนุน คือนักเรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประถมต้น ประถมปลาย มัธยมต้น มัธยมปลาย ทั้งในระบบและนอกระบบ โดยเน้นไปที่นักเรียนซึ่งขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ และมีฐานะยากจน 

          กระบวนการดำเนินการรับบริจาคประกอบด้วย

1.บริจาคเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเรียนออนไลน์ของนักเรียนได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่(Smartphone) คอมพิวเตอร์พกพา( Notebook/ Tablet) คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ( Computer PC) โทรทัศน์อัจฉริยะ( Smart TV) เป็นต้น ซึ่งอุปกรณ์ที่รับบริจาคต้องเป็นของใหม่หรือมีอายุการใช้งานไม่เกิน 1 ปี และอยู่ในสภาพพร้อมใช้ 

2.บริจาคเป็นเงินสด

          ทั้งนี้แนวทางการดำเนินการจะมีการจัดหาและสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนออนไลน์สำหรับเด็กนักเรียน โดยในระดับกระทรวงศึกษาธิการมีการระดมทุนจากภาคเอกชน การขอความร่วมมือจากผู้จำหน่ายอุปกรณ์ให้ขายในราคาพิเศษในระดับหน่วยงานองค์กรหลัก ในระดับจังหวัดหรือเขตพื้นที่การศึกษา และระดับสถานศึกษา อาจจัดทำโครงการในชื่อของ “พี่ใหญ่ให้ยืม “  “โครงการพี่ช่วยน้อง”    “ ศิษย์เก่าช่วยจัดหา”   จากนั้นจะมีการกำหนดวิธีการแจกจ่ายหรือระบบการมอบอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อให้ยืมเรียนซึ่งในการ ยืมสิ่งของและอุปกรณ์จะเป็นการยืนยันได้ว่าผู้เรียนจะรับไปเพื่อใช้ในการเรียนรู้ ต้องมีการวางระบบเพื่อรักษาอุปกรณ์ที่ยืมเป็นอย่างดี เมื่อเกิดความเสียหายจะต้องมีการซ่อมแซม หรือจัดหาทดแทนให้ครบตามจำนวนที่สูญหาย         

          การดำเนินการดังกล่าว จะได้มีการปฏิบัติเป็นรูปธรรมในระยะเวลาอันใกล้นี้  ซึ่งจะเป็นการสร้างมิติใหม่ ของการระดมทรัพยากรทางการศึกษา และเมื่อนำมาใช้ก็เน้นการบริหารจัดการในระบบการยืม แทนการให้เปล่า ซึ่งจะต้องใช้จ่ายด้วยงบประมาณมหาศาลมากกว่านี้ ส่งเสริมเด็กให้ดูเเลรักษาและรับผิดชอบสิ่งของที่ได้ยืมมา ประชาชนทั่วไป ศิษย์เก่า ผู้มีความพร้อม ก็ได้มีโอกาสเผื่อแผ่ความพร้อมที่ตนมี ไปยังบุคคลที่ลำบากกว่า นี่จึงน่าจะเป็นอีกเเนวทางหนึ่งของการดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียนและผู้ขาดโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ และทัดเทียมกับผู้ที่มีความพร้อมในสังคม

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2565

สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย และ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)​เปิดตัวโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตและโครงการพี่สอนน้องให้เด็กไทยมีทักษะการว่ายน้ำอย่างถูกต้อง ลดการเสียชีวิตจากสาเหตุการจมน้ำ



พล.อ.ศิริชัย ดิษฐ์กุล อุปนายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายพัฒนเศรษฐ์ จังคศิริ ผู่ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)​ พล.อ.ธนิส พิพิธวนิชการ ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย และประธานโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตและโครงการพี่สอนน้อง พร้อมผู้บริหารสมาคม และผู้แทนบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)​ ร่วมแถลงข่าวโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตว่า จากรายงานการจมน้ำระดับโลก ขององค์การอนามัยโลกพบการจมน้ำเป็นสาเหตุอันดับ 3 ของการเสีนชีวิตจากการบาดเจ็บ ซึ่งแต่ละปีมีเด็ก เสียชีวิตจากการจมน้ำเฉลี่ยปีละ 140,219 ราย ขณะที่ปี 2562 มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำสูงถึง 3,360 ราย เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี 559 ราย แลพในปี 2563 เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตมากถึง 692 ราย ซึ่งเป็นการเสียชีวิตอันดับ 1



ทางสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ประสานความร่วมมือ กับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)​ เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น ได้จัดโครงการ 2 โครงการ คือโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตประจำปี 2565 และโครงการพี่สอนน้อง ซึ่งทั้ง 2 โครงการจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีทักษะการว่ายน้ำอย่างถูกต้องสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาสได้เรียนว่ายน้ำ อีกทั้งทำให้เด็กๆมีสุขภาพดี ว่ายน้ำเป็น


ซึ่งนำไปสู่การลดอัตราการสูญเสียชีวิตของเด็กในแต่ละปีที่มีจำนวนสูงมาก ซึ่งการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีอีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความเป็นเลิศให้กับนักกีฬาเยาวชนในการแข่งขันระดับชาติและระดับนานาชาติ รวมไปถึงเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่เส้นทางนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต


พล.อ.ศิริชัย ดิษฐ์กุล กล่าวว่าทั้ง 2โครงการเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและเยาวชน ที่ทางสมาคมต้องรับผิดชอบต่อสังคม โดดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส และผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ อีกทั้งทำให้ทุกคนมุ่งสู่ความเป็นเลิศของการนักกีฬา​ว่ายน้ำ ซึ่งโครงการนี้จะมีในทุกภูมิภาค

ส่วนนายพัฒนเศรษฐ์ กล่าว่าทาง.ปตท. สนับสนุนสมาคม มา5ปี เราเห็นการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หากประสบเหตุจมน้ำอีกทั้งเห็นการพัฒนาวงการกีฬาว่ายน้ำที่เทียบเท่าสากลได้