วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กอ.รมน. ประณามอย่างรุนแรงเหตุคนร้ายโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ย้ำเป็นการกระทำอันไร้มนุษยธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน และคุกคามความปลอดภัยของประชาชน

 กอ.รมน. ประณามอย่างรุนแรงเหตุคนร้ายโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ย้ำเป็นการกระทำอันไร้มนุษยธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน และคุกคามความปลอดภัยของประชาชน




--‐-----------------------------------------------------

วันนี้ (23 กรกฎาคม 2569) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการก่อเหตุใช้อาวุธปืนและระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นการกระทำอันอุกอาจ ไร้มนุษยธรรม และไม่คำนึงถึงชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความหวาดกลัวและบั่นทอนความพยายามของทุกภาคส่วนในการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้





เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ 5 นาย และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากการตกเป็นลูกหลงอีก 6 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 2 ราย การก่อเหตุในพื้นที่ชุมชนด้วยอาวุธสงครามเช่นนี้ ไม่เพียงมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไม่อาจยอมรับได้




นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มงวด




พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมเร่งรัดการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด ตลอดจนยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่




ด้าน พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด


การบังคับใช้กฎหมายของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นภารกิจเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้น การคุกคามต่อชีวิตและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย จึงถือเป็นการคุกคามต่อประชาชนและสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ทั้งนี้ สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ





ขอเน้นย้ำว่า สิทธิมนุษยชนเริ่มต้นจากสิทธิในการมีชีวิตและความปลอดภัยของทุกคน ดังนั้น ผู้ที่ใช้ความรุนแรงจนทำให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด ไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่แท้จริง

สิทธิมนุษยชนไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากประชาชนยังต้องดำรงชีวิตท่ามกลางความหวาดกลัวจากการใช้ความรุนแรง การก่อเหตุที่มุ่งทำร้ายทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ จึงเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน


ขอสดุดีความเสียสละของกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ทั้ง 5 นาย ซึ่งอุทิศชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประชาชน พร้อมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน


กอ.รมน. ยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วน เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ควบคู่กับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนร่วมปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ หากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย และนำพาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุขที่มั่นคงและยั่งยืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น