หอบหลักฐานแจ้งจับ "อดีตอธิบดีอัยการ" พฤติกรรมฉาว หิ้วเงินสด 400,000 บาท วิ่งเต้นสินบน หวังเคลียร์คดีทุจริต แสบ!แอบอ้างชื่อ "บิ๊กเต่า-ผู้การแป๊ะ"
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความและอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 (กก.4 บก.ปปป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตอธิบดีอัยการรายหนึ่ง ในความผิดฐานเสนอสินบนและแอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เพื่อแทรกแซงคดีทุจริต
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากปฏิบัติการ "รุมกินโต๊ะ" เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 โดยเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. ร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เข้าจับกุมผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมพวกรวม 3 คน กรณีเรียกรับเงินค่าใบอนุญาตก่อสร้างและต่อเติมร้านอาหาร ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนฟ้องไปยังผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ช่วงปลายปี 2568
นายอภิวัฒน์ เปิดเผยพฤติการณ์สุดฉาวว่า อดีตอธิบดีอัยการรายนี้ ได้เสนอเงินสดจำนวน 400,000 บาท ซึ่งเป็นของกลุ่มผู้ต้องหาผ่านบุคคลภายนอก ให้แก่ นายเนธิภัททิก์ เพื่อแลกกับการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางรายในคดี แต่ทางอธิบดีอัยการ ภาค 5 ปฏิเสธไม่รับเงิน และยืนยันสั่งฟ้องตามกระบวนการ พร้อมทั้งได้บันทึกวิดีโอเหตุการณ์ขณะพูดคุยเจรจาสินบนไว้ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ
นอกจากนี้ หลังจากทราบว่าอัยการจะสั่งฟ้อง อดีตอธิบดีอัยการคนดังกล่าวยังได้โทรศัพท์มาแอบอ้างว่า ได้ "เคลียร์คดีเรียบร้อยแล้ว" กับทั้ง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. (บิ๊กเต่า) และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 (บิ๊กแป๊ะ) อดีตผู้การภาค5ในขณะนั้น โดยอ้างว่าจะดึงสำนวนกลับมาสั่งไม่ฟ้องและตำรวจจะไม่ทำความเห็นแย้ง แต่จากการตรวจสอบยืนยันว่าไม่มีการตกลงใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงการแอบอ้างเพื่อสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง
สำหรับการมายื่นเอกสารเพิ่มเติมในวันนี้ เป็นการนำหลักฐานความเชื่อมโยงทางธุรกิจและการเข้าสังคมระหว่างกลุ่มผู้ต้องหากับอดีตอธิบดีอัยการรายนี้มามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อหักล้างคำให้การของผู้ต้องหาที่เคยปฏิเสธว่าไม่รู้จักกัน
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานติดสินบนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 รวมถึงข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยทางตำรวจ บก.ปปป. จะดำเนินการสอบสวนขยายผลความสัมพันธ์เชิงลึกและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ฝั่ง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ที่ถูกแอบอ้างชื่อนั้น ยังไม่มีรายงานการให้สัมภาษณ์หรือการแจ้งความเพิ่มเติมแต่อย่างใด




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น