คุ้มครองสิทธิฯ จับมือ สมาคมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยฯ ลงนาม MOU ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและหนี้สินไทย การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน พร้อมให้ความรู้หลักสูตร “อาสาสมัครยุติธรรม” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (28 พ.ค.69) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ ดร.กัญญนันทน์ สิรคุปต์ธรานนท์ นายกสมาคมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและหนี้สินไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ณ โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ โดยมี นายธปภัค บูรณะสิงห์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท พร้อมด้วย ผู้บริหารกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และผู้บริหารสมาคมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและหนี้สินไทย เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ การพัฒนาบุคลากรด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตลอดจนการช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน
นอกจากนี้ยังได้มีการฝึกอบรมหลักสูตร “อาสาสมัครยุติธรรม” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทภารกิจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งผู้ผ่านการอบรมจะเป็นเครือข่ายภาคประชาชนในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน และสามารถนำไปเป็นหลักฐานประกอบการต่อทะเบียนตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจากภาคประชาชน จำนวน 145 คน อีกทั้งได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการให้ความรู้
ทั้งนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมยกระดับความร่วมมือ และสร้างเครือข่าย ความร่วมมือในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน ในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทภารกิจหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานในสังกัดกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ สิทธิมนุษยชนชน พร้อมทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในสังคมต่อไป







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น