กอ.รมน. ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งบูรณาการแก้ปัญหาค่าครองชีพ
เดินหน้ามาตรการเชิงรุก เปิดพื้นที่ “ตู้ปันน้ำใจ” บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนทั่วประเทศ
----‐-----------------------------
ตามคำแถลงนโยบายของรัฐบาล จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว และส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่
โดย พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบหมายให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการจัดตั้งโครงการ “กอ.รมน. ปันน้ำใจ บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน” ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชน โดยการบูรณาการในครั้งนี้ กอ.รมน. ได้ร่วมกับ ชมรมพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร (ชมรม พบค.) คณะกรรมการมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ (คกก.ทสปช.) สมาคมไทยซิกข์ รักษาความมั่นคงภายใน (ประเทศไทย) ชมรมบิ๊กไบค์ และมวลชน ทสปช. เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและผลักดันมาตรการช่วยเหลือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน พลเอก ชัยพฤษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. ได้กำกับและติดตามการดำเนินงานในภาพรวมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวขับเคลื่อนภายใต้โครงการ “กอ.รมน. ปันน้ำใจ บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน” เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นรูปธรรม โดยมี สำนักจเร กอ.รมน. (สจร.กอ.รมน.) และสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (สมท.กอ.รมน.) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนและขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งในภาพรวมและระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ในระยะเริ่มต้น ได้กำหนดทดลองดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 11 – 12 เมษายน 2569 (วันเสาร์–อาทิตย์) โดยนำร่องในพื้นที่เขตบางกอกน้อย และเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เพื่อประเมินผลและขยายผลในระยะต่อไป
โดยการดำเนินโครงการในระยะแรก จะมุ่งเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ตามหลักการคัดกรองในพื้นที่ อาทิ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ ผู้ให้บริการรับ–ส่งสินค้า (เช่น แพลตฟอร์มเดลิเวอรี อาทิ Grab, LINE MAN ตลอดจนผู้ให้บริการขนส่งอิสระ) เข้ามามีส่วนร่วมในการกระจายสิ่งของจาก “ตู้ปันน้ำใจ บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน” เพื่อช่วยเพิ่มรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก
สำหรับการสนับสนุนสิ่งของใน “ตู้ปันน้ำใจ บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน” ได้จัดเตรียมจำนวน 200 ชุดต่อวัน โดยจัดตั้งจุดให้บริการ ณ กอ.รมน. สวนรื่นฤดี กรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงความช่วยเหลือได้โดยสะดวก
ทั้งนี้ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.00 น. เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง
วันนี้ (11 เม.ย. 2569) เวลา 09.30 น. ได้มีพี่น้องประชาชนจากเขตดุสิต เขตบางพลัด และเขตบางกอกน้อย เดินทางมาร่วมรับสิ่งของช่วยเหลือ ณ บริเวณด้านหน้ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) อย่างต่อเนื่อง
สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมารับสิ่งของได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง เจ้าหน้าที่ได้จัดรถจักรยานยนต์อำนวยความสะดวก รับ–ส่ง และนำสิ่งของไปมอบถึงที่พักอาศัยโดยตรง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ กอ.รมน. ยังคงยืนยันบทบาทในการเป็นกลไกหลักด้านความมั่นคงภายในประเทศ พร้อมเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนที่มีความพร้อม ร่วมแบ่งปันน้ำใจ เติมสิ่งของใน “ตู้ปันน้ำใจ บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน” ณ จุดบริการของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และ กอ.รมน.จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น