วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569

“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47”

 



  


       “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47”

ปลุกตลาดยานยนต์ไทย สวนทางเศรษฐกิจ  



      ปิดฉากลงอย่างสวยงาม สำหรับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ภายใต้ธีม “The ICONIC SYNCHRONICITY” หรือบริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ ที่จัดขึ้นท่ามกลางสภาวะความผันผวนด้านพลังงาน เนื่องจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่การจัดงานยังคงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยตลอดระยะเวลาการจัดงานสามารถสร้างยอดจองรถยนต์  132,951 คัน และรถจักรยานยนต์ 2,056 คัน  ยอดผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 1,798,312 คน สะท้อนถึงกำลังซื้อ และความเชื่อมั่นของตลาดที่เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง



     นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์​ รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดเผยว่า“แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความผันผวน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ถึงกระนั้นงาน “Bangkok International Motor Show” ยังคงเป็นงานแสดงยานยนต์ที่มีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา” 


  

     สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีค่ายรถชั้นนำทั้งจากเอเชียและยุโรปนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถอเนกประสงค์และรถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง”

“ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ไม่ได้วัดเพียงยอดจองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทของงานในการเป็น “แพลตฟอร์ม” เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค ตลอดจนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเปลี่ยนผ่านในยุคพลังงานใหม่อย่างเป็นรูปธรรม”



นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โปรโมชั่นพิเศษ และกิจกรรมทดลองขับที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี รวมถึงการนำเสนอเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ และโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคต สำหรับภาพรวมของงานในปีนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และโครงสร้างตลาด โดยมีงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ทำหน้าที่เป็นเวทีหลักในการขับเคลื่อนและสร้างแรงส่งให้กับทั้งระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย



     นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  “ความสำเร็จอันงดงามของการจัดงานในปีนี้ถือเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นตั้งใจและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย นอกจากนี้ ยังต้องขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการทำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา”




     "ผมขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงประชาชนที่ให้ความสนใจและมาเยี่ยมชมงานอย่างล้นหลาม ซึ่งทุกท่านมีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันให้เกิดความสำเร็จในวันนี้ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของงานแสดงยานยนต์นี้ในระดับประเทศและระดับภูมิภาค" นายจาตุรนต์กล่าว



    อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับรูปแบบการจัดงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลกยานยนต์ในยุคปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์  ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในงานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคต”



      เตรียมพบกับงาน “Bangkok International Motor Show” ครั้งที่ 48 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22 มีนาคม- 4 เมษายน 2570 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ที่คาดว่าจะยิ่งใหญ่ และเข้มข้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น