วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567

ทช. เปิดปฏิบัติการเก็บกู้ซากอวน ปกคลุมแนวปะการังกว่า 700 ตารางเมตร พื้นที่เกาะริ้น น้ำหนักรวม 338 กก. เตรียมเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศต่อไป

 ทช. เปิดปฏิบัติการเก็บกู้ซากอวน ปกคลุมแนวปะการังกว่า 700 ตารางเมตร พื้นที่เกาะริ้น น้ำหนักรวม 338 กก.  เตรียมเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศต่อไป



      

         วันที่ 17 ม.ค. 67 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1 (ระยอง)และ 2 (ชลบุรี) นำโดย นายวุฒิพงษ์ วงศ์อินทร์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทะเล สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (ชลบุรี) และ เจ้าหน้าที่ชุดฉลามขาว พร้อมด้วย อาสาสมัครนักดำน้ำ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ จำนวน 35 คน นำเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 804 ออกปฏิบัติการภาระกิจเก็บกู้อวนปกคลุมแนวปะการัง เกาะริ้น อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตามนโยบาย ของ  ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้ดำเนินการเก็บกูอวน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศปะการัง 




        นายวุฒิพงษ์ วงศ์อินทร์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทะเล สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (ชลบุรี) เปิดเผยว่า การปฏิบัติงานในครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากนักประดาน้ำในพื้นที่ ที่ลงไปถ่ายภาพใต้น้ำ พบอวนขนาดใหญ่ทับแนวประการังอยู่ กรมทรัพยากรและชายฝั่ง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ลงไปเก็บกู้ซากอวนทั้งหมดขึ้นมา พร้อมทั้งมีการประเมินความเสียหายทั้งหมด 




        สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้แบ่งนักดำน้ำทั้งหมด 7ทีม รอบแรกได้ส่งนักประดานน้ำสำรวจสภาพของอวน พบว่ามีความยาว 70เมตร กว้าง 10เมตร ครอบคลุมพื้นที่แนวปะการังทั้งหมด 700ตร.ม. ในรอบที่สองได้ส่งนักดำน้ำลงไปตัดอวนออกเป็นผืนย่อยโดยใช่ถุงพลาสติกรัดไว้ที่อวน เพื่อให้ลอยขึ้นมา และจะทำให้เกิดความเสียหายต่อปะการังน้อยที่สุด จากนั้นในรอบสุดท้ายได้ทำการเก็บกู้อวนน้ำรวมหนักประมาณ 338กก. พร้อมซ่อมแซมกิ่งที่แตกหักเสียหาย ส่วนการสำรวจประเมินความเสียหายที่มีต่อแนวปะการังในพื้นที่โดยประมาณ 700ตร.ม.พื้นที่ปะการังเสียหายประมาณ 70 ตร.ม.ลักษณะความเสียหายหลัก คือปะการังซีดจาง ฟอกขาวบางส่วน นอกจากปะการังยังมีผลกระทบอื่นๆ ประกอบด้วย ดอกไม้ทะเล และสัตว์หน้าดิน (ปู, หอยเม่น) ถูกทับและพันเกี่ยว แนวทางการฟื้นฟู คิดเป็นร้อยละ 10ของพื้นที่ที่ถูกปกคลุมทั้งหมด ซึ่งสภาพอากาศในวันนี้ท้องฟ้าค่อนข้างแจ่มใส ทำให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถปฏิบัติได้ตามแผนที่วางไว้หลังจากนี้จะมีการปลูกทดแทนในพื้นที่เสียหาย ประมาณ 100กิ่ง โดยมีแผนติดตามผลการดำเนินการในอีก 2 เดือนข้างหน้า




      ทั้งนี้จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการประมง ให้ทำการประมงในนอกเขตพื้นที่ที่มีแนวปะการังเพราะหากอวนไป หรือตัดทิ้งปล่อยไว้จะทำให้ปะการังตาย เพราะบริเวณที่โดนคลุมจะได้รับแสงน้อยลง ระบบน้ำหมุนเวียนไม่ดี ปะการังจึงเริ่มมีสีซีด หากปล่อยทิ้งไว้ปะการังจะฟอกขาวหมดก้อน และตายในที่สุด เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก หากพบผู้ประกอบการประมงทำความเสียหายต่อแนวปะการัง ซึ่งถือเป็นสัตว์คุ้มครอง จะมีความผิดตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 และ พรบ.การประมงอีกด้วย.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น