วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าโครงการ “พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องในถิ่นทุรกันดาร” ครั้งที่ 3 รุดส่งมอบชุดพัดลมเพดาน แขวนผนัง และตั้งพื้น พร้อมค่าพาหนะ ค่าติดตั้งพัดลม แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนเพิ่มอีก 5 จังหวัด รวมมูลค่ากว่า 9 แสนบาท

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าโครงการ “พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องในถิ่นทุรกันดาร” ครั้งที่ 3 รุดส่งมอบชุดพัดลมเพดาน แขวนผนัง และตั้งพื้น พร้อมค่าพาหนะ ค่าติดตั้งพัดลม แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนเพิ่มอีก 5 จังหวัด รวมมูลค่ากว่า 9 แสนบาท

.





ระหว่างวันที่ 5-9 มิถุนายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์/หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่มอบชุดพัดลมเพดาน แขวนผนัง และตั้งพื้น รวมทั้งชุดนักเรียน ในโครงการ พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องในถิ่นทุรกันดาร ครั้งที่ 3 ให้แก่สถานศึกษาในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา สิงห์บุรี  ชัยนาท  ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี รวม 5 จังหวัด 25 โรงเรียน รวมจำนวนพัดลมทั้งสิ้น 274 ตัว พร้อมมอบค่าพาหนะให้แก่โรงเรียนๆ ละ 2,000 บาท และค่าติดตั้งพัดลมแก่โรงเรียนๆ ละ 3,000 บาท นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้มอบชุดนักเรียน ให้แก่นักเรียนทั้ง 25 โรงเรียน รวม 750 ชุด รวมงบประมาณทั้งสิ้น 995,494 บาท (เก้าแสนเก้าหมื่นห้าพันสี่ร้อยเก้าสิบสี่บาทถ้วน) เพื่อลดสภาวะอากาศร้อนภายในโรงเรียน ให้นักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียนได้คลายร้อนและมีสมาธิในการเรียนการสอน โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย มูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจุดสิงห์บุรี ร่วมลงพื้นที่แจกจ่าย

.







โครงการพัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องถิ่นทุรกันดาร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษาถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนพัดลม จึงมอบหมายให้คณะกรรมการมูลนิธิฯ จัดทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เร่งดำเนินการโครงการ พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องถิ่นทุรกันดาร นำร่องเมื่อปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดยมอบชุดพัดลมแก่สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี รวม 5 จังหวัด  25 โรงเรียน  และได้ขยายพื้นที่บรรเทาทุกข์ต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2569 รวมการดำเนินการโครงการพัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องถิ่นทุรกันดารแล้ว 15 จังหวัด 75 โรงเรียน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท 

  .




ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ชนชั้น และศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ภายใต้ปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.







ติดตามข่าวสาร กิจกรรม ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือคลิกเพื่อติดตามทางช่องทางอื่นๆ รวมถึงพิกัดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

กรมบังคับคดี ลงพื้นที่อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ อำนวยความสะดวกประชาชนยื่นคำขอรับชำระหนี้ คดีเหมืองทองอัครา

 กรมบังคับคดี ลงพื้นที่อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ อำนวยความสะดวกประชาชนยื่นคำขอรับชำระหนี้ คดีเหมืองทองอัครา






วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ วัดราษฎร์ศรัทธาราม อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ กรมบังคับคดีลงพื้นที่ให้บริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง








สืบเนื่องจากประกาศศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ สว2/2559 คดีหมายเลขแดงที่ สว3/2562 ที่สั่งให้บริษัทจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตจากการทำเหมืองทองคำ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิในการเยียวยาอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว กรมบังคับคดีจึงจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รับเอกสารและให้คำแนะนำในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีแบบกลุ่มโดยตรง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการเดินทางของประชาชน โดยมี นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่สังเกตการณ์ ติดตามการดำเนินงาน และให้คำแนะนำแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด





นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า ตามที่ศาลมีคำพิพากษาให้บริษัทจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตนั้น ผู้มีสิทธิได้รับการชดใช้จะต้องเป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในช่วงปี พ.ศ. 2545 - 2559 โดยแต่ละรายจะได้รับค่าสินไหมทดแทนแตกต่างกันไปตามลักษณะและระดับความเสียหายที่เกิดขึ้น  การลงพื้นที่ในวันนี้มุ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับสิทธิตามคำพิพากษาอย่างครบถ้วน ซึ่งภายหลังจากการยื่นคำขอแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการตรวจสอบและมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตต่อไป ส่วนการจ่ายเงินเยียวยานั้น จะขึ้นอยู่กับกระบวนการบังคับคดีและการรวบรวมทรัพย์สินของบริษัทจำเลย ซึ่งกรมบังคับคดีจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินชำระหนี้ในจำนวนมากที่สุด   สำหรับการลงพื้นที่รับคำขอรับชำระหนี้ในครั้งนี้ จะให้บริการในพื้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2569 อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอ หรือไม่สามารถเดินทางมายื่นได้ทันตามกำหนด ยังสามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบูรณ์ และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร





ทั้งนี้ ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ครั้งนี้ นอกจากประชาชนชาวเพชรบูรณ์ในพื้นที่แล้ว ยังมีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากพื้นที่จังหวัดพิจิตรเดินทางมายื่นคำขอด้วย กรมบังคับคดีจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิที่ยังไม่ได้ยื่นเอกสาร เร่งดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง โดยกรมบังคับคดีมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพื่อให้กระบวนการเยียวยาเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมต่อไป