วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569

พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 เร่งรุดเข้าพื้นที่ช่วยชีวิตหวุดหวิด หญิงกระโดดตึกฆ่าตัวตาย

 พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 เร่งรุดเข้าพื้นที่ช่วยชีวิตหวุดหวิด หญิงกระโดดตึกฆ่าตัวตาย




เมื่อเวลา 10:24 น.วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2569 ณ ห้องวิทยุสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 เลขที่ 447 ถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานวิทยุได้รับแจ้งเหตุจาก 191 ว่า มีหญิงไม่ใส่เสื้อผ้าอุ้มแมวเสียชีวิต 1 ตัว เดินอยู่บนหลังคาของพานิชประมาณ 4-5 ชั้น ในส่วนที่มีการต่อเติมหลังคา โดยหญิงดังกล่าวได้ปีนขึ้นไปบนหลังคา พยายามจะกระโดดจากหลังคาตึกลงด้านล่างเพื่อฆ่าตัวตาย โดยมี คุณคิด เป็นผู้แจ้งเหตุ

     หลังจากเจ้าพนักงานวิทยุได้รับแจ้งเหตุ จึงได้รายงานไปยัง พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบและเร่งรุดเข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุ




     ต่อมา พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ เจริญกรุง 20 เเขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กทม.ได้พบประชาชนจำนวนมากที่อยู่บริเวณนั้น ให้ความสนใจติดตามดูเหตุการณ์ จากนั้นจึงได้ขึ้นไปยังอาคารอีกด้านที่สูงกว่า และได้พบหญิงคนดังกล่าวพร้อมแมว 1 ตัวอยู่ในกรง เดินไปมาบนหลังคาบริเวณเหนือหอพักหญิงไม่มีชื่อ ปากซอยเจริญกรุง 20 สั่งการให้กำลัง จร./สืบสวน/สอบสวน เข้าช่วยเหลือ และได้เจราจาเกลี้ยกล่อมเป็นระยะ พร้อมกับประสานกู้ชีพป่อเต็กตึ๊ง/ดับเพลิงสวนมะลิ (เบาะลม) มาที่เกิดเหตุ และได้ติดตามดูสถานการณ์อยู่บนอาคารที่สูงกว่าอีกฝั่ง เพื่อจะได้เห็นมุมมองและบริเวณโดยรอบ และคอยวิทยุสื่อสารบอกขั้นตอนยุทธวิธี ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสาฯ พร้อมกับเกลี้ยกล่อมเจรจากับหญิงผู้ก่อเหตุ จนทำให้ลดอาการความตรึงเครียดลง และดูสถานการณ์ว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี จึงอาศัยจังหวะที่ผู้ก่อเหตุมีอาการอ่อนเพลีย เข้าชารจ์ช่วยเหลือไว้ได้โดยปลอดภัย ก่อนนำส่งรพ.กลางต่อไป




     พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 เผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายกฤษฎ์ (สงวนนามสกุล) สามีผู้ก่อเหตุได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ว่า นางสาวจิลลาภัทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี เป็นภรรยาของตน ได้เกิดความเครียดสาเหตุมาจากแมวที่เลี้ยงไว้ตาย จึงเกิดความเสียใจเนื่องจากภรรยาของตนรักแมวตัวนี้มาก จึงทำให้ขาดสติและเป็นสาเหตุที่มาก่อเหตุในครั้งนี้




     จากการสอบถามประชาชนที่เฝ้าดูเหตุการณ์ ต่างก็ชื่นชม พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้มฯ เป็นเสียงเดียวกันว่า "ท่าน ผกก.ท่านนี้เก่งมาก" ที่ช่วยชีวิตผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งจากเหตุการณ์ประชาชนที่เฝ้าดูยังนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยคนก่อเหตุซึ่งยืนอยู่บนหลังคาของอาคารพาณิชย์ ที่ต่อเติมหลังคามีความสูงถึง 4 - 5 ชั้น หากพลาดนิดเดียวคือทั้งคนก่อเหตุและคนที่เข้าช่วยเหลือ คือต้องตกมาด้วยกัน ถือว่าเสี่ยงและอันตรายมาก แต่ท่าน ผกก.ได้ใช้ความรู้ความสามารถในการคลี่คลายสถานการณ์ และก็ผ่านไปได้ด้วยดี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ของ "นาทีชีวิต"







ขอขอบคุณ

พ.ต.อ. วิทวัส เข่งคุ้ม

ผกก.สน.พลับพลาไชย 2

คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์

รองประธานที่ปรึกษา กต.ตร.สน.พลับพลาไชย 2

สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร

เปิดปฏิบัติการฟ้าผ่า! บุกทลาย "โกดังนรก" ยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด แฉแชตลับสั่งการจากนอกประเทศ

 เปิดปฏิบัติการฟ้าผ่า! บุกทลาย "โกดังนรก" ยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด แฉแชตลับสั่งการจากนอกประเทศ


สืบนครบาล 6 โชว์ฝีมือ บุกรวบแก๊งค้ายาคาโกดังย่านปทุมธานี ยึดยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด หลังแกะรอยแชตลับ พบเป็น “บอส” บงการจากประเทศเพื่อนบ้าน



เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 และชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น.6 ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6 แถลงผลงาน เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ หลังสืบทราบว่ามีการใช้โกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นแหล่งพักยาเสพติดล็อตใหญ่เพื่อรอการกระจายสู่พื้นที่ปริมณฑลและกรุงเทพมหานคร


ปฏิบัติการเริ่มขึ้นเมื่อคืนวันที่ 12 มิถุนายน เจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ขับเข้ามายังโกดังเป้าหมายด้วยท่าทีมีพิรุธ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นต้องตกตะลึง เมื่อพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในโกดังถึง 8,000,000 เม็ด และคีตามีนอีก 410 กรัม รวมมูลค่าของกลางมหาศาล



เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 5 ราย นำโดย นายยุทธนา หรือ “ม่อน” อายุ 24 ปี และพวกที่เป็นเยาวชนอีก 2 ราย เบื้องต้นแจ้งข้อหาหนัก "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2" โดยมีพฤติการณ์ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของยาเสพติดในกลุ่มประชาชน

แฉแชตลับ “แล้วแต่ลื้ออิ้วได้หมด” ล่าตัว “บอส” บงการใหญ่


จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบเบาะแสสำคัญคือกลุ่มแชตลับชื่อ “แล้วแต่ลื้ออิ้วได้หมด” ซึ่งใช้ในการสั่งการ แบ่งงานกันเป็นระบบ ทั้งคนเฝ้าโกดังและคนกระจายสินค้า โดยมีผู้สั่งการใหญ่ฉายา “นายบอส” ซึ่งกบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน เป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลัง


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขยายผลเข้ายึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับค้ายาเสพติด ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และของมีค่า รวมมูลค่ากว่า 5.2 ล้านบาท เพื่อนำมาตรวจสอบเส้นทางการเงินและลากคอผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษให้ถึงที่สุด



การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลงานเชิงรุกตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติด ตัดวงจรการลำเลียงและทำลายแหล่งพักยาก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.  พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง บช.น. ได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในการสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง


ให้ตัดวงจรการค้ายาเสพติดข้ามชาติ สกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ไม่ให้เข้าถึงมือเยาวชนและชุมชนในกรุงเทพฯ ได้อย่างทันท่วงที โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตาม “นายบอส” และเครือข่ายที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

//