วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

กลุ่มเซ็นทรัล นำคาราวานของขวัญจากคนไทย ส่งถึงเยาวชนชายแดนใต้ ในโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์” ปีที่ 16

 กลุ่มเซ็นทรัล นำคาราวานของขวัญจากคนไทย ส่งถึงเยาวชนชายแดนใต้ ในโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์” ปีที่ 16

 


รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่สร้างความสุขยิ่งใหญ่ ถูกส่งต่อถึงน้อง ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผ่านโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์” โดยกลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับกองทัพบก นำคาราวานของขวัญจากใจคนไทยทั่วประเทศ เดินทางไปถึงมือน้อง ๆ เยาวชน เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุข เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติและเทศกาลปีใหม่

 


สมกมล จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับกองทัพบก ดำเนินโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 เพื่อเชิญชวนคนไทย คู่ค้า ภาคีเครือข่าย และธุรกิจในเครือ ร่วมส่งต่อของขวัญแทนความรักและความห่วงใย มอบให้แก่เยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลา เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติและเทศกาลปีใหม่

 


แม้เยาวชนในพื้นที่จะมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา แต่ทุกคนล้วนเป็นคนไทยที่เติบโตอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน โดยกลุ่มเซ็นทรัลนับเป็นบริษัทค้าปลีกรายแรกของประเทศไทยที่ริเริ่มกิจกรรมส่งมอบของขวัญให้แก่เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยความร่วมมือกับกองทัพบกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553

 


ตลอดระยะเวลา 16 ปี โครงการดังกล่าวได้ส่งมอบของขวัญถึงมือน้อง ๆ เยาวชนกว่า 2.3 ล้านชิ้น อาทิ อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน ของเล่นเด็ก จักรยาน และของใช้จำเป็นอื่น ๆ สะท้อนถึงพลังน้ำใจและการเกื้อกูลของคนไทยที่มีต่อกัน พร้อมมุ่งหวังให้โครงการมีส่วนช่วยปลูกฝังให้น้อง ๆ เติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม เรียนรู้คุณค่าของการแบ่งปัน สอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กประจำปี “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

 


สำหรับของขวัญทุกชิ้นในปีนี้ได้ถูกจัดสรรตามช่วงวัยและจังหวัดเป้าหมายอย่างเหมาะสมผ่านการลำเลียงสู่มือน้องๆ โดยความร่วมมือจากกองทัพบก พร้อมจัดพิธีส่งมอบของขวัญในโครงการมิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์ อย่างเป็นทางการ ณ ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี สำหรับปีนี้เป็นครั้งแรกที่เด็กๆ ชาว “โอรังอัสลี” จากเผ่าจาไฮ ชนเผ่าดั้งเดิมที่อยู่ในผืนป่าฮาลาบาลาซึ่งอยู่เขตจังหวัดชายภาคแดนใต้ ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น


 


ตัวแทนเยาวชนชาว “โอรังอัสลี” จากเผ่าจาไฮ ที่ได้รับของขวัญ ด.ญ.ฟ้าใส สืบสกุลฮาลาคีรี ชั้น ป.1 รร.บ้านฉลองชัย อ.บันนังสตา จ.ยะลา เผยความรู้สึกว่า “หนูรู้สึกดีใจและมีความสุขมากค่ะ นี่เป็นจักรยานคันแรกในชีวิตของหนู ที่จะได้ขับไปสถานที่ต่างๆ และหนูอยากบอกว่าหนูเป็นคนไทยคนหนึ่ง และได้มีบัตรประชาชนเป็นครั้งแรก วันเด็กปีนี้หนูขอขอบคุณพี่ๆทุกคน หนูสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี และโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้าค่ะ”



ด.ช.อาบาดี สุหลง ชั้น ป.6 รร.บ้านม่วงเตี้ย อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เผยว่า "ผมดีใจที่ได้เจอพี่ๆทุกคนและได้รับของขวัญในวันนี้ ผมอยากบอกพี่ๆว่าผมเกิดบนแผ่นดินไทย รักประเทศไทย เพราะประเทศไทยให้การศึกษา ให้อนาคตที่ดีกับผม ผมจะตั้งใจเรียนและโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดี พร้อมกลับมาพัฒนาบ้านเกิดตัวเองอีกครั้งครับ”


ทางด้าน พลโทนรธิป โพยนอก แม่ทัพภาค 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า “ขอขอบคุณกลุ่มเซ็นทรัลที่ให้ความสำคัญกับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โครงการ มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์ นับเป็นต้นแบบของโครงการเพื่อสังคมที่เชื่อมโยงน้ำใจของคนไทยทั่วประเทศ ส่งต่อถึงเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นพลังใจสำคัญที่ช่วยหล่อหลอมให้เยาวชนเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเองให้เจริญก้าวหน้า โดยกองทัพบกจะนำของขวัญที่ได้รับ นำไปมอบให้แก่เยาวชนด้วยความตั้งใจ เพื่อร่วมสร้างรอยยิ้มและความหวังให้กับเยาวชนทุกคนต่อไป”


นอกจากเหนือจาการลงพื้นที่ชายแดนใต้เพื่อส่งมอบของขวัญแล้ว กลุ่มเซ็นทรัลยังส่งมอบความรักให้กับเยาวชนในกรุงเทพมหานครเนื่องในวันเด็กแห่งชาติด้วยเช่นกัน โดยมอบขนมจากมิสเตอร์โดนัท ในเครือบริษัทเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด จำนวน 2,000 ชิ้น ให้น้องๆ ที่มาร่วมกิจกรรมวันเด็ก ณ พื้นที่ภายใน กองบัญชาการกองทัพบก เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อีกด้วย



โครงการ “มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์” เปรียบเสมือนสื่อกลางที่เชื่อมโยงความรักและน้ำใจของคนไทย ผ่านของขวัญแทนใจที่ส่งต่อกำลังใจให้น้อง ๆ เยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ เติบโตเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป

บ้านปู จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 29 ม.ค. 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติธุรกรรมการปรับโครงสร้างโดยการควบบริษัท

 บ้านปู จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 29 ม.ค. 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติธุรกรรมการปรับโครงสร้างโดยการควบบริษัท



บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ขอเชิญผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ครั้งที่ 1/2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) ในวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 9.30 น. เพื่อพิจารณาและอนุมัติวาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ โดยการควบบริษัทระหว่างบริษัทฯ และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BPP)


การควบบริษัทดังกล่าวถือเป็นกระบวนการที่สำคัญตามกลยุทธ์ “Energy Symphonics” เฟสใหม่ที่มุ่งปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ เพื่อปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ ลดความซ้ำซ้อนในโครงสร้างและการบริหารจัดการ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรเงินทุนและทรัพยากร เพื่อคว้าโอกาสการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในยุค AI ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ Scope 2 ให้มากกว่า 20% ภายในปี 2030 โดยมี 4 กลุ่มธุรกิจหลักเป็นตัวขับเคลื่อน ได้แก่ ธุรกิจเหมืองยุคใหม่ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต  


สำหรับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 มกราคม 2569 จะมีการพิจารณาอนุมัติการเข้าทำธุรกรรมการ         ควบบริษัทระหว่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ BPP ซึ่งเป็นการควบบริษัทภายใต้พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด โดยหากที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติ ภายหลังจากการดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง บริษัททั้งสองจะสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล และเกิดบริษัทมหาชนจำกัดใหม่ขึ้นจากการควบบริษัทซึ่งจะรับโอนทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดทั้งหมดของทั้งสองบริษัทตามผลของกฎหมาย ทั้งนี้ ภายหลังการควบบริษัทแล้วเสร็จ บริษัทใหม่จะยื่นคำขอรับหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหุ้นของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ BPP จะถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน  


โดยก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการทำคำเสนอซื้อหุ้น BPP ที่เหลือทั้งหมดเป็นการทั่วไป (General Offer) ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องจนแล้วเสร็จ ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ใน BPP เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 78.66 เป็นร้อยละ 91.07 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ BPP และภายหลังการดำเนินธุรกรรมดังกล่าว   บริษัทฯ ได้แจ้งอัตราส่วนการแลกหุ้นสุดท้าย (Final Swap Ratio) ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยผู้ถือหุ้นบริษัทฯ จะได้รับหุ้นบริษัทใหม่ในอัตรา 1 หุ้นเดิมในบริษัทฯ ต่อ 0.38242 หุ้นในบริษัทใหม่ และ ผู้ถือหุ้น BPP จะได้รับหุ้นบริษัทใหม่ในอัตรา 1 หุ้นเดิมต่อ 0.80208 หุ้นในบริษัทใหม่


ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดจากหนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นพร้อมรายงานความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (Independent Financial Advisor: IFA) ซึ่งบริษัทฯ ได้เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ แล้วเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (Thailand Securities Depository: TSD) ได้จัดส่งเอกสารให้แก่ผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เพื่อประกอบการพิจารณาและการใช้สิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งนี้ โดยในรายงานดังกล่าว ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระได้พิจารณาความสมเหตุสมผลของธุรกรรมการควบบริษัท รวมถึงอัตราส่วนการแลกหุ้นสำหรับการจัดสรรหุ้นในบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และ BPP ซึ่งมีความเห็นว่าธุรกรรมการควบบริษัทระหว่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ BPP มีประโยชน์ต่อบริษัทฯ และมีความเหมาะสม ผู้ถือหุ้นสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อประกอบการพิจารณาและการใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งนี้



ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Banpu Official Website และ https://www.facebook.com/Banpuofficialth