วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ป.ป.ช.อำนาจเจริญ เปิดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพ สมาชิกชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริต เพื่อถอนหมุด พื้นที่เสี่ยงทุจริต

 ป.ป.ช.อำนาจเจริญ เปิดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพ สมาชิกชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริต เพื่อถอนหมุด พื้นที่เสี่ยงทุจริต




เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายอภินันท์ เรืองประเภท ผอ. สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุบลราชธานี รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดอำนาจเจริญ มอบหมายให้นายเนตรบุตร ศรีนวล เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนา ศักยภาพสมาชิกชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริต เพื่อถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต จำนวน 100 คน 5 อำเภอ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ อำเภอเสนางคนิคม อำเภอพนา อำเภอหัวตะพาน และอำเภอลืออำนาจ พร้อมด้วย นายกันตสิษฐ์ ธนพนพิพัฒน์ ผอ.โครงการชลประทานอำนาจเจริญ, นายฐิฎิภัทร ฐิฎิภัทรสกุล ผอ.ส่วนวิศวกรรม ชลประทานภาค 7, น.ส.อารยา แสงงาม นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ, น.ส.ประภาพร บุญหา นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน ชำนาญการ, น.ส.สุภาวิณี ศรีมนตรี นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ, นายวิรัตน์ สุขกุล ประธานชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริต, เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จังหวัดอำนาจเจริญ และเครือข่ายชมรมสตรอง จำนวน 100 คน.                               




โดยนายฐิฎิภัทร ฐิฎิภัทรสกุล วิทยากรบรรยาย ระเบียบการโอนภารกิจกรมชลประทาน ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ 2553 และแผนปฏิบัติการ ซึ่งเน้นการโอนงานด้าน การจัดหา และบริการจัดการน้ำขนาดเล็กสู่ อปท. เช่น สถานีสูบน้ำฝายคลองส่งน้ำ โดยมีขั้นตอนชัดเจน กรมชลประทานเน้นย้ำบทบาทการเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาทางราชการแก่อปทแม้จะโอนภารกิจไปแล้วก็ตาม




น.ส.ประภาพร บุญหา มุ่งเน้นบรรยายกฎหมายมาตรา 8 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีอำนาจหน้าที่วางนโยบาย และกำหนด หลักเกณฑ์ มาตรฐาน เกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งรวมถึงการจัดระเบียบข้อบังคับหลักเกณฑ์ และมาตรฐานวินัยการเงินการคลังเพื่อให้ สตง. ถือปฏิบัติและดำเนินการ ของหน่วยงานอื่น หรือกิจการใดที่มีกฎหมายกำหนดให้สำนักงานเป็นผู้ตรวจสอบ กฎหมายกำหนดให้มีสิทธิ์ร้องขอให้ สตง. เป็นผู้ตรวจสอบ หน่วยงานราชการ ส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลองค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพฯ เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น เพื่อประโยชน์ในการระงับหรือยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐ ให้ผู้ว่าการเสนอผลการตรวจสอบการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรงเพื่อพิจารณา ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นพ้องด้วยกับผล การตรวจสอบ ตามวรรค 1 ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อปรึกษาหารือร่วมกันในกรณีที่ประชุมร่วมมีมติเห็นพ้องกับผลการตรวจสอบดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการที่ลงคะแนนให้ประธานกรรมการ ประธาน กรรมการเลือกตั้งและประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติร่วมกันลงนามในหนังสือ แจ้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาและคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้าและ เปิดเผยผลการตรวจสอบดังกล่าว ตอบประชาชนเพื่อทราบ




น.ส.อารยา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ตรวจโครงการธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า อำเภอปทุมราช โดยโครงการทั้งหมด 13 โครงการ สุ่มตรวจ 6 โครงการ 2 โครงการที่ได้รับงบประมาณ 4 43,000 บาท ได้รับงบประมาณ 499,000 บาท 4 สัญญา การบริหารสัญญาและการตรวจสอบสังเกตการณ์งานก่อสร้างทั้ง 6 สัญญา พบว่ามีข้อบกพร่องไม่ตรงตามรูปแบบแปลน องค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้าไม่ขออนุญาตขุดเจาะบ่อบาดาลตรงตามรายงานของขุดเจาะบาดาล การดำเนินการยังไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการตรวจครุภัณฑ์แผงโซล่าเซลล์ ตรวจพบว่าไม่มีประสิทธิภาพของแผงและไม่เป็นไปตามรูปแบบแปลนที่กำหนด เอกสารรับรองคุณสมบัติมีการแสดง เครื่องหมาย มอก. แต่ไม่ถูกต้องตามข้อกำหนด ทั้งกักเก็บน้ำขนาด 3,000 ลิตร กำหนดเป็น มอก. ของถังไฟเบอร์กลาสและ PE แต่การตรวจสอบพบว่า เป็นถังพลาสติก มีป้ายระบุถังใบนี้ผลิตโดยเม็ดพลาสติก ถังกักเก็บน้ำขนาด 3,000 ลิตร ตนเชื่อว่าไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมและไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา สรุปได้ว่า ตนลงพื้นที่ครั้งนี้ สัญญาจ้างก่อสร้างธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิดขององค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า ตามที่ป้ายโครงการว่าเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาจ้างก่อสร้างแล้วทุกประการนั้นไม่ตรงตามรูปแบบแปลน หวังว่าองค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้าจะปรับปรุงแก้ไขส่วนที่ไม่ถูกต้อง



ทั้งหมดให้เรียบร้อย

______


นายรัฐชพนฐ์ นันธ์ตวัน ภาพ/ข่าว

เอไอเอ ร่วมลงนาม กรมอุทยานฯ ขยายสัญญามอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ แก่เจ้าหน้าที่สัญญาจ้างที่ปฏิบัติภารกิจในผืนป่ามรดกโลก กว่า 2,300 ราย

 เอไอเอ ร่วมลงนาม กรมอุทยานฯ ขยายสัญญามอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ แก่เจ้าหน้าที่สัญญาจ้างที่ปฏิบัติภารกิจในผืนป่ามรดกโลก กว่า 2,300 ราย



เอไอเอ ประเทศไทย ขยายสัญญาประกันอุบัติเหตุแก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าสัญญาจ้างและบุคลากรที่ปฏิบัติภารกิจในผืนป่ามรดกโลก กว่า 2,300 ราย หวังสนับสนุนคุณภาพชีวิตและดูแลเจ้าหน้าที่ให้มีสวัสดิการเพิ่มขึ้น โดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย และนายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง เป็นผู้แทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือตามโครงการมอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม “สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ทั้ง 3 แห่ง” เป็นปีที่ 2 มุ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและดูแลเจ้าหน้าที่ให้มีสวัสดิการเพิ่มขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกประดิษฐ์ บุญเกิด เลขาธิการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมเป็นสักขีพยาน และพันเอกนนท์ จุลานนท์ ที่ปรึกษามูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ กรมอุทยานแห่งชาติฯ



นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ มุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองให้แก่คนไทยมาโดยตลอด โดยดำเนินโครงการมอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม “สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทั้ง 3 แห่ง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของ เอไอเอ ในการดูแล ‘ผู้พิทักษ์ป่า’ ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าของชาติ ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และ กลุ่มป่าแก่งกระจาน (“พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ”) ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10.8 ล้านไร่ ตอกย้ำถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบาย Environment, Social, and Governance (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมิติสิ่งแวดล้อม (Environment) และสังคม (Social) ซึ่งมิติสังคมนั้น เรามอบความมั่นคงและศักดิ์ศรีให้แก่ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า และมิติสิ่งแวดล้อม เราปกป้องผู้ที่กำลังปกป้องผืนป่า ทำให้การอนุรักษ์ดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน



“สำหรับโครงการปีแรกนั้น เราได้ให้ความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ประเภทสัญญาจ้างเฉลี่ยประมาณ 2,300 คนต่อเดือน โดยจ่ายค่าเรียกร้องสินไหมไปแล้วจำนวน 11 ราย รวมค่าสินไหมทั้งสิ้น 364,500 บาท แบ่งเป็น 5 รายที่เป็นสินไหมมรณกรรม และอีก 6 รายเป็นค่าชดเชยขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล สะท้อนให้เห็นได้ถึงความจำเป็นและคุณค่าของหลักประกันนี้ต่อผู้ปฏิบัติงานอย่างแท้จริง และเรายังได้รับความร่วมมือจากส่วนสวัสดิการและเจ้าหน้าที่สัมพันธ์ สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมด้วยมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อให้การคุ้มครองเข้าถึงผู้ปฏิบัติงานประเภทสัญญาจ้างทุกหน่วย โดยเราขอขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยอย่างสำนักงาน คปภ. ที่มีนโยบายที่โดดเด่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญของการมอบความคุ้มครองขั้นพื้นฐานอย่างประกันอุบัติเหตุให้แก่บุคลากรที่มีความจำเป็น เพื่อส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยเป็นที่พึ่งอย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชนทุกระดับ สำหรับโครงการปีที่ 2 นี้ เอไอเอจะมอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มเพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้าง โดยระยะเวลาคุ้มครองนาน 365 วัน หรือ 1 ปี เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 - 31 มกราคม 2570 ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่าชดเชยรายได้ระหว่างการเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน กรณีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เพื่อมอบเป็นสวัสดิการและส่งเสริมแก่เจ้าหน้าที่ให้มีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุอย่างครบถ้วนและจำเป็นในการปฏิบัติงานต่อไป



“ทั้งนี้ เอไอเอ ยึดมั่นในคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” โดยพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยทั่วประเทศในทุกสถานการ์และสนับสนุนให้ทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงลูกค้า แต่รวมถึงผู้พิทักษ์ป่าทุกคนที่ทำงานเพื่ออนาคตของลูกหลานไทย เพื่อร่วมสร้างคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องต่อไป”



ด้าน นายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือครั้งนี้ว่า “เป็นการดำเนินการต่อเนื่องขยายความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง เป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องจากปี 2568 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เสริมสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ และสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน โดยโครงการครอบคลุมเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้าง ประกอบด้วย ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานและลูกจ้างเหมาเอกชนพื้นที่มรดกโลกทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจาน โดยกรมอุทยานแห่งชาติ มีเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทั้ง 3 แห่ง ประมาณ 2,300 ราย ซึ่งในระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2568 มีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มรดกโลก ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน ทั้งสิ้น 19 ราย แบ่งเป็น เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 13 ราย สาเหตุสำคัญในการเสียชีวิตและบาดเจ็บคือการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงภัยการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า สัตว์มีพิษ และอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน ข้อมูลนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงสูงที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องเผชิญ ความคุ้มครองจากกรมธรรม์ในโครงการนี้ จะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มที่ อีกทั้งยังช่วยลดภาระและเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า”