วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

ส.ว.ถกเดือด! เปิดปม “สนามกีฬาร้าง–โอนสะดุด” ทั่วประเทศ ชงยกเครื่องกฎหมาย ดันเอกชนร่วมฟื้น–ปลดล็อกท่องเที่ยวไทย

 ส.ว.ถกเดือด! เปิดปม “สนามกีฬาร้าง–โอนสะดุด” ทั่วประเทศ ชงยกเครื่องกฎหมาย ดันเอกชนร่วมฟื้น–ปลดล็อกท่องเที่ยวไทย



กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 426 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา ประชุมครั้งที่ 10/2569 โดยมีนายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานกรรมาธิการ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รองประธานคนที่ 5 และคณะกรรมาธิการ ร่วมพิจารณาความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการ พร้อมเปิดวงถกปัญหาเชิงโครงสร้างด้านท่องเที่ยวและกีฬาอย่างรอบด้าน



การประชุมเริ่มจากการฉายภาพ “เมืองพัทยา” ในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว ที่มีศักยภาพยกระดับเศรษฐกิจประเทศ หากสามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่าการขับเคลื่อนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา และผู้นำองค์กร เพื่อคลี่คลายข้อจำกัดและสร้างการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน สภามีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายและเชื่อมประสานให้เกิดผลลัพธ์เชิงระบบ



จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่ประเด็นสำคัญ คือ ปัญหาการโอนและบริหารจัดการสนามกีฬาทั่วประเทศ ซึ่งพบอุปสรรคสะสมหลายด้าน ทั้งการขาดบุคลากรและงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สภาพสนามที่ชำรุดจากการถูกทิ้งร้าง รวมถึงการใช้ประโยชน์ที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้



ที่ประชุมวิเคราะห์ว่า ปัญหาดังกล่าวมีรากเหง้ามาจากการดำเนินโครงการในอดีตที่ขาดการมีส่วนร่วมของพื้นที่ ลักษณะสั่งการจากส่วนกลาง ส่งผลให้บางแห่งก่อสร้างในพื้นที่ไม่เหมาะสม ขาดสาธารณูปโภค และติดข้อจำกัดด้านสิทธิที่ดิน เช่น พื้นที่ป่าสงวน อีกทั้งยังมีความไม่ชัดเจนของสัญญาและเงื่อนไขความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง



เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ที่ประชุมเสนอให้ใช้บันทึกข้อตกลง (MOU) เป็นกลไกชั่วคราวก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น พร้อมเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการ และสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถหารายได้จากการใช้สนามกีฬา ภายใต้กรอบกฎหมาย นอกจากนี้ยังเสนอให้มีหน่วยงานกลางประเมินความพร้อมของ อปท. รวมถึงจัดสรรงบประมาณสนับสนุนตามขนาดของสนามกีฬา


ขณะเดียวกัน ที่ประชุมแสดงความกังวลว่าจำนวนสนามกีฬาที่มีปัญหาอาจไม่ได้มีเพียงไม่กี่แห่ง แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึงระดับ “หลักร้อยแห่ง” จึงเสนอให้เร่งสำรวจและตรวจสอบสนามกีฬาทั่วประเทศกว่า 171 แห่ง เพื่อประเมินสภาพการใช้งานจริง พร้อมกำหนดกรอบเวลาชัดเจนในการรับมอบ และระบุผู้รับผิดชอบหากทรัพย์สินไม่สามารถใช้งานได้ตามมาตรฐาน



ในประเด็นการบริหารจัดการทรัพย์สินของภาครัฐ ยังพบปัญหาการโอนทรัพย์สินล่าช้าและภาระหนี้สินจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับกรมธนารักษ์ ซึ่งมีมูลค่าหลักร้อยล้านบาท ที่ประชุมจึงเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายและออกกฎกระทรวงเพื่อรองรับสถานการณ์จริง ลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอน และตั้งกลไกกลางในการไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน


นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบ QR Code เพื่อติดตามสถานะโครงการและเพิ่มความโปร่งใส รวมถึงเปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบและให้คำแนะนำ


ช่วงท้ายของการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางส่งเสริม “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” โดยเน้นการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสปาและการนวด เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ทั้งในด้านมาตรฐานบริการ การควบคุมการโฆษณา และการเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน


พร้อมกันนี้ มีข้อเสนอให้จัดทำระบบฐานข้อมูลกลาง (Provider ID) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้ให้บริการ และยกระดับการตรวจสอบ ขณะเดียวกันยังมีการถกเถียงเรื่องการกำหนดสัญชาติของผู้ประกอบการและผู้ให้บริการ เพื่อรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยเฉพาะการผลักดันให้นวดแผนไทยเป็นอาชีพสงวน


ทั้งนี้ ที่ประชุมเตรียมเดินหน้าศึกษาประเด็นสำคัญเพิ่มเติม อาทิ ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์จากการแสดงดนตรีในสถานประกอบการ และปัญหานอมินีต่างชาติในธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยและภาพลักษณ์ประเทศ


โดยสรุป ที่ประชุมเห็นพ้องว่า การแก้ไขปัญหาด้านท่องเที่ยวและกีฬาจำเป็นต้องดำเนินการเชิงโครงสร้าง ทั้งการปรับปรุงกฎหมาย การกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจน และการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ทรัพย์สินของรัฐถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า 

//

อำเภอบางไทรร่วมกับบริษัท ปัญจพล พัลล์ อินดัสตรี้ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 1 เกี่ยวกับการปรับรายละเอียดโครงการโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ รวมถึงมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม

 อำเภอบางไทรร่วมกับบริษัท ปัญจพล พัลล์ อินดัสตรี้ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 1 เกี่ยวกับการปรับรายละเอียดโครงการโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ รวมถึงมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม




เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ โดมวัดสุนทราราม ตำบลห่อหมก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสวัสดิ์ ภูษณะดิลก ผู้ตรวจการโรงงาน ผู้แทนบริษัท ปัญจพล พัลพ์อินดัสตรี้ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้กล่าวรายงาน ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ต่อร่างรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ (ครั้งที่ 1) บริษัท ปัญจพล พัลล์ อินดัสตรี้ จำกัด(มหาชน) โดยมี นายธนโชติ โสภณบุญกิจ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอบางไทร เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนภาคประชาชน ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนาสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุม




         นายสวัสดิ์ ภูษณะดิลก ผู้ตรวจการโรงงาน ผู้แทนบริษัท ปัญจพล พัลพ์อินดัสตรี้ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า บริษัท ปัญจพล พัลล์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบกิจการผลิตเยื่อกระดาษ กำลังการผลิต 275 ตัน/วัน กำลังการผลิตกระดาษคราฟท์และกระดาษพิมพ์เขียน 880 ตัน/วัน ซึ่งได้รับความเห็นชอบในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ จากสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2535 ซึ่งภายหลังได้รับความเห็นชอบในรายงานฯ ได้ดำเนินงานตามแนวทางเสมอมา






       ปัจจุบันได้มีการนำพื้นที่ว่างเพื่อรอการใช้ประโยชน์มาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินและบนหลังคา กำลังการผลิตติดตั้งตามแผงรวม 15,469.62 กิโลวัตต์ หรือ 15.469 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งทบทวนรายละเอียดโครงการ มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับการสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการดำเนินกิจกรรมการผลิตที่ผ่านมาโครงการได้ปรับปรุงและแก้ไขการดำเนินงานให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนให้น้อยที่สุด ประกอบกับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ครั้งนี้ มีความจำเป็นต้องทำการศึกษาผลกระทบภาพรวมที่เกิดขึ้นพร้อมกับจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเผยแพร่ข้อมูลโครงการต่อสาธารณชน เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อหโดยบริษัท ปัญจพล พัลล์ อินดัสตรี้ จำกัด(มหาชน) ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาปรับปรุงการพัฒนาโคสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป





       โดยทางโครงการมีความประสงค์ในการทบทวนและเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการที่แตกต่างจากที่ได้เสนอไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการตั้งโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ จากสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หนังสือเลขที่ วพ 0504/4435 ลงวันที่ 3 เมษายน 2535 และผลการพิจารณาข้อมูลและมาตรการเพิ่มเติมของโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ จากสำนักงานโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม

หนังสือที่ วว 0804/3524 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2536 เพื่อให้สอดดคล้องกับข้อมูลในปัจจุบันและขออนุญาต ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบด้วย




        การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินบริเวณพื้นที่ว่างรอการใช้ประโยชน์ กำลังการผลิตติดตั้งตามแผง 15.358.32 กิโลวัตต์ และระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาอาคารสำนักงาน กำลังการผลิตลิตติตั้งตามแผง 110.70 กิโลวัตต์ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด 15.469.62 กิโลวัตต์ หรือ 15.470 เมกะวัตต์ เป็นพลังงานทดแทนจากเชื้อเพลิงถ่านหินทบทวนรายละเอียดโครงการตามที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการเยื่อกระดาษ กระดาษพิมพ์เขียน ได้แก่ ขนาดพื้นที่โครงการ ผังการใช้ประโยชน์พื้นที่โครงการ รายการขบวนการผลิต ระบบสาธารณูปโภค มลพิษและการควบคุม อาชีวอนามั้ยและความปลอด การจัดตั้งคณะกรรมการกำกับสิ่งแวดล้อม แผนการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน รวบรวมและทบทวนข้อมูลสภาพแวดล้อมปัจจุบัน เช่น ทรัพยากรกายภาพทรัพยากรชีวภาพคุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าคุณภาพชีวิต รวมถึงการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เช่นการตรวจวัดคุณภาพอากาศ การตรวจวัดระดับเสียง และคุณภาพน้ำผิวดิน เพื่อนำมาใช้ในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ๆ ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ พร้อมทั้งทบทวนมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน

     

กัญญ์พรภัสร์ เอี่ยมมีชัย/รายงาน