วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เปิดปฏิบัติการฟ้าผ่า! บุกทลาย "โกดังนรก" ยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด แฉแชตลับสั่งการจากนอกประเทศ

 เปิดปฏิบัติการฟ้าผ่า! บุกทลาย "โกดังนรก" ยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด แฉแชตลับสั่งการจากนอกประเทศ


สืบนครบาล 6 โชว์ฝีมือ บุกรวบแก๊งค้ายาคาโกดังย่านปทุมธานี ยึดยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด หลังแกะรอยแชตลับ พบเป็น “บอส” บงการจากประเทศเพื่อนบ้าน



เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 และชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น.6 ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6 แถลงผลงาน เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ หลังสืบทราบว่ามีการใช้โกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นแหล่งพักยาเสพติดล็อตใหญ่เพื่อรอการกระจายสู่พื้นที่ปริมณฑลและกรุงเทพมหานคร


ปฏิบัติการเริ่มขึ้นเมื่อคืนวันที่ 12 มิถุนายน เจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ขับเข้ามายังโกดังเป้าหมายด้วยท่าทีมีพิรุธ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นต้องตกตะลึง เมื่อพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในโกดังถึง 8,000,000 เม็ด และคีตามีนอีก 410 กรัม รวมมูลค่าของกลางมหาศาล



เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 5 ราย นำโดย นายยุทธนา หรือ “ม่อน” อายุ 24 ปี และพวกที่เป็นเยาวชนอีก 2 ราย เบื้องต้นแจ้งข้อหาหนัก "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2" โดยมีพฤติการณ์ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของยาเสพติดในกลุ่มประชาชน

แฉแชตลับ “แล้วแต่ลื้ออิ้วได้หมด” ล่าตัว “บอส” บงการใหญ่


จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบเบาะแสสำคัญคือกลุ่มแชตลับชื่อ “แล้วแต่ลื้ออิ้วได้หมด” ซึ่งใช้ในการสั่งการ แบ่งงานกันเป็นระบบ ทั้งคนเฝ้าโกดังและคนกระจายสินค้า โดยมีผู้สั่งการใหญ่ฉายา “นายบอส” ซึ่งกบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน เป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลัง


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขยายผลเข้ายึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับค้ายาเสพติด ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และของมีค่า รวมมูลค่ากว่า 5.2 ล้านบาท เพื่อนำมาตรวจสอบเส้นทางการเงินและลากคอผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษให้ถึงที่สุด



การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลงานเชิงรุกตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติด ตัดวงจรการลำเลียงและทำลายแหล่งพักยาก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.  พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง บช.น. ได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในการสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง


ให้ตัดวงจรการค้ายาเสพติดข้ามชาติ สกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ไม่ให้เข้าถึงมือเยาวชนและชุมชนในกรุงเทพฯ ได้อย่างทันท่วงที โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตาม “นายบอส” และเครือข่ายที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

//

“พิจิตต” ฉะเดือด! กทม. เมืองคอนกรีต สุสานความสุข ชี้หายนะ “ฮีทโดม-เรนบอมบ์” จี้เลิกสนองนายทุน

 “พิจิตต” ฉะเดือด! กทม. เมืองคอนกรีต สุสานความสุข ชี้หายนะ “ฮีทโดม-เรนบอมบ์” จี้เลิกสนองนายทุน



อดีตผู้ว่าฯ กทม. ซัดแรง! เลิกหลงตัวเลขตึกสูง โคตรเหลื่อมล้ำ "เมืองขนมชั้น" แบ่งแยกคนจน เผยวิกฤตสิ่งแวดล้อมส่อเค้าพังพินาศ ชี้ทางรอดต้อง "อยู่กับน้ำ" ไม่ใช่ "สู้กับน้ำ"


(14 มิ.ย. 69) กลายเป็นประเด็นร้อนสะท้อนวิถีมหานคร เมื่อ ดร.พิจิตต รัตตกุล อุปนายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้เปิดเวทีวิพากษ์อนาคตกรุงเทพฯ ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนามหานคร (มหานคร 14) โดยยิงคำถามแทงใจดำผู้มีอำนาจว่า "เราสร้างเมืองเพื่อใคร?" พร้อมระบุชัดว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด ไม่ใช่ความล้าหลัง แต่คือความเจริญที่แลกมาด้วยความทุกข์ของประชาชน



อดีตผู้ว่าฯ กทม. ผ่าวิกฤต "เมืองขนมชั้น" ที่แบ่งแยกคนตามรายได้ ทำให้คนชั้นล่างถูกผลักออกจากสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมเปิดข้อมูลน่าตกใจถึงภัยจากโลกร้อน Heat Dome (กระโจมความร้อน) ตึกคอนกรีตในเมืองชั้นในที่กระจุกตัวหนาแน่น กำลังกักเก็บความร้อน กลายเป็นเตาอบขนาดใหญ่ Rain Bomb (ระเบิดฝน)ผลพวงจากกระโจมความร้อนที่กระตุ้นให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน เกินกว่าระบบระบายน้ำโบราณจะรับมือไหว







"เราต้องเลิกนิสัยเอาชนะธรรมชาติ ต้องเปลี่ยนมา ‘อยู่ร่วมกับน้ำ’ เหมือนที่เวียดนามเขาทำ เลิกพยายามสูบน้ำออกอย่างเดียว เพราะนั่นไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน" ดร.พิจิตต ย้ำ


ท้ายที่สุด เวทีนี้ได้กลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่ทวงถามความรับผิดชอบจากผู้มีอำนาจ หากยังไม่รีบถอดสูตรการพัฒนาแบบเดิมๆ ที่เน้นแต่ "คอนกรีต" แล้วหันมาสร้าง "คุณภาพชีวิต" กรุงเทพมหานครอาจหนีไม่พ้นที่จะกลายเป็น ความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 21