วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายลดความเหลื่อมล้ำ สร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายลดความเหลื่อมล้ำ สร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

.



วันนี้ (วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก  นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดกระบี่  (จังหวัดที่ 8 ของทางภาคใต้) จำนวน 26 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่า 604,507 บาท (หกแสนสี่พันห้าร้อยเจ็ดบาทถ้วน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครัวเรือนยากจนได้มีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจและแจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง รวมถึงจัดกิจกรรมนันทนาการเด็กและเยาวชนฟรี โดยมี นายนิรันดร์ ปราบอักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  เป็นประธานในพิธี นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย คณะมูลนิธิประชาสันติสุข และอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวอรภัสญาน์ สุกใส (คุณมิ้วส์เชค) และนางสาวจุติณัฏฐ์ ชัยเฉลิมพล (คุณแนท) ร่วมในพิธี ณ หอประชุมวิทยาลัยสารพัดช่างกระบี่ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

.








นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

.







ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.







ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วุฒิสภาชงยกเครื่อง กอ.รมน. สู่ Smart Security รับมือภัยไซเบอร์–ยาเสพติด–ชายแดน

 


วุฒิสภาชงยกเครื่อง กอ.รมน. สู่ Smart Security รับมือภัยไซเบอร์–ยาเสพติด–ชายแดน


สว.เปิดวงใหญ่ ถกอนาคตความมั่นคงไทย ชงปรับโครงสร้าง–กฎหมาย ยกระดับ “กอ.รมน.” สู่ Smart Security Agency เชื่อม Big Data–ข่าวกรอง–เทคโนโลยี บูรณาการทุกหน่วยรับมือยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และปัญหาชายแดน พร้อมย้ำหลักโปร่งใส ตรวจสอบได้ และประชาชนเป็นศูนย์กลาง



เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ในคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “การบริหารความมั่นคงภายในอย่างยั่งยืน บทบาทและทิศทางของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ในมิติบูรณาการ” โดยมี นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานเปิดงาน



มีสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนหน่วยงานความมั่นคง สถาบันการศึกษา นักวิชาการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม แลกเปลี่ยนแนวทางปรับระบบบริหารความมั่นคงภายในให้ทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่



นายสมบูรณ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาระบบบริหารความมั่นคงภายในให้เท่าทันสถานการณ์ โดยศึกษาโครงสร้างความมั่นคงของต่างประเทศ เช่น กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (DHS) และระบบสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหราชอาณาจักร มาประกอบการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างที่เหมาะสมกับประเทศไทย



เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับการทำงานให้ “ไร้รอยต่อ” (Seamless Management) เชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูล Big Data พร้อมนำข่าวกรองและเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อให้หน่วยงานด้านความมั่นคงสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น



คณะกรรมาธิการฯ คาดหวังให้การเสวนาครั้งนี้นำไปสู่ Roadmap ยกระดับ กอ.รมน. สู่ “Smart Security Agency” หรือองค์กรความมั่นคงอัจฉริยะ ที่ทำงานเชิงรุก โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง


พร้อมวางแนวทางบูรณาการรับมือปัญหาที่กระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยตรง ทั้ง ยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และปัญหาชายแดน โดยเชื่อมการทำงานระหว่าง กอ.รมน. สภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่


อีกประเด็นสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนกับหน่วยงานความมั่นคง ผ่านความโปร่งใส การตรวจสอบ และการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งถือเป็นหัวใจของการบริหารความมั่นคงในยุคดิจิทัล


ภายในงาน พล.อ.นักรบ บุญบัวทอง ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ภาพอนาคตความมั่นคงไทย การปฏิรูปโครงสร้างและกฎหมายความมั่นคงภายใน สู่การทำงานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง”


จากนั้นเป็นเวทีเสวนาจากผู้แทนหลายภาคส่วน ประกอบด้วย พล.ต.ชัชช์ มนตรีมุข รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง กอ.รมน. ในประเด็นการผลักดัน กอ.รมน. เป็นแกนกลางบูรณาการและเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Security Agency, นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในประเด็นกลไกมหาดไทยกับความมั่นคงระดับพื้นที่ และ นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในมิติการปรับปรุงกฎหมายความมั่นคง สิทธิมนุษยชน และความไว้วางใจของประชาชน


การเสวนามุ่งรวบรวมข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การทบทวนทั้ง กฎหมาย โครงสร้าง กำลังพล ฐานข้อมูล และภารกิจด้านความมั่นคง ให้สอดคล้องกับภัยคุกคามยุคใหม่ โดยวางประชาชน ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตเป็นเป้าหมายสำคัญ


ท้ายงาน นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี ประธานคณะอนุกรรมาธิการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม วุฒิสภา กล่าวสรุปผลและปิดการเสวนา โดยข้อเสนอจากเวทีจะถูกนำไปประมวลเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ เพื่อประกอบการพัฒนาระบบบริหารความมั่นคงภายในของประเทศต่อไป 

//