วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569

ร้อยเอ็ด ยกเสาเอก – เสาโท อาคารไตเทียมธรรมานุศาสก์ชุมชน โรงพยาบาลเชียงขวัญ เสริมโอกาสรักษาผู้ป่วยไต ลดความทุกข์ เพิ่มคุณภาพชีวิตคนร้อยเอ็ด

 ร้อยเอ็ด ยกเสาเอก – เสาโท อาคารไตเทียมธรรมานุศาสก์ชุมชน โรงพยาบาลเชียงขวัญ เสริมโอกาสรักษาผู้ป่วยไต ลดความทุกข์ เพิ่มคุณภาพชีวิตคนร้อยเอ็ด 

 

       วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 09.09 น. นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้ นายพิชัยยา ตุระซอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธียกเสาเอก–เสาโท อาคารไตเทียมธรรมานุศาสก์ชุมชน โรงพยาบาลเชียงขวัญ ณ โรงพยาบาลเชียงขวัญ อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยได้รับเมตตาจาก พระครูวิเวกธรรมานุศาสก์ เจ้าอาวาสวัดบ้านวิเวก รองเจ้าคณะอำเภอเชียงขวัญ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมด้วย ปลัดอาวุโสอำเภอเชียงขวัญ คณะผู้บริหารโรงพยาบาลเชียงขวัญ คณะแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนพ่อค้า คหบดี และพี่น้องประชาชนชาวอำเภอเชียงขวัญเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของชุมชน 

 



    อาคารไตเทียม…มากกว่าตึก คือความหวังของผู้ป่วย การก่อสร้างอาคารไตเทียมแห่งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่พบมากในพื้นที่ชนบทและชุมชน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการฟอกไตอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต พลังศรัทธาของชุมชน สู่ระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืน การก่อสร้างอาคารไตเทียมธรรมานุศาสก์ชุมชน โรงพยาบาลเชียงขวัญ นับเป็นพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคสาธารณสุข คณะสงฆ์ และประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันสร้าง “โครงสร้างแห่งความหวัง” เพื่อดูแลชีวิตของเพื่อนมนุษย์ 

 




   อาคารแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่คือสัญลักษณ์ของความเมตตา ความเอื้ออาทร และการไม่ทอดทิ้งกันของสังคมไทย เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตในอำเภอเชียงขวัญและพื้นที่ใกล้เคียง ได้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและยั่งยืนต่อไป 

 





///// 

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 

จันทร์เพ็ญ จารุจำรัส (เอ็ม)สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ ข่าว 

สุทธิชัย อุปปะ (เต็ม) สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์  รายงาน 

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 เวลา 14.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ฝ่ายสังคม ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยนายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม นำคณะผู้สมัคร สส.นนทบุรี และผู้สมัคร สส.กทม. พรรคกล้าธรรม เดินทางไปที่มูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ อำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคกล้าธรรมใน 2 นโยบายหลัก

 



    เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 เวลา 14.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ฝ่ายสังคม ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยนายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม นำคณะผู้สมัคร สส.นนทบุรี และผู้สมัคร สส.กทม. พรรคกล้าธรรม เดินทางไปที่มูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ อำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคกล้าธรรมใน 2 นโยบายหลัก 



    1.ผลักดันตั้งสถาบันฝึกอาชีพคนพิการ

    2.สร้างหมู่บ้านคนพิการผ่อนบ้านราคาถูก พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆจากมูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ โดยมี นายภัทรพันธุ์ กฤษณา เลขาธิการสมาคมผู้พิการแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ และมีสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการร่วมรับฟังกว่า 100 คน



    นางปวีณา กล่าวว่าวันนี้เดินทางมารับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ จากมูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ เพราะปวีณา และพรรคกล้าธรรมอยากเห็นผู้พิการทั่วประเทศมีชีวิตที่ดีขึ้นสามารถดำเนินชีวิตอย่างคนปกติและได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนทั่วไป ซึ่งในทางปฏิบัติทุกวันนี้ผู้พิการก็ยังไม่ได้รับสิทธิเหมือนคนทั่วไป ทั้งที่เรามี พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 มาตรา 33 ให้นายจ้างหรือเจ้าของประกอบการและหน่วยงานของรัฐรับคนพิการเข้าทำงานตามลักษณะของงานในอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งกฎกระทรวงแรงงาน ปี 2554 ข้อ 3 ให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่ลูกจ้าง 100 คน รับผู้พิการ 1 คน หรือ 100 : 1 , ข้อ 4 ให้หน่วยงานภาครัฐรับ 100 คน ต่อ 1 คนพิการ, ข้อ 5 หากมิได้ดำเนินการตามข้อ 3 และข้อ 4 ให้ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเป็นรายปี




    ซึ่งตรงนี้ปวีณาและพรรคกล้าธรรมเห็นว่าคนพิการควรจะได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนทั่วไป โดยนโยบายของพรรคกล้าธรรมด้านสังคม ข้อ 1.จะผลักดันให้ตั้งสถาบันฝึกอาชีพคนพิการ เราจึงให้ความสำคัญและต้องการที่จะให้ผู้พิการได้รับงานทำเพื่อสามารถมีงานทำอย่างมั่นคงและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ จึงจะต้องมีการฝึกอาชีพให้กับคนพิการ โดยก่อนหน้านี้ปวีณา เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และได้เชิญบริษัท ห้างร้าน โรงงานเอกชนกว่า 100 แห่ง เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบถึงปัญหาในการรับคนพิการเข้าทำงานจึงรู้สาเหตุว่าคนพิการจำนวนมากยังขาดความรู้ในด้านต่างๆ อาทิ คอมพิวเตอร์ และการใช้อุปกรณ์สำนักงาน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการฝึกอาชีพเพื่อพัฒนาคนพิการให้มีความรู้ความสามารถในการทำงานซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผู้พิการต้องการพัฒนาตัวเองเช่นกัน วันนี้ปวีณาและพรรคกล้าธรรมจึงได้มาศึกษาดูงานที่นี่




นโยบายข้อ 2 ของพรรคกล้าธรรม ผลักดันสร้างหมู่บ้านคนพิการผ่อนบ้านราคาถูก เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในเรื่องน้ำท่วม อุทกภัย แผ่นดินไหว ทำให้ผู้พิการจำนวนมากที่อาศัยอยู่ตามห้องเช่า ตามแฟลต หรืออาคารต่างๆ ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการเมื่อเกิดปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยทำให้ลำบากมาก พรรคกล้าธรรมจึงจำเป็นต้องผลักดันให้มีการสร้างบ้านคนพิการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งภาครัฐอาจจะเช่าที่ดินราคาถูกในระยะยาว เช่น การรถไฟ และสร้างบ้านคนพิการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น




    วันนี้พรรคกล้าธรรมได้มอบหมายให้ปวีณามาทำงานเพื่อสังคม ซึ่งจะเห็นได้ว่าสังคมเราทุกวันนี้เปราะบางและอ่อนแอมาก ปวีณาและพรรคกล้าธรรมอยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงจึงได้อาสามาเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น ถ้าพรรคกล้าธรรมได้มาเป็นสส.และร่วมรัฐบาลจะได้ผลักดันนโยบายช่วยเหลือคนพิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและให้ได้รับสิทธิเท่าเทียมเหมือนคนทั่วไป