วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“นายกเบียร์” นำทีมติดตามงานยกระดับถนนเลียบทางรถไฟ แก้จุดลุ่มต่ำเขาตาโล มั่นใจปัญหาน้ำท่วมดีขึ้นแน่นอน

 “นายกเบียร์” นำทีมติดตามงานยกระดับถนนเลียบทางรถไฟ แก้จุดลุ่มต่ำเขาตาโล มั่นใจปัญหาน้ำท่วมดีขึ้นแน่นอน

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย มาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการยกระดับผิวถนนพร้อมปรับปรุงบ่อพัก บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ช่วงเขาตาโล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนเลียบทางรถไฟฝั่งตะวันตก ระยะทางรวม 16 กิโลเมตร



   โดยมี นายอนุวัตร ทองคำ ผู้อำนวยการสำนักการช่างสุขาภิบาล พร้อมด้วยนายณัฐพงศ์ แสนทวีสุข ผอ.ส่วนจัดการระบบป้องกันและระบายน้ำ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักช่างสุขาภิบาล นายบุญทวี สังขรอาจ หัวหน้าฝ่ายบำรุงรักษาระบบระบายน้ำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด



    นายปรเมศวร์ เปิดเผยว่า เมืองพัทยาได้ดำเนินโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนเลียบทางรถไฟฝั่งตะวันตก ระยะทาง 16 กิโลเมตร แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงกิโลเมตรแรกทางฝั่งห้วยใหญ่ดำเนินการแบบ Overlay หลังจากนั้นจะเป็นการทำ Recycling ทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการบริเวณแยกหนองเกตุใหญ่



    ทั้งนี้ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟช่วงเขาตาโล ถือเป็นจุดที่มีระดับต่ำสุดลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เมื่อเกิดฝนตกหนักมักประสบปัญหาน้ำท่วมขัง รถไม่สามารถสัญจรได้ แม้จะมีการติดตั้งป้ายเตือนห้ามผ่าน แต่ยังพบผู้ฝ่าฝืนทำให้เกิดเหตุรถจมน้ำ และส่งผลต่อภาพลักษณ์เมืองพัทยา ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นเพียงน้ำรอการระบาย



    เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เมืองพัทยาจึงดำเนินการยกระดับผิวถนนจากเดิม 30 เซนติเมตร เป็น 60 เซนติเมตร ความกว้าง 7 เมตร พร้อมบดอัดดินไหล่ทางกว้าง 3 เมตร ระยะทางรวม 275 เมตร เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 7 มีนาคม 2569 หลังจากนั้นจะทำการ Overlay เพื่อเชื่อมต่อกับถนนช่วงที่เหลือ โดยไม่ดำเนินการ Recycling ในจุดดังกล่าว



   นายกเมืองพัทยา กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อกังวลของประชาชนว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวมีท่อระบายน้ำขนาดกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร อยู่แล้ว แม้จะเป็นท่อเก่า แต่ได้ทำเครื่องหมายกำหนดตำแหน่งไว้ หลังจากดำเนินการ Overlay เสร็จ จะทำการเจาะเปิดเพื่อให้น้ำสามารถระบายลงท่อได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำอาจล้นท่อจากฝั่งตะวันออกไหลลงฝั่งตะวันตกตามธรรมชาติ แต่จะไม่ท่วมขังยาวนาน โดยการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เมืองพัทยาได้ดำเนินโครงการวางท่อระบายน้ำและก่อสร้างบ่อสูบน้ำ ซึ่งขณะนี้อยู่ในเฟส 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570 หากเฟส 1 และเฟส 2 แล้วเสร็จและใช้งานร่วมกัน จะสามารถตัดน้ำที่จะไหลลงฝั่งตะวันตกได้เป็นจำนวนมาก

   ในอนาคตยังมีแผนดำเนินโครงการเชื่อมต่อในพื้นที่ถนนสุขุมวิท เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาพรวมทั้งระบบ แม้งบประมาณตามแผนกรมโยธาธิการจะต้องใช้วงเงินหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งเมืองพัทยาไม่สามารถกู้เงินในส่วนนั้นได้ แต่ได้จัดสรรงบประมาณทั้งจากงบอุดหนุนและงบของเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุดตามศักยภาพที่มี ซึ่งการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ ต้องดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน

นิราช/ นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ทรูมาแรงบนโซเชียล…2 รางวัล 2 มิติ ทั้ง Social Impact และมาตรฐาน Fast Response

 ทรูมาแรงบนโซเชียล…2 รางวัล 2 มิติ ทั้ง Social Impact และมาตรฐาน Fast Response

จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14

ยืนหนึ่งผู้นำแบรนด์ดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าและความไว้วางใจ



กรุงเทพฯ 25 กุมภาพันธ์ 2569 – ในวันที่โลกโซเชียลขับเคลื่อนทั้งภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น และประสบการณ์ของผู้บริโภค “ทรู คอร์ปอเรชั่น” พิสูจน์มาตรฐานแบรนด์ไทยบนเวทีดิจิทัล ด้วยการสื่อสารที่สร้างทั้งคุณค่าและการบริการที่ตอบโจทย์แบบเรียลไทม์ จนคว้า 2 รางวัลสำคัญจากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 จัดโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด (Wisesight) ณ ICONSIAM HALL ไอคอนสยาม ได้แก่ รางวัล Outstanding Sustainability Brand Performance on Social Media สาขา Social Impact (S) กลุ่มธุรกิจความยั่งยืน ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมี นางพิมลพรรณ ศิริวงศ์วานงาม หัวหน้าฝ่ายสื่อสารประชาสัมพันธ์ภายนอก บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้รับมอบ สะท้อนความมุ่งมั่นในการทำให้เรื่องความยั่งยืน “จับต้องได้” และสร้างผลเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ทรูยังได้รับรางวัล Best Brand Performance on Social Media by Pantip สาขา Fast Response สำหรับแบรนด์ที่ช่วยเหลือลูกค้าได้รวดเร็วที่สุดบน Pantip โดยมี ดร.นพสรัญ กุศลาไสยานนท์ หัวหน้าสายงานคอลเซ็นเตอร์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้รับมอบ ตอกย้ำมาตรฐานการดูแลลูกค้าในยุคดิจิทัลที่ต้องทั้งใส่ใจและทันเวลา ตลอดปี 2025 ทรูให้ความสำคัญกับการรับฟังและตอบโจทย์ลูกค้าบน Pantip อย่างจริงจัง ด้วยการตอบกลับที่รวดเร็วและมีคุณภาพ จนกลายเป็นมาตรฐานที่ผู้ใช้งานไว้วางใจ








ด้วยกระบวนการคัดเลือกที่อ้างอิงข้อมูลจริงอย่างเป็นระบบ รางวัลด้านความยั่งยืนดังกล่าวประเมินภายใต้กรอบ ESG (E, S, G) ด้วยเกณฑ์ Social Metric ที่วัดประสิทธิภาพการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย จากการรวบรวมสถิติของแบรนด์ในดัชนี SET50 บนแพลตฟอร์มหลัก และพิจารณาร่วมกับข้อมูลเชิงลึกจาก GEPP ESG Intelligence เพื่อสะท้อนทั้งคุณภาพของเนื้อหาและผลลัพธ์ของการสื่อสารอย่างรอบด้าน ขณะที่รางวัล Fast Response เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าทรูสามารถยกระดับงานบริการให้ตอบสนองได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว บนพื้นที่ที่ผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับความละเอียดและมาตรฐานสูงอย่าง Pantip เพื่อให้ทุกคำถามได้รับคำตอบ และทุกความกังวลได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง