วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569

​"ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายระดับประเทศ! พลิกฟื้นพื้นที่ 12 ไร่ 'ถิ่นเดิมคุณกะลา' สู่โมเดลการจัดการสัตว์ป่าและเมืองอย่างยั่งยืน"

 

​"ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายระดับประเทศ! พลิกฟื้นพื้นที่ 12 ไร่ 'ถิ่นเดิมคุณกะลา' สู่โมเดลการจัดการสัตว์ป่าและเมืองอย่างยั่งยืน"




กรุงเทพมหานคร – เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานมูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง ได้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่น่าจับตามองในแวดวงการอนุรักษ์ เมื่อเหล่า "บิ๊กเนม" และผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมารวมตัวกันในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าและวางแผนกลยุทธ์ "แผนงานฟื้นฟูอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ 12 ไร่" ซึ่งเป็นที่ดินประวัติศาสตร์ "ถิ่นเดิมคุณกะลา" แหล่งเรียนรู้และสัญลักษณ์สำคัญของลิงแสมบางขุนเทียน

​🤝 ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและระดับประเทศ

​ความพิเศษของการประชุมครั้งนี้ คือการรวมตัวของบุคคลสำคัญที่มาร่วมระดมสมองเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน อาทิ:

​ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ (จาก IUCN - THAILAND): นำองค์ความรู้ระดับสากลด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติมาปรับใช้

​ผศ.พงศ์ สุดบรรทัด (สถาบัน URBAN ACTION): ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผังเมืองที่เน้นความสมดุลระหว่างเมืองและธรรมชาติ

​ท่านศักดิ์ชัย บุญมา (อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร): ผู้คลุกคลีกับปัญหาพื้นที่และมีวิสัยทัศน์ในการจัดการเมืองอย่างเป็นระบบ

​คุณพีระบุญ เจริญวัย (ประธานมูลนิธิ THE HOPE THAILAND): หัวเรือใหญ่ด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่เข้ามาร่วมวางกรอบการดูแลสัตว์อย่างถูกต้อง









# ดร กิตติคุณ สารคล่อง (ที่ปรึกษา  สมาคมการป้องการทารุณกรรมสัตว์แห่งประเทศไทย )


​🏗️ ภารกิจฟื้นฟู 12 ไร่: มากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือการจัดการที่ยั่งยืน

​ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินงานและวิเคราะห์แผนการพัฒนาพื้นที่ 12 ไร่ โดยเป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงแค่การอนุรักษ์เท่านั้น แต่คือการสร้าง "โมเดลต้นแบบ" ในการอยู่ร่วมกันระหว่างสัตว์และชุมชนเมือง 🗺️ ผ่านการสนับสนุนจาก เครือข่ายอนุรักษ์และแก้ไขปัญหาลิงแสมบางขุนเทียน, กู้ภัย 4 ขาสมุทรปราการ และ คลินิกคุณกะลารักษาสัตว์ ที่พร้อมลงพื้นที่และดูแลด้านสุขอนามัยของสัตว์ป่า

​ทางมูลนิธิฯ ได้แสดงความขอบคุณเป็นอย่างยิ่งต่อทุกภาคส่วนที่เสียสละเวลาและนำคำแนะนำอันมีค่ามามอบให้ พร้อมยืนยันว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้โครงการ "ถิ่นเดิมคุณกะลา" กลับมาสง่างามและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตอีกครั้ง

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

บุรีรัมย์ ชุดทหารเพียบในงานวันเด็กล้วนอยากปกป้องประเทศไปยิงฮุนเซน

 บุรีรัมย์ ชุดทหารเพียบในงานวันเด็กล้วนอยากปกป้องประเทศไปยิงฮุนเซน



อำเภอบ้านด่าน//งานวันเด็กในโรงเรียนระดับอนุบาล เด็กส่วนใหญ่ใส่ชุดเครื่องแบบทหารมางานวันเด็กที่โรงเรียนจัดให้เป็นจำนวนมาก แต่ละคนบอกเป็นเสียงเดียวกันอยากเป็นทหาร อยากปกป้องประเทศและอยาก”บึ้มฮุนเซน”ถือเป็นปรากฎการณ์ปีแรกของวันเด็กที่ไม่มีใครอยากเป็นอย่างอื่นนอกจากทหาร



วันที่ 9 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเสาร์ที่สองของทุกปีถือให้เป็นงานวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 11 ม.ค.2569 โรงเรียนส่วนใหญ่โดยเฉพาะโรงเรียนเด็กเล็ก มักจะจัดขึ้นในวันศุกร์ เพื่อความสะดวกของผู้ปกครองนักเรียน



เช่นเดีวกับที่โรงเรียนอนุบาลบ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ได้มีการจัดงานวันเด็กในวันศุกร์ โดยในช่วงเช้ามีการเตรียมให้เด็กออกมาตักบาตรภายในโรงเรียน ส่วนบรรยากาศอื่นเด็กอนุบาลส่วนมาก จะใส่ชุดทหารมาเรียนตามที่โรงเรียนอนุโลมให้ใส่มาเป็นเสื้อกันหนาว 



เมื่อสอบถามเด็กแต่ละคนถึงเมื่อโตขึ้นอยากเป็นอะไร แต่ละคนล้วนตอบเหมือนกันคือ”อยากเป็นทหาร”บางคนบอกว่าอยากเป็นทหารเพราะอยากไปบึ้มบ้านฮุนเซน อยากไปกระทืบทหารเขมร



ด.ช.ณัฐชนนท์ ทะลารัมย์ ชั้น ป 1 (เสื้อคอปกเขียว)บอกว่าโตขึ้นอยากเป็นทหารเพื่อไปปกป้องชาติและรับใช้ชาติ เช่นเดียวกับ ด.ช.วุฒิพัฒน์ พูลสำราญ อายุ 9 ขวบ ป.3 บอกว่าโตขึ้นอยากเป็นทหาร ไปช่วยเหลือประเทศไทยไม่ให้เขมรมารุกราน หรือเข้ามาในผืนแผ่นดินไทย 



งานวันเด็กปีนี้ถือว่าเป็นปีแรกที่บรรยากาศและความรู้สึกของเด็กเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีแม้เด็กคนไหนอยากเป็นหมอ อยากเป็นครู หรืออยากเป็นตำรวจและพยาบาล ///////



ทีมข่าวบุรีรัมย์ รายงาน

คิวภาพ//บรรยากาศภายในโรงเรียน/เสียงเด็ก