วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569

ซินเจนทา ประเทศไทย เปิด “ศูนย์การเรียนรู้บ้านห้วยตอง” ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายและชุมชน ยกระดับเกษตรรุ่นใหม่ สู่ระบบอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน

 ซินเจนทา ประเทศไทย เปิด “ศูนย์การเรียนรู้บ้านห้วยตอง” ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายและชุมชน ยกระดับเกษตรรุ่นใหม่ สู่ระบบอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน

 



ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตรไทย เกษตรกรยุคใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้ผลิต แต่กำลังรวมตัว ระดมความคิด และติดอาวุธทางความรู้เพื่อยกระดับทักษะและมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีประวัติการทำเกษตรสืบทอดต่อเนื่องมายาวนานหลายทศวรรษ และเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกผักสำคัญของภาคเหนือ กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ของการเป็นต้นแบบเกษตรปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม

 


ซินเจนทา ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย ชุมชน และภาคีเครือข่าย จัดพิธีเปิด “ศูนย์การเรียนรู้บ้านห้วยตอง เพื่อเกษตรปลอดภัยและการพัฒนาที่ยั่งยืน” อย่างเป็นทางการ ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านห้วยตอง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ควบคู่กับการจัดงาน “มหกรรมเกษตรปลอดภัย เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม” โดยมีเกษตรกร นักเรียน เครือข่ายพันธมิตร และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมกว่า 500 คน

 


โครงการ “เพาะดี กินดี” คือกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้านการวางแผนการผลิต การจัดการทรัพยากร การใช้สารอารักขาพืชอย่างรับผิดชอบ และการยกระดับสู่มาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP (Good Agricultural Practices) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเกษตรกรกว่า 1,600 คนในพื้นที่ภาคเหนือได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และสามารถยกระดับประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างชัดเจน

 


ศูนย์การเรียนรู้บ้านห้วยตอง เพื่อเกษตรปลอดภัยและการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการเพาะดี กินดี สู่โครงสร้างความร่วมมือระยะยาวของชุมชน ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ ถ่ายทอดนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยง เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้เชี่ยวชาญ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้บริโภค ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการผลิตและสร้างความมั่นคงในระบบอาหาร

 


นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่เกษตรสำคัญของภาคเหนือ โดยเฉพาะอำเภอแม่วางซึ่งเป็นแหล่งผลิตพืชอาหารที่สำคัญของจังหวัด การพัฒนาภาคเกษตรในปัจจุบันจึงต้องให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพผลผลิต ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสุขภาพของเกษตรกรควบคู่กันไป การส่งเสริมมาตรฐานการผลิตที่ดี เช่น GAP รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และชุมชน จะช่วยยกระดับศักยภาพเกษตรกรและสนับสนุนให้เกิดระบบอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว”

 

ในฐานะองค์กรผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมการเกษตร ซินเจนทามุ่งสนับสนุนการจัดการพืชแบบผสมผสาน ถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ และเชื่อมโยงเกษตรกรสู่ตลาดคุณภาพ เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

 


นางสาวกล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด กล่าวว่า “ซินเจนทาเชื่อมั่นว่า ความยั่งยืนของระบบอาหารต้องเริ่มจากความเข้มแข็งของเกษตรกรรายย่อย เราไม่ได้มองบทบาทของเราเป็นเพียงผู้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี แต่เป็นพันธมิตรระยะยาวที่ทำงานเคียงข้างเกษตรกรในการยกระดับระบบการผลิตให้ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และแข่งขันได้ หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการผลิตพืชในปัจจุบัน คือการใช้สารอารักขาพืชที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง และส่งผลให้การจัดการศัตรูพืชทำได้ยากขึ้นในระยะยาว ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ แต่คือการใช้ให้ถูกวิธี ถูกเวลา และสอดคล้องกับหลักวิชาการ

 


“เราจึงมุ่งถ่ายทอดแนวทางการจัดการพืชแบบผสมผสาน การหมุนเวียนกลไกการออกฤทธิ์ และการบริหารจัดการแปลงอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้เกษตรกรรักษาประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการดูแลสุขภาพของตนเองและสิ่งแวดล้อม ศูนย์แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงอาคาร แต่คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ซินเจนทาพร้อมทำงานเคียงข้างมูลนิธิรักษ์ไทย ภาครัฐ และชุมชน เพื่อเชื่อมโยงเกษตรกรเข้าสู่ตลาดที่ต้องการผลผลิตปลอดภัยอย่างแท้จริง และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว” นางสาวกล้วยไม้ กล่าวเสริม

 


นางสาวกสิณา โอฬารริกสุภัค ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ มูลนิธิรักษ์ไทย กล่าวว่า “โครงการเพาะดี กินดี แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริง โดยเราให้ความสำคัญกับทั้งคน ดิน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กัน เมื่อเกษตรกรได้รับความรู้ เครื่องมือ และการสนับสนุนที่เหมาะสม พวกเขาจะไม่เพียงพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง แต่ยังสามารถเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของชุมชนได้ ความร่วมมือกับซินเจนทาทำให้เราเชื่อมโยงองค์ความรู้เชิงเทคนิคกับการพัฒนาชุมชนได้อย่างเป็นระบบ ศูนย์ความร่วมมือแห่งนี้จะช่วยขยายผลความสำเร็จจากกลุ่มนำร่องสู่ชุมชนในวงกว้าง และทำให้ประเด็นสุขภาพ ความปลอดภัยอาหาร และสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่ทุกคนมองเห็นและเข้าใจร่วมกัน”  

 


ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ เวทีนำเสนอทิศทางเกษตรและตลาดตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ของจังหวัดเชียงใหม่ เวทีเสวนา “ปฏิวัติเกษตรกรรายย่อย จากวงจรหนี้ สู่ความยั่งยืน” TED Talk จากเกษตรกรต้นแบบ และการบรรยายหัวข้อ “นวัตกรรมการดูแลรักษาพืชในยุคโลกรวน” โดยผู้เชี่ยวชาญจากซินเจนทา รวมถึงการตรวจสุขภาพ  นิทรรศการองค์ความรู้ เวิร์กช็อปปฏิบัติจริง บูธจำหน่ายผลผลิตปลอดภัยจากเครือข่ายเกษตรกร

 

นายสำราญ รัตนชัยประสิทธิ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดภัย บ้านห้วยตอง กล่าวว่า “ก่อนเข้าร่วมโครงการ เรากังวลทั้งเรื่องต้นทุน สุขภาพ และตลาดรับซื้อ หลังจากได้เรียนรู้เรื่องการจัดการศัตรูพืชอย่างถูกต้อง การวางแผนการผลิต และการทำตามมาตรฐาน GAP เราเห็นผลชัดเจนว่าผลผลิตดีขึ้น ใช้สารอย่างระมัดระวังมากขึ้น และมีตลาดรองรับมากขึ้น การมีศูนย์ความร่วมมือในชุมชน ทำให้เรามีพื้นที่เรียนรู้ของตัวเอง สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ให้เกษตรกรรุ่นใหม่ และทดลองแนวทางใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง วันนี้เรารู้สึกมั่นใจมากขึ้นทั้งเรื่องรายได้ สุขภาพ และอนาคตของครอบครัว”

 

การเปิดศูนย์การเรียนรู้บ้านห้วยตอง เพื่อเกษตรปลอดภัยและการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเป็นมากกว่าการเปิดพื้นที่เรียนรู้ แต่คือรากฐานสำคัญในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านกระบวนการเรียนรู้และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และเป็นการตอกย้ำบทบาทของซินเจนทาในฐานะพันธมิตรของเกษตรกรไทย ที่มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระดับแปลงปลูกจนถึงระดับระบบอาหาร ผ่านนวัตกรรม องค์ความรู้ และความร่วมมือระยะยาวกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมสร้างระบบอาหารไทยที่ปลอดภัย มีคุณภาพ แข่งขันได้ และยั่งยืนในอนาคตอย่างแท้จริง

ดส. บุกรวบหญิงแม่เล้าหลอกเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ค้าประเวณีประเทศเพื่อนบ้าน คาห้องพักอพาร์ทเมนต์กลางเมืองแม่สอด

 ดส. บุกรวบหญิงแม่เล้าหลอกเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ค้าประเวณีประเทศเพื่อนบ้าน คาห้องพักอพาร์ทเมนต์กลางเมืองแม่สอด



เมื่อวันที่ 8 มี.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น.ดูแลงานสืบสวน พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รองผกก.ดส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.หญิง ชาดา เสสะเวช พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.ดส. ชุดปฏิบัติการที่ 3 ร่วมกันจับกุม น.ส.อิง สงวนนามสกุล อายุ 51 ปี ตามหมายหมายจับที่ 4391/2568 ลงวันที่ 28 ก.ค.2568 และหมายจับหมายจับศาลอาญา ที่ 5166/2568ลงวันที่ 5 ก.ย.2568 ข้อหา1.ร่วมกันตั้งแต่สามคนข้นไปเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกังขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี ผู้นั้นกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ 2.ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ซึ่งบุคคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และไม่ว่าการกระทำต่างๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้นจะได้กระทำภายในราชอาณาจักรหรือนอกราชอาณาจักร โดยเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี 3.ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี 4.ร่วมกันโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร" จับกุมได้ที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา 






สืบเนื่องจากกก.ดส. ได้ทำการสืบสวนขยายผลหมายจับค้างเก่าคดีค้ามนุษย์ จากการตรวจสอบน.ส.อิง เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาขบวนการค้ามนุษย์โดยหลอกเด็กไทยอายุ 13 ปี และ อายุ 15 ปี ไปทำงานประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่ทราบว่าไปค้าประเวณี ปัจจุบันมีเหยื่อ 2 รายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ กก.4 บก.ปคม. จนกระทั่งออกหมายจับดังกล่าว เจ้าหน้าที่ กก.ดส. ชุดปฏิบัติการที่ 3 ได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า น.ส.อิง เดินทางไปประเทศพม่า ก่อนได้รับะมาปรากฎตัวบริเวณพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ทำการซุ่มโป่งอยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อน.ส.อิง เข้าไปอยู่ภายในห้องพักจึงปรากฎตัวจึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม 





จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนเป็นเพียงล่ามภาษาจีนทำงานตามร้านนวด ร้านอาหาร ได้เงินเดือนรวมโอทีประมาณ 60,000 บาทต่อเดือน แต่จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.อิง เป็นตัวการใหญ่หลอกเด็กหญิง อายุ 13 ปี ไปค้าประเวณี โดยให้แม่เด็กสาวดังกล่าวจ่ายเงิน แม่สอด ลูกถึงถูกส่งกลับมา จากการสอบสวนคาดว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการค้ามนุษย์ เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนังงานสอบสวนกก.4 บก.ปคม. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


///