วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569

ศาลปกครองกลาง ไม่พิจารณาปม”เอกชน” นำเข้าปลาหมอคางดำ ชี้ชัด “กรมประมง” อนุญาตเอง แต่ละเลยควบคุม

 ศาลปกครองกลาง ไม่พิจารณาปม”เอกชน” นำเข้าปลาหมอคางดำ  

   ชี้ชัด “กรมประมง” อนุญาตเอง แต่ละเลยควบคุม


ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ กรมประมง เร่งแผนแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ พร้อมให้ประกาศ ‘สมุทรสงคราม’ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ รับการเยียวยา  / ส่วนกรณี ‘เอกชน’ ที่นำเข้ามานั้น  ศาลมองว่า กรมประมง รู้อยู่แล้ว แต่กลับละเลยการทำหน้าที่เอง  



ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่ชาวบ้านและผู้แทนเกษตรกรประมงพื้นบ้าน รวม 54 ราย ร่วมกับสภาทนายความ ยื่นฟ้องกรมประมง อธิบดีกรมประมง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องรวม 18 ราย กรณีละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักของ "ปลาหมอคางดำ" จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของประชาชน

 

โดยศาลพิพากษาให้ “กรมประมง และอธิบดีกรมประมง” ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามที่พระราชกำหนดการประมง ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอดางดำ ตามแผนปฏิบัติการและมาตรการอื่น ๆ ที่จำเป็น  โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการ ร่วมกันกำกับดูแลและสนับสนุนให้ดำเนินการแผน  ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่คดีที่ถึงที่สุด


และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พิจารณาออกประกาศให้จังหวัดสมุทรสงคราม ในพื้นที่อำเภออัมพวา อำเภอเมือง และอำเภอบางคนที เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ฟ้องค์ดี   เฉพาะผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการระบาด โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด


ส่วนประเด็นของ”บริษัทเอกชน” ที่นำเข้ามาเพื่อการวิจัยนั้น ศาลพิจารณาว่า  กรมประมงทราบอยู่แล้ว ว่าหากมีการอนุญาตให้นำปลาหมอคางดำซึ่งเป็นปลาต่างถิ่นเข้ามาในราชอาจักร  อาจจะส่งผลกระทบต่อพันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมือง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นับตั้งแต่มีการอนุญาตเมื่อ 2553  ทางกรมประมงกลับไม่เคยมีการดำเนินการควบคุม ตรวจสอบการศึกษาวิจัย ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามที่ขออนุญาตหรือไม่ 



“กรณีนี้ จึงถือเป็นการละเลยต่อหน้าที่ ในการป้องกัน ควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น ตาม พ.ร.บ.ประมง 2490  ต่อมาเมื่อเกิดปัญหาการระบาด ช่วงปี 2555-2559 ซึ่งไม่ว่าปัญหาดังกล่าวจะเกิดจากการกระทำของบริษัทผู้ขอทำวิจัยหรือไม่ ทางกรมประมงซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาตามมาตรการต่าง ๆ มาโดยตลอด  แต่ถือเป็นเพียงความสำเร็จในเบื้องต้นเท่านั้น  ซึ่งปัญหานี้ยังไม่หมดสิ้นไป กรณีนี้ต้องถือว่ากรมประมง และอธิบดีกรมประมง ยังคงมีหน้าที่ในการแก้ไขต่อไป  โดยผู้ถูกร้องยังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ได้ภายใน 30 วัน


ทั้งนี้การพิพากษาของศาลปกครองครั้งนี้  พิจารณาเฉพาะในประเด็นการให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหาการแพร่ระบาด และประกาศพื้นที่ระบาดเป็นเขตช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น ส่วนประเด็นความเสียหายการฟื้นฟูระบบนิเวศ และประเด็นการให้รัฐเรียกค่าเสียหายจากเอกชน  ทางศาลปกครองมิได้พิจารณาแต่อย่างใด 



แต่ในส่วนของคดีแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้นัดฟังคำสั่งวันที่ 14 กันยายนนี้ ว่าจะรับเป็นคดีแบบกลุ่มหรือไม่   ซึ่งในเรื่องนี้ อาจต้องมีการพิจารณาถึงหลักฐานการนำเข้า ว่ามีจำนวนกี่ครั้ง  โดยใครบ้าง เนื่องจากผลการวิจัย DNA ปลาหมอคางดำโดยทางคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และจากกรมประมงเองชี้ตรงกันว่า “พบปลาหลากหลายรหัสพันธุกรรม” ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า”มีการนำเข้ามาอีกหลายครั้งหรือไม่”  ซึ่งถือว่าเป็นข้อพิจารณาสำคัญในการชี้ว่า “ใครคือผู้ที่ต้องชดใช้ความเสียหาย”  จึงต้องติดตามกันต่อไป  


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือมูลนิธิฯ / สมาคมจีนฯ ต่างๆ รุดบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย ลงพื้นที่มอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือเยียวยาพร้อมส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยบริเวณชุมชนมักกะสัน ชุมชนคลองเตย และชุมชนโรงเรียนวัดประชาระบือธรรม เขตดุสิต รวมงบฯ กว่า 8 แสนบาท

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือมูลนิธิฯ / สมาคมจีนฯ ต่างๆ รุดบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย ลงพื้นที่มอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือเยียวยาพร้อมส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยบริเวณชุมชนมักกะสัน ชุมชนคลองเตย และชุมชนโรงเรียนวัดประชาระบือธรรม เขตดุสิต รวมงบฯ กว่า 8 แสนบาท 

.



ระหว่างวันที่ 3-8 กันยายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ  นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสาธารณภัย และ แผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่บริเวณชุมชนซอยวัดประชาระบือธรรม ถนนพระรามที่ 5 แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต ชุมชนคลองเตย เขตคลองเตย และ ชุมชนมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ รวม 3 ชุมชน โดยมอบเงินช่วยเหลือคนละ 3,500 บาท รวม 150 คน พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอัคคีภัยรายครอบครัว มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 44 ชุด มอบเครื่องอุปโภคบริโภครายบุคคล มูลค่า 1,500 บาท จำนวน 20 ชุด รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งสิ้น 665,000 (หกแสนหกหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมี อาสาสมัครมูลนิธิฯ ร่วมกระจ่ายทีมลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อแจกจ่ายสิ่งของและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย นำโดย นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ นายวิวัฒน์ แก้วกำพลสกุล อาสาสมัครเฉพาะกิจ รวมทั้งอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัญญา พรนารายณ์ สมบูรณ์ จุลมุสิก (ทศพล หิมพานต์) นายปิยะวัฒน์ รัตนหรูวิจิตร (หรูหรา) นางสาวพรชดา วราพชระ (มะเหมี่ยว) นางสาวณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์ (กานต์) นางสาวเบญญาภา จันใจ (ขิม) รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในแต่ละพื้นที่ร่วมแจกจ่ายสิ่งของ พร้อมกันนี้ ได้มีมูลนิธิฯ/สมาคมจีนต่างๆ ร่วมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในแต่ละพื้นที่ ได้แก่ ที่ชุมชนโรงเรียนวัดประชาระบือธรรม ได้มีมูลนิธิไกรสิทธิการกุศล ร่วมมอบเงินสด คนละ 400 บาท มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ ร่วมมอบเงินสด ครอบครัวละ 1,000 บาท และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี ร่วมมอบข้าวสาร คนละ 10 กิโลกรัม ที่ชุมชนคลองเตย ได้มีมูลนิธิไกรสิทธิการกุศล ร่วมมอบเงินสด คนละ 400 บาท มูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี มอบข้าวสาร คนละ 10 กิโลกรัม และชุมชนมักกะสัน ได้มีมูลนิธิไกรสิทธิการกุศล ร่วมมอบเงินสด คนละ 400 บาท มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ ร่วมมอบเงินสด ครอบครัวละ 1,000 บาท และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี ร่วมมอบข้าวสาร คนละ 10 กิโลกรัม 

รวมงบประมาณการจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งพร้อมมูลนิธิฯ/สมาคมจีนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย 3 ชุมชน ทั้งสิ้นกว่า 8 แสนบาท

.






ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.










ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกรวมถึงพิกัดมูลนิธิฯ ได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน