วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 แบบ Hybrid เคาะปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2568 ประมาณ 0.31 บาทต่อหุ้น

 ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 แบบ Hybrid เคาะปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2568 ประมาณ 0.31 บาทต่อหุ้น



1 พฤษภาคม 2569 – บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อ 30 เมษายน 2569 ในรูปแบบ Hybrid Meeting ทั้งการประชุม ณ ทรู ทาวเวอร์ รัชดา และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมได้อย่างทั่วถึง โดยที่ประชุมมีมติรับทราบผลการดำเนินงานของบริษัท และอนุมัติงบการเงินประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568



โดยการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 นำโดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายซิกเว่ เบรกเก้ กรรมการ และ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม เป็นต้น พร้อมคณะกรรมการบริษัทฯ



ที่ประชุมมีมติอนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิปี 2568 เป็นทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน 132.9 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิ พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,146 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ เงินปันผลดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 4/2568 และกำไรสะสมบางส่วนของบริษัท


นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลก่อนหน้า ซึ่งบริษัทได้จ่ายไปเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.19 บาท คิดเป็นเงินปันผลที่ประกาศจ่ายรวม 6,564 ล้านบาท ดังนั้น เงินปันผลรวมที่ประกาศจ่ายจากผลการดำเนินงานประจำปี 2568 และจากกำไรสะสมบางส่วนของบริษัทฯ คิดเป็นอัตราหุ้นละประมาณ 0.31 บาท (หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด) ตามมติคณะกรรมการบริษัทฯ โดยรวมสะท้อนนโยบายการบริหารผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง



ในด้านโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ได้แก่ นายกลินท์ สารสิน (กรรมการอิสระ) นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ นายจอน โอมุนด์ เรฟฮัก และนายซิกเว่ เบรกเก้ ขณะเดียวกัน รับทราบการคงตำแหน่งกรรมการที่ว่าง 2 ตำแหน่งเป็นการชั่วคราว โดยคณะกรรมการจะดำเนินการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งต่อไป

มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน” ยกระดับโปรเจกต์ ‘Zero Burn to Earn’ มอบชุดโซลาร์เซลล์มือสองคุณภาพสูง ผ่าน Solar Sure โดย ENTEC พร้อมรับคาร์บอนเครดิต T-VER

 มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน” ยกระดับโปรเจกต์ ‘Zero Burn to Earn’ มอบชุดโซลาร์เซลล์มือสองคุณภาพสูง ผ่าน Solar Sure โดย ENTEC พร้อมรับคาร์บอนเครดิต T-VER



​ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. เดินหน้ามาตรการเชิงรุกแก้ปัญหา PM 2.5 เปิดตัวโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน “PMUC Zero Burn to Earn: เลิกเผา เป๋าตุง” ชูบทบาทเด่นของ มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน ที่นำนวัตกรรมพลังงานมาเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรม ลดการเผาซากพืชเพื่อแลกกับชุดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่คุ้มค่าและได้มาตรฐานสากล



​มั่นใจด้วยแพลตฟอร์ม "Solar Sure" โดย ENTEC

​ไฮไลท์ที่สร้างความเชื่อมั่นสูงสุดในโครงการนี้ คือการที่เกษตรกรจะได้รับแผงโซลาร์เซลล์มือสองสภาพดี ซึ่งผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวด:



​การตรวจสอบโดย ENTEC: แผงโซลาร์เซลล์ทุกแผ่นได้รับการตรวจสอบและรับรองคุณภาพโดย ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช.

​แพลตฟอร์ม Solar Sure: มั่นใจในประสิทธิภาพการใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม Solar Sure ที่คัดกรองแผงมือสองเกรด A เพื่อให้มั่นใจว่าแผงที่ส่งมอบสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน



​เทคโนโลยีไทยเพื่อความปลอดภัย: ระบบทำงานร่วมกับ อินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งเน้นความปลอดภัยในการใช้งานระดับสูง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการยกระดับสู่มาตรฐาน มตช. (มาตรฐานทางวิชาการ) เพื่อรองรับการใช้งานในภาคเกษตรกรรมอย่างเต็มรูปแบบ

​พลิกโฉมเกษตรกรสู่ผู้ขาย “คาร์บอนเครดิต”



​นอกจากจะช่วยลดรายจ่ายด้านพลังงานในครัวเรือนแล้ว เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการยังได้รับสิทธิประโยชน์เหนือชั้น:

​รับคาร์บอนเครดิต T-VER: ระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งสามารถนำไปคำนวณเพื่อขอรับคาร์บอนเครดิตในโครงการ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นรายได้เสริม



​เป๋าตุงด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน: เกษตรกรเพียงนำเศษวัสดุทางการเกษตรมาส่งมอบ แทนการเผาที่สร้างมลพิษ จะได้รับทั้งน้ำมันไบโอดีเซล แผ่นคลุมดินชีวมวล และชุดพลังงานสะอาดจากมูลนิธิฯ



​นำร่องเชียงใหม่ ดีเดย์ลงทะเบียน 5 พ.ค. นี้

​มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน ร่วมกับ กระทรวง อว. เตรียมคิกออฟพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นแห่งแรก เพื่อเร่งแก้ปัญหาฝุ่นควันอย่างยั่งยืน เกษตรกรที่สนใจสามารถเตรียมตัวลงทะเบียนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มได้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป



​"เรากำลังนำมาตรฐานระดับโลกและระดับชาติ ทั้งจาก ENTEC และระบบ Solar Sure มาไว้ในมือเกษตรกร เพื่อพิสูจน์ว่าแผงโซลาร์เซลล์มือสองคุณภาพดี เมื่อผสานกับอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ไทย จะเป็นอาวุธสำคัญในการสู้กับ PM 2.5 และสร้างชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน" --- มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน./





#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.61ปี)​