วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

"สภท. ประชุมสัญจรครั้งที่ 3/2568" เตรียมความพร้อมการประชุมใหญ่ปลายเดือนสิงหาคม ที่กรุงเทพฯ

 "สภท. ประชุมสัญจรครั้งที่ 3/2568" เตรียมความพร้อมการประชุมใหญ่ปลายเดือนสิงหาคม ที่กรุงเทพฯ



วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2568 เวลา 15:00 น ที่ โรงแรมซันธารา เวสเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล จังหวัดฉะเชิงเทรา 

   




นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.61ปี) นำคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ร่วมประชุมสัญจร ครั้งที่ 3/2568 เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ในระหว่าง วันที่ 28-29 สิงหาคม 2569 ที่จะมาถึงนี้ โดยการประชุมในครั้งนี้มีวาระการประชุมแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ถึงกิจกรรมในรอบเดือนที่ผ่านมา และการเตรียมความพร้อมในการจัดงานสัมมนาสื่อมวลชน “EEC Power Infrastructure 2026 เข็มทิศพลังงานขับเครื่องเมืองเศรษฐกิจภาคตะวันออก” ในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 






โดยมีกำหนดการเริ่มลงทะเบียนเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมซันธารา จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยได้รับเกียรติจาก น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เกียรติมาเป็นประธานในการเปิดงาน พร้อมด้วยคณะวิทยากรประกอบด้วย : นางนวรถ ปะรักมะสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักแผนภาพรวม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.), นายฉัตรชัย จินตกูล วิศวกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานพลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา, นายศิวะกร สุขทอง วิศวกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา และ นายบุญมา พูชิน ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมี นางสาวสุพัตรา สมถวนิช รองเลขาธิการสมาคมฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งการสัมมนาสื่อในครั้งนี้จะมีสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าร่วมจำนวน 120 ท่าน เพื่อจะนำความรู้ในหัวข้อการสัมมนาไปประชาสัมพันธ์ต่อไป เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนและผู้ที่สนใจในเรื่องพลังงาน เศรษฐกิจที่นับวันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นภัยที่น้อยที่สุดกับโลกมนุษย์เราในโอกาสต่อไป 

______


#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ENTEC สวทช. เปิดเวที NAC2026 จัดสัมมนา ‘ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ: นโยบายการเงินและนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน’ NAC2026 ดึงภาคการเงิน-อุตสาหกรรม ฝ่าวิกฤต ‘โลกเดือด‘

 ENTEC สวทช. เปิดเวที NAC2026 จัดสัมมนา ‘ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ: นโยบายการเงินและนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน’ NAC2026 ดึงภาคการเงิน-อุตสาหกรรม ฝ่าวิกฤต ‘โลกเดือด‘



วันที่ 24 เมษายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. ได้จัดสัมมนาไฮไลต์ในงานประชุมวิชาการประจำปี (NAC2026) ภายใต้หัวข้อ “ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ: นโยบายการเงินและนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน” เพื่อเร่งหาทางรอดให้เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศและกติกาการค้าโลกใหม่ที่ท้าทาย



โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืน” เปิดเผยข้อมูลประเมินความเสี่ยงระบุถึงความเปราะบางต่อสภาพภูมิอากาศของประเทสไทย ซึ่งถูกจัดอยู่ในอันดับ 17 จาก 197 ประเทศทั่วโลก พร้อมชี้ว่าหากเราละเลยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญภาวะ GDP หดตัว 7-14% ภายในปี 2050 ทั้งนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับบริบทโลก ทั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero โดยภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกลไกและกติกาที่ชัดเจน อาทิ การพัฒนาตลาดคาร์บอน เพื่อจูงใจให้ภาคธุรกิจลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด ควบคู่กับการเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคส่วนที่เปราะบาง



ในช่วงเสวนาว่าด้วยการปลดล็อกระบบการเงินสู่ Net Zero คุณพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจการยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย ได้เปิดเผยตัวเลขประเมินความเสี่ยงว่า หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 3.2 องศาเซลเซียส มูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยอาจสูงถึง 44% ของ GDP การรับมือจึงต้องใช้เงินลงทุนสูงถึงปีละ 3.6 แสนล้านบาท โดยเสนอโมเดล 4x Multiplier ที่ใช้เงินภาครัฐเป็นตัวเร่งดึงทุนเอกชนเข้ามาเสริม และเสนอให้มีการปรับโมเดลประเมินมูลค่าบริษัท (Enterprise Value) โดยให้ธุรกิจสีเขียวได้รับ "Green Premium" เพื่อใช้กลไกตลาดผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผ่านระบบบัญชีและสินทรัพย์ ขณะที่ ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC ในฐานะผู้ดำเนินรายการ เตือนถึงผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจซ้ำเติมให้ต้นทุนพลังงานของภาคอุตสาหกรรมไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



ทางด้านภาคอุตสาหกรรม ดร.สนธยา กริชนวรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยกกรณีศึกษา ‘อุตสาหกรรมสกรู’ ที่เริ่มถูกระงับออร์เดอร์จากยุโรปเนื่องจากความกังวลเรื่องภาษี CBAM ที่อาจสูงถึง 230 ยูโรต่อตัน สอดคล้องกับ ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน ประเมินว่าไทยเสี่ยงสูญเสียเม็ดเงินกว่า 2.3 ล้านล้านบาทให้คู่แข่งอย่างเวียดนาม หากไม่เร่งปรับปรุงกฎหมายที่ล้าหลัง เช่น การปลดล็อกใบอนุญาต รง.4 เพื่อเอื้อต่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ภาคธุรกิจเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน 100% (RE100) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น



สำหรับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SME ไทย คุณชนานันท์ สุภาดุลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เสนอแนวทาง Thailand Taxonomy เพื่อใช้เป็นพจนานุกรมกลางในการจัดหมวดหมู่ธุรกิจ มุ่งเน้นไปที่ 6 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ พลังงาน ขนส่ง เกษตร ก่อสร้าง การผลิต และการจัดการของเสีย โดยใช้เกณฑ์ระบบสัญญาณไฟจราจรเข้ามาประเมินสถานะธุรกิจสีเขียว โดยการกำหนดสถานะ "สีเหลือง" ให้แก่กลุ่มที่กำลังเปลี่ยนผ่าน เพื่อช่วยให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้ตรงจุด ช่วยให้ SME เข้าถึงสินเชื่อการเปลี่ยนผ่านได้ง่ายขึ้น ด้าน คุณทยากร จิตรกุลเดชา ผู้อำนวยการฝ่ายตราสารหนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เผยทิศทางบวกจากยอดออกตราสารหนี้ ESG ที่ทะลุ 1.1 ล้านล้านบาท พร้อมเตรียมบังคับรายงานข้อมูลคาร์บอน (Mandatory Disclosure) ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2571 เพื่อป้องกันปัญหาการฟอกเขียว (Greenwashing) และยกระดับมาตรฐานไทยสู่ระดับสากล



เวทีสัมมนา NAC2026 ในครั้งนี้สรุปชัดเจนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือทางรอดเดียวของเศรษฐกิจไทย โดยความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จากการบูรณาการนโยบายรัฐที่ยืดหยุ่น นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และระบบนิเวศทางการเงินที่เอื้อต่อการปรับตัวของทุกระดับชั้น เพื่อปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต