วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“ปวีณา”แท็กทีม! ผู้สมัครสส.กทม.“กล้าธรรม”หาเสียงส่งท้าย พญาไท ตลาดเยาวราช คึกคัก แม่ค้า ชาวบ้าน โผกอด ขอกาบัตรสีเขียวเลือกแบบเขต บัตรสีชมู เบอร์ 42 ได้“ปวีณา”เข้าสภาฯช่วยแก้ปัญหาสังคม กระตุ้นเที่ยวไทย

 



     “ปวีณา”แท็กทีม! ผู้สมัครสส.กทม.“กล้าธรรม”หาเสียงส่งท้าย พญาไท  ตลาดเยาวราช คึกคัก แม่ค้า ชาวบ้าน โผกอด  ขอกาบัตรสีเขียวเลือกแบบเขต บัตรสีชมู เบอร์ 42 ได้“ปวีณา”เข้าสภาฯช่วยแก้ปัญหาสังคม กระตุ้นเที่ยวไทย



    เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2569 นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.)ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม นำคณะขึ้นรถแห่หาเสียงช่วงส่งท้ายช่วยผู้สมัคร สส.กทม.พรรคกล้าธรรม ฝั่งธนบุรี  เขต 1 - 2 และ 24 - 33  พื้นที่ พระนคร, เขตสัมพันธวงศ์, ราชเทวี, ปทุมวัน, บางกอกน้อย, บางกอกใหญ่, ตลิ่งชัน, บางแค, บางบอน, จอมทอง, บางขุนเทียน, ทุ่งครุ, ธนบุรี 



    โดยนางปวีณา พร้อมด้วยนาย นิกร ซัจเดว์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ และนางสาววิลาสินี แป๊ะสมัน (กัสบี)ผู้สมัคร สส.เขต2  ขึ้นรถแห่หาเสียงเริ่มจากอาคารพญาไท พลาซ่า ไปตามเส้นทางราชเทวี ปทุมวัน สาทร  มีประชาชนในพื้นที่ส่งเสียงให้กำลังใจต่อเนื่อง จนถึงพื้นที่ ของนายอัครพล คฤหเดชรัตนา ผู้สมัครสส.เขต1  พื้นที่ พระนคร และสัมพันธวงศ์ 



    โดยไฮไลท์สำคัญ เมื่อมาถึงพื้นที่ตลาดเยาวราช นางปวีณา ได้ลงเดินพบปะพูดคุยกับพ่อค้า แม่ค้า และประชาขน ที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า และเดินท่องเที่ยว เป็นจำนวนมาก มีแม่ค้าที่เป็นชื่นชอบ และติดตามผลงานนางปวีณา ด้านช่วยเหลือสังคม ต่างเข้ามามอบดอกไม้ เข้ามากอดและขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทุกคนสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส



    นอกจากนี้ยังได้เข้าพบกับนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทอง ภายในร้านทอง จิน ฮั้ว เฮง พร้อมรับฟังถึงสถานการณ์ซื้อ ขาย ทองคำ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอีกด้วย



    นางปวีณา กล่าวว่าวันนี้รู้สึกดีใจ ที่ได้มาพบปะ พ่อค้า แม่ค้า และะนักท่องเที่ยว ตลอดชาวไทยที่ย่านเยาวราช หรือ ไชน่าทาวน์เมืองไทย ซึ่งถือ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลกของกรุงเทพฯ ที่โดดเด่นด้วยสตรีทฟู้ดรสเลิศตลอดแนวถนน มีทั้งร้านทอง ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ และสถาปัตยกรรมสไตล์จีนที่คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมผสมผสานหลากหลายเชื้อชาติทั้งไทยพุทธ ไทยเชื้อสายจีน และอินเดีย 

เยาวราช จึงถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว 



    “ เราภูมิใจที่มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีมาช้านานสร้างรายได้ให้ประเทศและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังระดับโลก ซึ่งพรรคกล้าธรรมก็มีนโยบายเน้นการท่องเที่ยว สร้างเมืองรองให้เป็นเมืองหลัก เยาวราชซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักอยู่แล้วเราจึงอยากผลักดันการสร้างรายได้ให้กับประเทศและส่งเสริมไทยเที่ยวไทยกระจายรายได้ภายในประเทศด้วย”นางปวีณา กล่าว



   ทั้งนี้พ่อค้า แม่ค้า และผู้ประกอบการร้านค้า ต่างสะท้อนถึงปัญหาเศรษฐกิจ ต้นทุนสินค้าแพง ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ซึ่งนางปวีณา กล่าวว่า มาฝากนโยบายพรรคกล้าธรรม ด้านสังคม ที่เชื่อว่า ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ทั้งการแก้ปัญหาปากท้อง และ ปัญหาสังคม นโยบายที่สำคัญคือ “ข่มขืน ฆ่าโหด เท่ากับ ประหารชีวิตสถานเดียว ,การเยียวยาผู้เสพยาเสพติดต้องได้รับการบำบัดและฝึกอาชีพ ,การดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุและคนพิการ ตลอดการผลักดันธนาคารประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหากลุ่มเปราะบางที่ยังคงเป็นหนี้นอกระบบ เพื่อประชาขนจะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น จึงขอให้เชื่อมั่นและไว้วางใจ และขอให้กาบัตรสีเขียวเลือกผูัสมัครสส.แบบเขต และกาบัตรสีชมพู เบอร์42 ในวันที่ 8 กุมภาพันธุ์นี้เพื่อให้“ปวีณา”ในนามพรรคกล้าธรรม เข้าไปทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร



    จากนั้นนางปวีณา พร้อมคณะผู้สมัครร สส.กทม.พรรคกล้าธรรม เดินทางต่อไปยังปากคลองตลาด ซึ่งเป็นศูนย์กลางตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในไทยและติดอันดับ 4 ของโลก มีเงินหมุนเวียนสองหมื่นห้าพันล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วาเลนไทน์ ปากคลองตลาดเป็นแหล่งรวบรวมดอกไม้ทั้งในและต่างประเทศ จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ส่งออกไปต่างประเทศและกระจายสินค้าทั่วไทย สร้างรายได้ให้กับประชาชน



​"อย่าปล่อยให้ใครเปลี่ยนรัฐสภาเป็นสีเทา!" ภปกชนก ทับเที่ยง ทุบโต๊ะเตือนสติโค้งสุดท้าย แฉกลไกรัฐบิดเบือนเลือกตั้ง พรรคไทยพิทักษ์ธรรมลั่น 'ถึงเวลาล้างบางการเมืองสกปรก' หยุดวงจรค้าสงครามเพื่อคนไทย!

 



โค้งสุดท้ายไฟลุก! นายภปกชนก ทับเที่ยง ผู้นำพรรคไทยพิทักษ์ธรรม ผนึกกำลังขุนพลยุทธศาสตร์ เปิดหน้าชี้ชะตาประเทศ ย้ำเลือกตั้งภายใต้กฎอัยการศึกและอิทธิพลสื่อรัฐ คือกับดักที่อาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจระดับล่มสลาย ฉะยับการเมืองเก่า "ยุบสภาหนีอภิปราย" คือรอยด่างพร้อยที่ประชาชนต้องพิพากษาในคูหา

​เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันเท่านั้นก่อนที่ประชาชนคนไทยจะก้าวเข้าสู่คูหาเลือกตั้งท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุด นายภปกชนก ทับเที่ยง หัวหน้าพรรคไทยพิทักษ์ธรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และฝ่ายยุทธศาสตร์ ได้ออกมาส่งสัญญาณอันตรายถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยแสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะ "รัฐล้มเหลว" (Failed State)



​3 สัญญาณอันตราย: การเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสและวิกฤตความมั่นคง

​นายภปกชนก ระบุว่า พรรคไทยพิทักษ์ธรรมไม่อาจนิ่งเฉยต่อความผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยสรุปประเด็นวิกฤตออกเป็น 3 ด้านหลัก:

​ความวุ่นวายใต้เงากระบอกปืน: ปัจจุบันประเทศเผชิญข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านจนขยายวงสู่ความขัดแย้งทางอาวุธ มีการประกาศใช้ "กฎอัยการศึก" ในหลายพื้นที่ ซึ่งกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการหาเสียงและการไปใช้สิทธิของประชาชนอย่างรุนแรง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ขาดความโปร่งใสและเปิดช่องให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียงที่ยากจะควบคุม

​สนามแข่งขันที่เอียงกระเท่โม่: รัฐบาลรักษาการถูกวิจารณ์ว่าใช้สื่อมวลชนของรัฐเป็นเครื่องมือ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้คุณให้โทษทางการเมือง ทำลายคู่แข่ง และสร้างความสับสนให้ประชาชน จนทำให้การตัดสินใจในคูหาอาจถูกบิดเบือนไปจากความเป็นจริง

​วิกฤตศรัทธาสู่รัฐล้มเหลว: หากการเลือกตั้งขาดความเชื่อถือ ผลที่ตามมาจะไม่ใช่แค่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่จะลุกลามไปถึงวิกฤตเศรษฐกิจและความมั่นคง จนนานาชาติขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้ประเทศไทยเข้าลักษณะรัฐที่ล้มเหลวในที่สุด

​"เรากำลังเดินหน้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด ถ้าเราปล่อยให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกฉ้อฉล ชาติไทยจะถอยหลังไปสู่จุดที่เยียวยาไม่ได้" นายภปกชนก กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

​"พัฒนชัย" ซัดหมัดตรง! การเมืองสีเทาต้องจบที่รุ่นเรา

​ทางด้าน นายพัฒนชัย รัตนบุรี รองหัวหน้าพรรคฝ่ายการเมือง ได้ออกมาตอกย้ำให้ประชาชนจดจำพฤติกรรมของนักการเมืองแบบเก่าที่สร้างรอยด่างไว้กับระบอบประชาธิปไตย โดยชี้ให้เห็นว่าการยุบสภาครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่เป็นเพียงการ "หนีตรวจสอบ" จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ



​"ประชาชนต้องไม่หลงลืมว่า เขาหนีสภาเพื่อรักษาอำนาจ นี่คือตัวอย่างของการเมืองแบบเก่าที่ทำให้ประเทศจมปลัก ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนไปสู่การเมืองใหม่ที่มีพื้นฐานแห่งธรรม ให้โอกาสประเทศหลุดจากกับดักนี้เสียที" นายพัฒนชัย ระบุ

​เสียงเพรียกจาก "ไทยพิทักษ์ธรรม": หยุดรัฐบาลสีเทา

​ในช่วงท้ายของการแถลง พรรคไทยพิทักษ์ธรรมได้วิงวอนขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องประชาชน ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและร่วมกัน "เปลี่ยน" การเมืองเก่าออกไป เพื่อไม่ให้รัฐสภา รัฐบาล และข้าราชการ กลายเป็นสีเทาที่กัดกินชาติ

​"ไทยเราต้องไม่ค้าสงคราม และเอเชียต้องเป็นหนึ่งเดียว" คือปณิธานสุดท้ายที่พรรคย้ำเตือน พร้อมกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่จะให้โอกาสพรรคไทยพิทักษ์ธรรมเข้าไปสร้างการเมืองที่สะอาดและยั่งยืน

​วิเคราะห์ทิ้งท้าย: อีก 2 วันที่เหลือจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า พลังเงียบของประชาชนจะเลือกเดินตามเกมการเมืองเก่า หรือจะให้โอกาส "พรรคไทยพิทักษ์ธรรม" เข้ามาหยุดยั้งวิกฤตรัฐล้มเหลวในครั้งนี้!



คุณกฤชพร​ นาคำมิน เลขาธิการพรรคไทยพิทักษ์ธรรม​ ผู้สร้างพรรคนี้ขึ้นมาวันนี้ผมได้มีโอกาศมาบ้านเกิดของท่านเลขาฯเขาทิ้งเงินเดือนหลายแสนจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลกยามที่ชาติมีปัญหาศาสนาถูกยำยีเธอและเพื่อนๆนักปฎิบัติธรรมเทเงินในกระเป๋ารวมกันเป็นทุนตั้งพรรคการเมืองนี้ขึ้นมามีชีวิตบนท้องถนนขึ้นๆไปๆมาทั่วประเทศเพื่อหาสมาชิกวันนี้เธอมาบอก  บุพการีที่บ้านของเธอบ้านหนองแซงอำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรฯอีกทั้งญาติพี่น้องที่นี่เธอไม่มีโอกาศใช้สื่อสาธารณะพรรคพวกเธอถูกกีดกันได้มีโอกาสบอกเพื่อนชาวไทยได้รู้จักพรรคได้รู้จักพรรคนโยบายที่ดีวันนี้ผมมาเห็นกับตาเขาขับรถมา 600กว่ากิโลเมตรมาหาพระพ่อมารดาบุพการีของเธอตามเสียงที่พูดออกมาจากใจของเธอเลือกเบอร์ 53 พรรคไทยพิทักษ์ธรรมบัญชีรายชื่อผมขอใช้หน้า fbของผมฝากเรื่องราวเล็กๆนี้ไว้ให้ทุกท่านได้ทราบไม่ว่าจะมีใครเลือกได้ยินหรือไม่แต่ในความรู้สึกของผมแล้วปฏิทานเธอยิ่งใหญ่ที่ผมอยากให้ทุกคนรู้จักเธอส่งกำลังใจให้เธอชาติเราจะได้เปลี่ยนไปในหนทางที่ดีเมื่อพลังแห่งศิลธรรมขยับ.. ผลิตสื่อโดยพรรคไทยพิทักษ์ธรรม​39/6ม10ต.ไทรใหญ่​ ไทรน้อย​จ.นนทบุรี​ 11150