วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เรือนจำจังหวัดอ่างทอง ลงนามร่วม มูลนิธิหลวงพ่อพูล

    เรือนจำจังหวัดอ่างทอง ลงนามร่วม มูลนิธิหลวงพ่อพูล 

เปิดโอกาสผู้ต้องขังพ้นโทษ ฝึกมวย บวชฟรี สร้างสังคมเป็นสุข 



   เรือนจำจังหวัดอ่างทอง ลงนามความร่วมมือ มูลนิธิหลวงพ่อพูล โดยหลวงพี่น้ำฝน ปูทางสร้างนักมวยอาชีพ จากเรือนจำสู่ผืนผ้าใบ เปิดทางสว่างสร้างโอกาสตั้งตัว สืบสานแม่ไม้มวยไทย พร้อมนำคนหลงผิดพ้นโทษเข้าสู่เส้นทางทางธรรม โดยยอดครูมวยชั้นนำร่วมพิธีพร้อมเปิดตัว ค่าย พ.ธิตินัย ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน นำยอดมวยประสานกำลังฝึกฝนนักมวยจากกำแพงแสงสูงสู่อุตสาหกรรมมวยไทยอาชีพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอ่างทองย้ำ พ้นผิดไม่กลับมาที่เดิม ตามรอยหลวงพี่น้ำฝนให้ทางสว่างเปิดโอกาสให้สังคมอยู่อย่างร่มเย็น 



   เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์ส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย มูลนิธิหลวงพ่อพูล จังหวัดนครปฐม นายธิตินัย พาติกบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอ่างทอง, พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ประธานมูลนิธิหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง, นายยุทธชัย นามบุตร ผู้อำนวยการส่วนสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขัง, นายธนธัช แจ่มจำรัส ผู้ประสานงานวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง ได้ทำพิธีบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยและช่วยเหลือผู้ต้องโทษในการประกอบอาชีพ และการบรรพชาอุปสมบท โดยมีสักขีพยานเข้าร่วมในพิธี ประกอบด้วย ดร.วชรกมล สุศรี ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดไผ่ล้อม (พูลประชาอุปถัมภ์) พร้อมรองผู้อำนวยการ คณะครูอาจารย์และนักเรียน ตัวแทนจากการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม พร้อมนักกีฬามวยในสังกัด 




   ภายในพิธีการมีการเชิญครูมวยและอดีตยอดมวย ซึ่งจะมาเป็นเทรนเนอร์และฝึกสอนและเข้าร่วมโครงการ นำโดยสภาเพชร เกียรติเพชรน้อย อดีตแชมป์เวทีราชดำเนิน, สำราญศักดิ์ เมืองสุรินทร์ อดีตแชมป์เวทีลุมพินี 2 รุ่น, ก้องธรณี พยัฆอรุณ อดีตแชม์มวยไทย เวทีลุมพินี 5 รุ่น, ประมวลศักดิ์ โพธิ์สุวรรณ  อดีต แชมเปี้ยนโลกมวยสากล และอดีตนักมวยสากลสมัครเล่นแชมป์เหรียญทองเอเชียนเกมส์ “ซายิดข่าน กุลามาหมัด” อดีตนักมวยสมัครเล่นทีมชาติไทย และอดีตแชมป์โลกมวยไทย ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดซึ่งเป็นการเปิดตัวค่ายมวย "พ.ธิตินัย ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน" และค่ายมวยศิษย์หลวงพี่น้ำฝน ซึ่งประสานความร่วมมือในการสร้างคนด้วยกีฬาและสืบสานตำนานแม่ไม้มวยไว้ด้วย 



    นายธิตินัย พาติกบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอ่างทอง กล่าววว่าปัจจุบันผู้ต้องขังมีอยู่ทั่วประเทศรวมแล้ว 3 แสนกว่าคน จากข้อมูลพบว่าหลังจากที่ได้พ้นไปแล้วเขาเหล่านั้นก็ยังจะกลับไปอยู่ กับชุมชนเดิมหรือสังคมเดิม ส่วนก็จะจะกลับมาสู่เรือนจำอีกครั้ง แล้วพบว่ามีผู้กระทำความผิดซ้ำซาก บางคนกระทำผิดถึง 10 และ 15 ครั้งก็มีเพราะว่าเขาไม่มีเข็มทิศที่ดีเลยในชีวิตเมื่อปีที่แล้ว พี่เรือนจำจังหวัดอ่างทองได้มีการริเริ่มตั้งค่ายมวย ธ.อ่างทอง ซึ่งได้มีการนำผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษทำการฝึกฝนและเรียนรู้การใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ซึ่งตอนนี้มีสองคนที่กำลังประสบความสำเร็จคือเลิศสิน ธ.อ่างทอง ซึ่งใกล้จะพลโทษไม่นานนี้และได้ไปต่อยบนเวทีดังมีผลการแข่งขันชก 10 ครั้ง ชนะ 9 ครั้งและแพ้ 1 ครั้ง อีกคนคืออี้หลง ธ.อ่างทอง ซึ่งมีการชกไปแล้ว 7ไฟต์ ทั้งคู่ถือว่าได้รับความสำเร็จ ซึ่งในปีนี้ทั้งคู่ก็จะพ้นโทษ เราจะส่งเสริมโดยการนำเข้าฝึกฝนและสร้างอาชีพต่อที่ค่าย พ.ธิตินัย ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน ซึ่งจะมีครูมวยชั้นยอดทำการฝึกฝนและนำเข้าสู่เส้นทางอาชีพมวยไทยอย่างชัดเจน    



     "ตอนนี้เรือนจำจังหวัดอ่างทองได้สร้างนักมวยอาชีพขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรมโดยนำผู้ต้องขังที่มีความสนใจและตั้งใจในการฝึกซ้อมซึ่งมีทั้งครูมวย เช่นครูซายิดข่าน กุลามาหมัด และครูประมวลศักดิ์ โพธิ์สุวรรณ เข้าไปทำการฝึกซ้อมให้ถึงภายในเรือนจำจนจนกระทั่งประสบความสำเร็จ และตอนนี้ยังมียอดครูมวยที่อยู่ภายนอกได้ทำการฝึกซ้อมและส่งนักมวยเข้าทำการแข่งขันในเวทีดังระดับประเทศคือเวทีราชดำเนิน เวทีลุมพินี เวทีมวยอ้อมน้อย และเวทีที่เป็นเวทีหลัก ส่วนในอนาคตในเรือนจำอื่นๆจะมีการประสานงานหรือส่งตัวเข้ามาฝึกซ้อมหรือทำการแข่งขันอย่างไรจะเป็นเรื่องของการหารือในอนาคต ซึ่งเป็นการสร้างอาชีพสร้างรายได้แก้ปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืนต่อไปไปด้วย" ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอ่างทอง กล่าว



    พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ในฐานะประธานมูลนิธิหลวงพ่อพูล กล่าวว่า มูลนิธิหลวงพ่อพูล ได้มีการสืบสานแม่ไม้มวยไทยมาอย่างต่อเนื่องโดยศูนย์ส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ภายใต้การดูแลของมูลนิธิหลวงพ่อพูล โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ได้ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการนำเยาวชนให้หันมาสนใจกีฬาและสืบสานกีฬาแม่ไม้มวยไทยไว้ให้คงอยู่ นอกจากนี้กีฬามวยไทยที่ได้จัดขึ้นภายในค่ายศิษย์หลวงน้ำฝน เป็นการนำเยาวชนที่เคยอยู่ในชีวิตที่ ผ่านเรื่องราวต่างๆในชีวิตมาอย่างโชกโชน ไม่ได้รับการสนใจจากสังคม ซึ่งนำมาขัดเกลาการจัดให้มีการเรียน และมีการฝึกซ้อมมวยไทยโดยมียอดครูมวยไทยเป็นผู้ฝึกสอน เป้าเป้าหมายแรกคือให้เขาเหล่านั้นห่างไกลจากยาเสพติด เป้าหมายต่อมาคือให้เขามีการการศึกษาที่ดี และ มีอาชีพที่สร้างรายได้ และสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวได้ 

   "สิ่งที่อาจจะมาทำก็คือการเดินตามรอยแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับองค์คุลิมาล ซึ่งเป็นการปรับทัศนคติและความเชื่อที่ผิดแล้วให้หันกลับมาทำความดี ตอนนี้วัดไผ่ล้อมมีพระอยู่ 40 กว่ารูป ครึ่งหนึ่งคือ 20 กว่ารูป เป็นผู้ที่เคยกระทำความผิดและขอมาบวช หลายรูปไม่ขอสึกปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็นครูสอนศีลธรรม ให้กับญาติโยมและนักเรียน ซึ่งการส่งเสริมศิลปะแม่ไม้มวยไทย ที่ค่ายมวยของเรา ได้ให้ยึดหลัก ในการทำความดีอย่างต่อเนื่องและเป็นการเพิ่มแสงสว่างให้กับชีวิตสำหรับผู้ที่เคยหลงผิด โครงการในการร่วมมือกับเรือนจำจังหวัดอ่างทองครั้งนี้ ถือว่าเป็นการทำให้สังคมน่าอยู่เกิดความสะอาด และสร้างคนด้วยธรรมะและกีฬาอีกด้วย" หลวงพี่น้ำฝนกล่าว 



    สภาเพชร เกียรติเพชรน้อย อดีตแชมป์เวทีราชดำเนิน ในฐานะประธานผู้ฝึกสอน กล่าวว่าในการฝึกซ้อมของนักมวยภายในค่ายซึ่งตอนนี้เป็นเยาวชนส่วนใหญ่ซึ่งในอนาคตจะมีนักมวยที่พ้นโทษจากเรือนจำจังหวัดอ่างทองเข้ามาอยู่ในสังกัด ซึ่งตรงนี้ทุกคนที่เป็นครูมวยและเทนเนอร์มีความตั้งใจให้เขาได้พัฒนาตัวเองให้มีร่างกายที่แข็งแรง มีฝีมือในเชิงไทยที่เป็นตำรับดั้งเดิมอย่างน้อยในส่วนของเยาวชนก็จะมีการให้เขาห่างไกลจากยาเสพติด และสามารถใช้วิชามวยในการป้องกันตัวเองได้ ซึ่งภายในค่ายทุกวันนี้เน้นวินัย ตั้งใจ หากทำได้ทุกคนจะมีอาชีพที่พัฒนาไปได้ไกลเนื่องจากปัจจุบันมวยไทยเป็นที่นิยมไปทั่วโลกซึ่งหากต่อยอดได้เขาเหล่านี้จะมีความมั่นคงและมีชื่อเสียงในอนาคตซึ่งในสังกัดก็มีแววอยู่หลายคน 


เอสซีจีผสานพลัง FPT ขับเคลื่อน Intelligent Enterprise และ Smart Operations ยกระดับศักยภาพองค์กรและอุตสาหกรรมด้วย AI และดิจิทัลเทคโนโลยี

 เอสซีจีผสานพลัง FPT ขับเคลื่อน Intelligent Enterprise และ Smart Operations  ยกระดับศักยภาพองค์กรและอุตสาหกรรมด้วย AI และดิจิทัลเทคโนโลยี 


กรุงเทพฯ ประเทศไทย — เอสซีจี ผู้นำธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ร่วมกับ FPT บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อศึกษาและพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เจเนอเรชันใหม่ พร้อมเร่งขับเคลื่อน Digital Transformation เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจและการดำเนินงานหลัก 



ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งยกระดับการดำเนินงานของเอสซีจีผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และแพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะ อาทิ ระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-Driven Operations) แพลตฟอร์มองค์กรอัจฉริยะ (Intelligent Enterprise Platform) และการพัฒนาระบบ ERP ยุคใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เสริมความคล่องตัวทางธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว 


นายเลวี่ เหงียน (Levi Nguyen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT ประเทศไทย และ FPT ไต้หวัน ภายใต้ FPT Corporation กล่าวว่า “AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนนิยามของการดำเนินงาน การสร้างนวัตกรรม และการแข่งขันขององค์กรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล FPT มุ่งมั่นเป็นพันธมิตรด้าน AI และ Digital Transformation ระดับโลก เพื่อสนับสนุนให้องค์กรสามารถสร้างการดำเนินงานที่ชาญฉลาด ยืดหยุ่น และพร้อมสำหรับอนาคต เราเชื่อว่าความร่วมมือกับเอสซีจีในครั้งนี้จะช่วยเร่งสร้างนวัตกรรม ยกระดับความยั่งยืน และผลักดันการเติบโตระยะยาวผ่านการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลในระดับภูมิภาค” 


นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีกำลังเร่งขับเคลื่อนองค์กรจาก Data-Driven Organization ไปสู่ AI-Driven Enterprise โดยมุ่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ (Artificial Intelligence, Robotics & Automation) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงานหลัก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ เพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ และสร้างคุณค่าเพิ่มในทุกกลุ่มธุรกิจของเอสซีจี  ปัจจุบัน เอสซีจีได้เริ่มพัฒนา Agentic AI หรือ AI Agent เพื่อยกระดับกระบวนการทำงานให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และชาญฉลาดยิ่งขึ้น โดยความร่วมมือกับ FPT ในครั้งนี้ จะช่วยผสานความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมของเอสซีจีเข้ากับศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลกของ FPT เพื่อเร่งพัฒนา AI Solutions ที่สามารถนำไปใช้งานจริงและต่อยอดได้ในวงกว้าง พร้อมเสริมขีดความสามารถการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว” 



นายเหงียน วัน โคอา (Nguyen Van Khoa) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT Corporation เปิดเผยว่า ในปัจจุบันองค์กรธุรกิจชั้นนำระดับภูมิภาคต่างเดินหน้าสร้างพันธมิตรกับ FPT ในการขับเคลื่อน AI Transformation ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในการนำเทคโนโลยี AI เข้าไปใช้ในระบบการผลิต การดำเนินงาน และฟังก์ชันทางธุรกิจต่างๆ สำหรับ FPT แล้ว ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือการนำ AI เข้าไปประยุกต์ใช้ใน “กระบวนการที่ถูกต้อง (Right Processes) ด้วยบุคลากรที่เหมาะสม (Right People) และภายใต้โมเดลการกำกับดูแลที่แม่นยำ (Right Governance Model)” เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง ด้วยเหตุนี้ FPT จึงได้พัฒนา CASAN ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดความสามารถด้าน AI 5 ระดับ เพื่อช่วยให้องค์กรมี roadmap ที่ชัดเจนในการทำ AI Transformation ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นศึกษา ไปจนถึงการยกระดับให้ AI กลายเป็นขีดความสามารถหลักขององค์กร FPT มุ่งมั่นไม่เพียงแต่จะขยายการใช้งาน AI ในภาคเศรษฐกิจสำคัญๆ แต่ยังพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาโมเดลการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ในระดับมหภาค เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลและขยายผลได้ 

 

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการศึกษาและบูรณาการเทคโนโลยี AI, Cloud, IoT และ Data Governance เข้ากับระบบองค์กร เพื่อรองรับการดำเนินงานที่มีความยืดหยุ่น เชื่อมโยง และสามารถขยายผลได้ในอนาคต  ทั้งยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของเอสซีจีในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Intelligent Enterprise รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในอนาคต    


ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมศึกษาและพัฒนาโอกาสทางธุรกิจในด้านยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 


• การปรับโฉมภาคอุตสาหกรรมด้วย AI (AI-Driven Industrial Transformation) 

• แพลตฟอร์มดิจิทัลและระบบการดำเนินงานแบบบูรณาการ (Digital Platform & Integrated Operations) 

• การยกระดับองค์กรสู่ Digital Transformation และ Process Excellence 

• โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการกำกับดูแลข้อมูล (Digital Infrastructure, Security & Governance) 


ทั้งนี้ FPT ยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งหอการค้าเวียดนาม-ไทย (VietCham Thailand) ซึ่งตอกย้ำบทบาทในฐานะพันธมิตรด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำของไทย และสะท้อนถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและธุรกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างประเทศไทยและเวียดนาม ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค 

______


• เกี่ยวกับ FPT 

FPT Corporation (FPT) เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีและบริการไอทีชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศเวียดนาม และมีการดำเนินงานครอบคลุมกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ FPT ได้ส่งมอบโซลูชันที่มีประสิทธิภาพให้แก่ผู้ใช้งานรายบุคคลหลายล้านคน และองค์กรต่างๆ หลายหมื่นแห่งทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมุ่งเน้นการเป็นผู้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ FPT จึงขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอันดับแรก (AI-First Company) FPT มุ่งมั่นที่จะยกระดับสถานะของเวียดนามบนแผนที่เทคโนโลยีโลก และส่งมอบโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระดับโลกให้แก่องค์กรระดับสากล ทั้งนี้ ในปี 2025 FPT มีรายได้รวมอยู่ที่ 2.66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีบุคลากรกว่า 54,000 คนในธุรกิจหลัก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการไอทีระดับโลกของ FPT สามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://fptsoftware.com  


• เกี่ยวกับ เอสซีจี 

เอสซีจี หนึ่งในกลุ่มบริษัทชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ดำเนินธุรกิจหลากหลาย ได้แก่ ธุรกิจซีเมนต์และกรีนโซลูชัน ธุรกิจเคมีภัณฑ์ และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2456 โดยเริ่มจากการเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายแรกของประเทศไทย ก้าวสู่ผู้นำระดับภูมิภาคที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม และส่งเสริมการพัฒนาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายธุรกิจ “Inclusive Green Growth” เอสซีจีได้บูรณาการปัจจัยทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ นำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชันที่มีมูลค่าเพิ่มสูง แก่ลูกค้าทั่วอาเซียนและตลาดโลก  ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.scg.com/en