วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดยุดยาไอซ์ 500 กิโลกรัม ณ ลาน ภ.จว.บึงกาฬ

 ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดยุดยาไอซ์ 500 กิโลกรัม ณ ลาน ภ.จว.บึงกาฬ




16 มิถุนายน 2569 พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผบก ภ.จว.บึงกาฬ มอบหมายให้

พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ

พ.ต.อ.พีระวุฒิ สุวรรณ์ประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ

พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รอง ผบก.ก.จว.บึงกาฬ, 

พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์

พรมมีเดช รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ , 

พ.ต.อ.กฤศกร เชื่อสิงห์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ , 

พ.ต.อ.พิชิต คงพิทักษ์

ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ 

พร้อมด้วย ตชด.244,ตม.บึงกาฬ,พฐ.บึงกาฬ

ฝ่ายปกครอง,และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่




โดยมีนายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนบวนการลำเลียงยาเสพติด ยึดยาไอซ์ ๕๐๐ กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหา ๓ ราย ,รถยนต์ ๑ คัน  ณ ลานหน้า ภ.จว.บึงกาฬ




ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้เป็นผลการปฏิบัติงานบูรณากากำลังตามมาตรการการป้องกัน ปราบปรามสกัดกั้นการ

ลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด ตามนโยบายรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๔ " บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล"




โดยร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาได้ จำนวน ๓ ราย ได้แก่

 (๑.) นายวีระวัฒน์ หรือเอ๋อายุ ๔๒ ปี

 (๒.) นายชนะพล หรือเชฟ อายุ ๒๓ ปี

 (๓.) นายพฤหัส หรือมิง อายุ ๓๑ ปี 

พร้อมตรวจยึดของกลาง ดังนี้ ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ไอข์) จำนวน ๑๐ กระสอบ น้ำหน้กรวมประมาณ ๕๐๐ กิโลกรัม , รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Nissan Navara สีเทา จำนวน ๑ คัน .โทรศัพท์มือถือ จำนวน ๔ เครื่อง 




ณ บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันบางจาก ริมทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ บ้านท่าโพธิ์ ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ จากการสืบสวนทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเฝ้าติดตามและสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยขับเข้ามายังจดนัดหมาย ก่อนเข้าตรวจค้น และพบยาไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ภายในกระบะท้ายรถ จึงแสดงตัวตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง ๓ ราย พร้อมตรวจยึดของกลางดังกล่าว



เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือไอช์) โดยการ

มีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบ

ต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป" และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ก่อนนำตัว

ผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย




ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ จะดำเนินการสืบสวนขยายผลถึงผู้สั่งการ ผู้ร่วมขบวนการ ผู้สนับสนุน และเครือข่าย

ทีเกี่ยวข้อง รวมถึงดำเนินมาตรการยึด อายัดทรัพย์สินตามกฎหมาย เพื่อปราบปรามเครือข่ายยาเสพติอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ต่อไป




Cr. ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ

จันทร์เพ็ญ จารุจำรัส (เอ็ม) สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ ข่าว 097-624-6388 

สุทธิชัย อุปปะ (เต็ม) บก.สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ 

 


สำเร็จ! กยท. ขายทอดตลาดยาง ‘พัฒนาฯ-สร้างมูลภัณฑ์ฯ’ รวมกว่า 1.8 หมื่นตัน ยันไม่กระทบราคาตลาด กระบวนการโปร่งใส

 สำเร็จ! กยท. ขายทอดตลาดยาง ‘พัฒนาฯ-สร้างมูลภัณฑ์ฯ’ รวมกว่า 1.8 หมื่นตัน ยันไม่กระทบราคาตลาด กระบวนการโปร่งใส 




กยท. ประมูลขายทอดตลาดยางจาก 2 โครงการ ‘พัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร-สร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง’ รวมกว่า 18,000 ตัน มูลค่าปิดประมูล 1,232 ล้านบาท ยืนยัน! ระบายยางช่วงที่เหมาะสม ไม่กระทบราคาและปริมาณยางในตลาด




นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ เปิดเผยว่า วันนี้ (13 มิ.ย. 69) กยท. ได้ดำเนินการจำหน่ายยางโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยวิธีการขายทอดตลาด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสิ้น 18,481.93 ตัน มูลค่าราคาเปิดประมูลรวม 913,949,225 บาท ซึ่งเมื่อจบการประมูลขายทอดตลาด สามารถจำหน่ายยางทั้งหมดได้มูลค่ารวม 1,232,200,000 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาเปิดรวมทั้งสิ้น 318,250,775 บาท เป็นร้อยละ 34.82 โดยเป็นการขายยางทีละรายการ (โกดัง) ตามสถานที่จัดเก็บ รวมทั้งสิ้น 4 โกดัง คือ โกดังทุ่งสงสี่สวัสดิ์ จ.สงขลา มีปริมาณยางจำนวน 7,259.82 ตัน ผู้ชนะการประมูลคือ บริษัท ไทยแมคเอสทีอาร์ จำกัด, โกดังวันชัยสตาร์ 1 จ.สงขลา มีปริมาณยางจำนวน 6,686.60 ตัน ผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน), โกดังวันชัยสตาร์ 5 จ.สงขลา มีปริมาณยาง จำนวน 2,587.53 ตัน ผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท นำโชค สิริพานิช จำกัด, และ โกดังซี แอนด์ ที โมดูลาร์ จ.ชลบุรี มีปริมาณยางจำนวน 1,947.98 ตัน ผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท ฮั้วเซิ่งไทย รับเบอร์ จำกัด 




นายญาณกิตติ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขายยางในสต๊อก จากทั้ง 2 โครงการ รวม 18,481.93 ตัน กยท. ได้พิจารณาและให้ความสำคัญอย่างมาก โดยคำนึงไม่ให้เกิดผลกระทบต่อปริมาณยางและกลไกตลาด เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณผลผลิตยางพาราคาดการณ์ในเดือนมิถุนายน ปี 2569 ที่มีปริมาณ 418,478 ตัน ยางจากทั้ง 2 โครงการ คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 4.3 ของผลผลิตรวมต่อเดือน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำและไม่ก่อให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาด ผนวกกับปัจจัยสนับสนุนด้านสภาพอากาศในช่วงฤดูฝน ที่ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตตามธรรมชาติออกสู่ตลาดจำกัด และในช่วงปลายปีนี้ ที่มีแนวโน้มการเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ อาจส่งผลให้มีอุปทานรวมลดลงนั้น การนำยางในสต๊อกจำนวนดังกล่าวเข้าสู่ตลาดจะช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานได้โดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อระดับราคา อีกทั้งยังมีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพและเตรียมความพร้อมต่อภาวะตลาดผันผวนในอนาคตได้




“กยท. ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้การขายทอดตลาดยางทั้ง 2 โครงการในวันนี้สำเร็จด้วยดี ซึ่งเงินที่ได้จากการขายยางในครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการชำระหนี้ให้กับ ธ.ก.ส. และชำระค่าเช่าโกดังจัดเก็บยางได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินจัดสรรจากรัฐบาล ทั้งนี้ กยท. มั่นใจว่าการดำเนินงานในครั้งนี้เป็นไปอย่างถูกต้อง เปิดเผย และอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส” นายญาณกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย

______


ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.