วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

"ศักดิ์ชัย"เปิดตัวชิงนายกพัทยา ชูนโยบาย นายก 24 ชั่วโมง แก้ปัญหาปากท้อง-ความปลอดภัย

 "ศักดิ์ชัย"เปิดตัวชิงนายกพัทยา ชูนโยบาย นายก 24 ชั่วโมง แก้ปัญหาปากท้อง-ความปลอดภัย



   เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่1 เมษายน 69  ที่อัลคาซาร์ คาบาเรต์ นายศักดิ์ชัย แต่งห้อ ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา เปิดตัวทีม “พัทยา 2030” ต่อสื่อมวลชนและประชาชน โดยระบุถึงความมุ่งมั่นในการเข้ามาแก้ไขปัญหาสำคัญของเมืองพัทยา ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน




   นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ปัญหาหลักที่ประชาชนเผชิญ ได้แก่ การเข้าถึงบริการภาครัฐที่ล่าช้า การติดต่อหน่วยงานยาก รวมถึงขั้นตอนเอกสารที่ซับซ้อน ส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกตามที่ควร




    นอกจากนี้ ยังมีปัญหาปากท้องและการแข่งขันด้านอาชีพ รวมถึงประเด็นแรงงานต่างชาติที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ขณะเดียวกัน ปัญหาความปลอดภัย เช่น การลักทรัพย์และเหตุทะเลาะวิวาท ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง


     ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน นายศักดิ์ ชัยยอมรับว่า ปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง


    สำหรับนโยบายหลัก “นายก 24 ชั่วโมง” อธิบายว่า ไม่ได้หมายถึงการทำงานตลอดเวลาเพียงลำพัง แต่เป็นการจัดระบบบริหารและการสื่อสารให้ประชาชนสามารถติดต่อผู้บริหารได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์และโซเชียลมีเดีย โดยทุกปัญหาต้องได้รับการตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง และหากเป็นเรื่องเร่งด่วน ผู้บริหารจะลงพื้นที่ด้วยตนเอง




   ขณะเดียวกัน ยังเน้นการลงพื้นที่พบประชาชนโดยตรงในทุกชุมชน เพื่อรับฟังปัญหาและแก้ไขอย่างตรงจุด ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาเมือง แต่ต้องสามารถตอบโจทย์ประชาชนได้จริง


   นายศักดิ์ชัย ยังระบุถึงแผนดำเนินงานในช่วง 90 วันแรก หากได้รับเลือกตั้ง โดยจะเร่งแก้ไขปัญหาที่สามารถดำเนินการได้ทันทีผ่านการลงพื้นที่และรับฟังข้อร้องเรียนอย่างใกล้ชิ


   นอกจากนี้ ยังมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่เกาะล้าน โดยเตรียมนำบริการงานทะเบียนและบัตรประชาชนไปให้บริการถึงพื้นที่ เพื่อลดภาระการเดินทางเข้าฝั่ง



   นายศักดิ์ชัย ย้ำว่า ทีมพัทยา 2030 ดำเนินงานอย่างอิสระ ไม่มีพรรคการเมืองหรือกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลัง และพร้อมทำงานเพื่อยกระดับเมืองพัทยา ให้เทียบเท่าเมืองชั้นนำระดับโลกภายในปี 2030


นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

ล่าข้ามแดน! รวบสาวไทยหนีคดียา 3.2 ล้านเม็ด ซุกลาว–โยงเครือข่ายยานรกข้ามชาติ ยึดรวมกว่า 5.8 ล้านเม็ด

 ล่าข้ามแดน! รวบสาวไทยหนีคดียา 3.2 ล้านเม็ด ซุกลาว–โยงเครือข่ายยานรกข้ามชาติ ยึดรวมกว่า 5.8 ล้านเม็ด



หนองคาย–เวียงจันทน์ — ปฏิบัติการปราบยาเสพติดข้ามชาติเดินหน้าเข้ม เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. สั่งการชุดปราบปรามประสานกำลังหน่วยงานไทย–ลาว รับตัวผู้ต้องหาคดีใหญ่ “ยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด” กลับมาดำเนินคดีในไทย หลังหลบหนีไปกบดาน สปป.ลาว



การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับ นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และหน่วยสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคอีสาน รับตัว น.ส.ศรสวรรค์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี คดีลำเลียงยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด เมื่อกลางปี 2568 ที่ด่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 1 ฝั่งนครหลวงเวียงจันทน์



จากการสืบสวนพบว่า แม้ผู้ต้องหาจะหลบหนีไปอยู่ใน สปป.ลาว แต่ยังคงเคลื่อนไหวในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ทำหน้าที่ประสานงานลำเลียงยาเข้าสู่ไทย โดยเชื่อมโยงกับทั้งกลุ่มชาวลาวและชาวไทย รับคำสั่งจากหัวขบวนฝั่งลาวที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้


เครือข่ายดังกล่าวถือเป็น “สายลำเลียงหลัก” ที่ใช้คนในขบวนการควบคุมเส้นทาง ขนส่ง และโอนเงินค่ายาอย่างเป็นระบบ สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อความมั่นคงชายแดน



ข้อมูลจาก ป.ป.ส. ระบุว่า ในปี 2568 เครือข่ายนี้เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดอย่างน้อย 6 คดี จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย พร้อมของกลางมหาศาล ทั้งยาบ้ากว่า 5.8 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 917 กิโลกรัม



พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือเชิงลึกระหว่างไทยและ สปป.ลาว โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองกับหน่วยงาน LCDC ซึ่งช่วยปิดช่องว่างอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ



พร้อมย้ำว่า ป.ป.ส. จะเร่งขยายผลถึงตัวการรายใหญ่ เดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อ “ถอนราก” เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติให้สิ้นซาก

//