วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เปิดแล้ว งานรำลึกหลวงพ่อพูล 20 ปี ละสังขาร ชมพระเก่า กลองโบราณ นิทรรศกาลเปิดโลก เรือโบราณ อายุพันปี พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรมชุมชนเพียบ

     เปิดแล้ว งานรำลึกหลวงพ่อพูล 20 ปี ละสังขาร ชมพระเก่า กลองโบราณ

นิทรรศกาลเปิดโลก เรือโบราณ อายุพันปี พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรมชุมชนเพียบ 




    ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เปิดงานใหญ่ "แสงแห่งธรรม นิรันดร์แห่งบารมี 20 ปี หลวงพ่อพูลละสังขาร วิสาขบูชารำลึก" หลวงพี่น้ำฝน เนรมิตร วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง นครปฐม เปิดพื้นที่ตามรอยประวัติศาสตร์ อาณาจักรทวารวดี คืนวิถีชุมชน ชวนคนรุ่นใหม่เข้าวัด จัดตลาดวัฒนธรรม  สืบสานตำนานพระเก่า กลองโบราณ ยุคสมัยรัชกาลที่ 3 ตอกย้ำวางเป้าให้วัดเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ด้วยแนวคิด ปฐมนคร นครแห่งความจงรักภักดีไม่ลืมเลือน โดยได้รับความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม เรือนจำกลางนครปฐม และโรงเรียนในพื้นที่ ประสานชุมชนชาวมอญ ย้อนรอยวิถีหลวงพ่อพูล 




   เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน"แสงแห่งธรรม นิรันดร์แห่งบารมี 20 ปี หลวงพ่อพูลละสังขาร วิสาขบูชารำลึก" โดยมี พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมด้วยแขกผู้มีเกียรติ อาทินางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม, นายโชติพงษ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการและผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม 




   จากนั้น นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้เข้าชมการจัดนิทรรศการและเปิดตัวศูนย์การเรียนรู้ "ไพบูลย์ศรีทวารวดี" โดยการเปิดตัวซากเรือโบราณปรพเภทเรือผูกแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Lashed-lug boat) อายุประมาณ 1,200 ปี ที่ถูกค้นพบครั้งแรกที่จังหวัดนครปฐม โดยการศึกษาค้นความของนายไพบูลย์ พวงสำลี ปราชญ์ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งยืนยันความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรทวารวดี ด้วยการค้าการปกครอง โดยมีสิ่งสืบค้นอีกหลายชนิดทั้งชิ้นส่วนกระเบื้อง ยุคราชวงศ์ถัง ดินเผาของอาหรับ ลูกปัดโบราณ ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนได้ชมเป็นครั้งแรก หลังจากเรือลำนี้ถูกค้นพบเมื่อ 10 ปีที่แล้ว พร้อมชมนิทรรศการการค้นคว้าอารยธรรมโบราณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ และตามประวัติต้นกำเนิดวัดไผ่ล้อม รวมถึงโครงการต่างๆที่วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวงได้ดำเนินการเพื่อสังคมที่ผ่านมาและในปัจจุบัน 




   จากนั้นกราบสักการะ พระพุทธเมตตาประทานพร องค์ที่ใหญ่ที่สุดหนึ่งเดียวในโลก ก่อนเข้ากราบสักการะ สรีระสังขารของพระเดชพระคุณ พระมงคลสิทธิการ หลวงพ่อพูล อัตตรักโข พระเกจิเถราจารย์ ศิษย์หลวงพ่อเงิน แห่งวัดดอนยายหอม พร้อมประวัติกุมารสมบัติและตำนานหนุมานเชิญธง ทรงพลัง ของดีวัดไผ่ล้อม รวมถึงชม ของดีคูวัด คือพระพุทธรูปสำริดปางประทานอภัย หรือหลวงพ่อประทานอภัย ที่มีประวัติคู่กับ กลองบูเจ หรือกลองปู่จา หรือกลองบูชา ที่มีอายุนับร้อยปี จากนั้นชมการแสดงของนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุสุขภาพดีวัดไผ่ล้อมฯ และปิดท้ายด้วยการ ลั่นกลองสะบัดชัยเป็นการเปิดงานอย่างเป็นทางการ 




   สำหรับการจัดงาน"แสงแห่งธรรม นิรันดร์แห่งบารมี 20 ปี หลวงพ่อพูลละสังขาร วิสาขบูชารำลึก" ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่จะมีการเปิดจำหน่ายสินค้าบนถนนหน้าวัดตลอดแนว พร้อมเครื่องเล่นสวนสนุกสำหรับเด็กๆ ส่วนภายในพื้นในวัด ได้มีการจัดนิทรรศการ 5 เรื่องราวสำคัญ รวมถึงเปิดตลาดนัดวัฒนธรรมสัญจร ณ วัดไผ่ล้อม โดยวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม การจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพวันวิสาขบูชา และนำผลงานศิลปะของศิลปินและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปากรมาร่วมจัดแสดง การประกวดภาพวาดของนักเรียนหัวข้อวันวิสาขบูชา การเปิดตลาดนัด SME และเปิดพื้นที่ให้ขายของปูเสื่อ โละของเก่าของชาววัยรุ่นยามค่ำคืนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ตลาดนัดดารา ซึ่งจะมีการจัดการแสดงเชิงวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นสืบสานตำนานหลวงพ่อพูล ชุมชนชนชาวมอญ รวมถึงประกาศจุดเริ่มต้นการเดินหน้าให้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน และปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับคนรุ่นช่วงวัย ตามแนวคิด "ปฐมนคร นครแห่งความจงรักภักดี" และกิจกรรมหลากหลาย ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22-31 พฤษภาคม 2569 


ชาวภูไทแกเปะ กาฬสินธุ์ สืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ หลวงปู่ศิลา มูลนิธิธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท สนับสนุนจัดงานอย่างยิ่งใหญ่

 ชาวภูไทแกเปะ กาฬสินธุ์ สืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ หลวงปู่ศิลา มูลนิธิธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท สนับสนุนจัดงานอย่างยิ่งใหญ่




       วันนี้(23 พฤษภาคม 2569) เวลา 14.30 น.ที่สนามกีฬา เทศบาลตำบลตำบลเชียงเครือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ พี่น้องประชาชนคนกาฬสินธุ์ ชาวบ้านแกเปะ จำนวนนับหมื่น ได้ร่วมใจจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟซึ่งเป็นงานบุญเดือนหกที่สำคัญตามประเพณี "ฮีตสิบสอง" ของชาวอีสาน จัดขึ้นก่อนฤดูทำนาเพื่อบูชาพญาแถน ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ไฮไลท์ของงานคือขบวนแห่ที่สวยงาม การฟ้อนรำเซิ้ง และการจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า 




การทำบุญบั้งไฟตามความเชื่อตามตำนานพญาคันคากกล่าวถึงพญาคางคกที่ทำสงครามกับพญาแถน (เทพเจ้าแห่งฝน) จนชนะ และมีข้อตกลงกันว่า หากมนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นฟ้าเมื่อใด แปลว่าขอให้ปล่อยฝนลงมา

ส่วนการจุดบั้งไฟขึ้นฟ้าเพื่อเป็นการเสี่ยงทายความอุดมสมบูรณ์ หากบั้งไฟขึ้นสูงแปลว่าฝนจะดี หากบั้งไฟแตกหรือตก แปลว่าปีนั้นอาจแห้งแล้ง 





สำหรับกิจกรรมหลักในงาน

การทำบุญบั้งไฟ  ชาวบ้านจะร่วมกันสร้างบั้งไฟ โดยใช้ดินปืนอัดแน่นในกระบอกไม้ไผ่หรือท่อพีวีซี ตกแต่งลวดลายอย่างวิจิตร

พร้อมกับจัดขบวนแห่ โดยมีการประกวดขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ ขบวนฟ้อนรำเซิ้งบั้งไฟ และการจำลองนิทานพื้นบ้าน เช่น ผาแดงนางไอ่

****วันจุดบั้งไฟ (วันเซียง)เป็นวันที่ชาวบ้านมารวมตัวกันที่ฐานจุดบั้งไฟ มีการส่งเสียงเชียร์ ให้กำลังใจ และการละเล่นพื้นบ้าน 





การจัดงานบุญบั้งไฟที่มีชื่อเสียงได้แก่งานบุญบั้งไฟ

จังหวัดยโสธร: ถือเป็นต้นตำรับและจัดงานบุญบั้งไฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

จังหวัดร้อยเอ็ด และ จ.กาฬสินธุ์จัดขบวนแห่บั้งไฟที่อลังการและมีการแข่งขันจุดบั้งไฟหมื่นบั้งไฟแสนอีกด้วย