วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กอ.รมน.บินด่วนลงพื้นที่สุรินทร์ ขน “อวนยักษ์-บังเกอร์” เสริมแกร่งรั้วของชาติ สกัดภัยโดรน-เยียวยาครอบครัวผู้เสียสละ

 กอ.รมน.บินด่วนลงพื้นที่สุรินทร์ ขน “อวนยักษ์-บังเกอร์” เสริมแกร่งรั้วของชาติ สกัดภัยโดรน-เยียวยาครอบครัวผู้เสียสละ




เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฝูงบิน 6 ดอนเมือง พล.ท.ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. นำคณะตัวแทนจากภาคเอกชนและเครือข่ายมวลชนกว่า 70 ชีวิต เหินฟ้าด้วยเครื่องบิน C-295W มุ่งหน้าสู่สมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อปฏิบัติภารกิจเติมขวัญกำลังใจให้ทหารกล้าอย่างเป็นรูปธรรม



ทันทีที่แตะรันเวย์ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ คณะได้รุดเดินทางต่อไปยังกองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์ เพื่อร่วมโต๊ะข่าวรับฟังสถานการณ์ความมั่นคงล่าสุด โดยเฉพาะประเด็นร้อนอย่าง “ภัยคุมคามทางอากาศจากโดรน” ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นโจทย์ใหม่ที่ทหารแนวหน้าต้องเผชิญ กอ.รมน. จึงไม่ได้มามือเปล่า แต่หอบเอาทางแก้มามอบให้ถึงที่



ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การส่งมอบ “อวนยักษ์” หนักกว่า 4,000 กิโลกรัม พร้อมเสาเหล็กและอุปกรณ์ครบชุด เพื่อนำไปติดตั้งเป็นระบบตาข่ายดักโดรนรอบฐานปฏิบัติการ เสริมทัพด้วย “บังเกอร์ท่อปูนเสริมใยเหล็ก” อีก 40 ท่อ และกระสอบทรายกว่า 5,000 ถุง เพื่อเปลี่ยนฐานปฏิบัติการให้กลายเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งกว่าเดิม



ด้าน พล.ท.ธนาธิป เปิดใจกลางสมรภูมิว่า การเดินทางมาครั้งนี้คือการนำความห่วงใยจากคนไทยทั้งประเทศมาส่งให้ถึงมือรั้วของชาติ เพราะทหารแนวหน้าคือด่านแรกที่ต้องเผชิญอันตราย เราจึงต้องรับฟังเสียงจากพื้นที่จริงแล้วจัดส่งยุทโธปกรณ์ที่ “ตรงจุด” โดยเฉพาะการรับมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด



นอกจากยุทโธปกรณ์หนักแล้ว คณะยังได้มอบถังเก็บน้ำและผ้าห่มอีกนับพันผืนเพื่อดูแลความเป็นอยู่ รวมถึงมีภาพสุดประทับใจในการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทุพพลภาพ เพื่อยืนยันคำมั่นสัญญาว่า “เราจะไม่มีวันทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และพร้อมโอบอุ้มครอบครัวผู้เสียสละอย่างเต็มที่



ก่อนปิดท้ายภารกิจ คณะได้เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปราสาทตาควายเพื่อความเป็นสิริมงคล และลงพื้นที่เนิน 350 เยี่ยมเยียนให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยภารกิจนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเครือข่ายภาคประชาชนหลายกลุ่ม สะท้อนพลังสามัคคีที่คนไทยทุกภาคส่วนพร้อมใจกันผนึกกำลังหนุนหลังทหารไทยให้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยอย่างสุดกำลัง



//

กรมคุ้มครองสิทธิฯ เสริมเทคนิคการไกล่เกลี่ยหนี้สินและการเงิน แก่ครู-บุคลากรทางการศึกษา

 กรมคุ้มครองสิทธิฯ เสริมเทคนิคการไกล่เกลี่ยหนี้สินและการเงิน แก่ครู-บุคลากรทางการศึกษา



กรมคุ้มครองสิทธิฯ “รุก” ให้ความรู้หลักสูตร “เทคนิคการไกล่เกลี่ยหนี้สินและการเงิน (การแก้ไขหนี้สินแบบองค์รวม)” รุ่นที่ 7 แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ



วันนี้ (11 ก.พ.69) ที่โรงแรมชีวาโขง อ.เมือง จ.นครพนม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรเทคนิคการไกล่เกลี่ยหนี้สินและการเงิน (การแก้ไขหนี้สินแบบองค์รวม) รุ่นที่ 7 โดยมี ดร.ธปภัค บูรณะสิงห์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท เป็นผู้กล่าวรายงานและความเป็นมาของการอบรมฯ และมี ศูนย์ปฏิบัติการคุ้มครองสิทธิคดีค้ามนุษย์ จ.นครพนม ร่วมจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและภารกิจการคุ้มครองสิทธิคดีค้ามนุษย์ ซึ่งมี ครูและบุคลากรทางการศึกษาจาก 12 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 50 คน เข้าร่วม




นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า การอบรมหลักสูตรเทคนิคการไกล่เกลี่ยหนี้สินและการเงิน (การแก้ไขหนี้สินแบบองค์รวม) รุ่นที่ 7 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหนี้สิน การบริหารเงินและบริหารจัดการหนี้ เพื่อให้สามารถแนะนำช่องทางหรือชี้ช่องการแก้หนี้ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากธนาคารแห่งประเทศไทย และมูลนิธิเพื่อการปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ ในการบรรยายให้ความรู้ และชี้ช่องทางในการช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งวันนี้เป็นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับภาพรวมสถานการณ์ปัญหาและนโยบายการเข้าถึงการแก้ไขหนี้สินครัวเรือน โดย นายขจร ธนะแพสย์ คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย





“ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยและผ่านการอบรมหลักสูตรนี้ จะเป็นแกนนำในการช่วยเหลือลูกหนี้และเป็นสื่อบุคคลในการชี้ช่องบอกทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาและประชาชนทั่วไป ภายใต้นโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน การปรับโครงสร้างหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อไป” อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าว