วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

"2 องค์กรสื่อ" ร่วมแสดงความยินดี ครบรอบ 29 ปี "สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ"

 "2 องค์กรสื่อ" ร่วมแสดงความยินดี ครบรอบ 29 ปี "สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ"



วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องกรุงธนบอลล์รูม

โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 

    

นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายกฤษติน นิลมานนท์ ผู้จัดการสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย นำกระเช้าร่วมแสดงความยินดีกับ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 29 ปี สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ โดยมีคณะกรรมการบริหารสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติร่วมให้การต้อนรับและรับมอบกระเช้าแสดงความยินดี



ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ (Special Talk) ในหัวข้อ "โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก" จากนั้นเป็นเวทีเสวนาในหัวข้อเดียวกัน โดยมี รศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน, ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, คุณบุรินทร์ อดุลวัฒนะ นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญการลงทุนระหว่างประเทศ และ ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นวิทยากร ดำเนินรายการโดยคุณไอลดา พิศสุวรรณ



การก้าวสู่ปีที่ 29 ของสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนและจริยธรรมของสื่อไทย โดยกิจกรรมในโอกาสครบรอบครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อประเด็นเศรษฐกิจและสังคม อันเป็นประโยชน์ต่อวงการสื่อมวลชนและสาธารณชนโดยรวม


#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนท. 85 ปี)

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท. 61 ปี)

“บิ๊กราญ” เปิดศึกล้างโกงทะเบียนชาติ ส่ง “นพศิลป์” ทลายเครือข่ายสวมสิทธิ์บัตรเลข 0 รวบอดีตปลัดอำเภอ ฟัน 17 หมายจับ สาวถึงขบวนการฟอกเงิน

 


“บิ๊กราญ” เปิดศึกล้างโกงทะเบียนชาติ ส่ง “นพศิลป์” ทลายเครือข่ายสวมสิทธิ์บัตรเลข 0 รวบอดีตปลัดอำเภอ ฟัน 17 หมายจับ สาวถึงขบวนการฟอกเงิน



ตำรวจผนึก DOPA N.I.C.E.-DSI-ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการใหญ่ ขยายผลยึดทรัพย์-สาวถึงเจ้าหน้าที่รัฐและนายหน้าทั้งขบวนการ ปิดช่องโหว่กระทบความมั่นคงประเทศ


วันที่ 4 กรกฎาคม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายทุจริตทางทะเบียนครั้งใหญ่ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นำกำลังร่วมกับ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร. พร้อมตำรวจสืบสวนภาค 8 ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานี สนธิกำลังร่วมกับกรมการปกครอง ภายใต้คณะทำงาน DOPA N.I.C.E., กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงาน ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายชาวโรฮิงญาสวมสิทธิ์บัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ “บัตรเลข 0” ในพื้นที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี



ผลปฏิบัติการ พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 17 ราย ประกอบด้วย อดีตปลัดอำเภอดอนสัก 1 ราย อดีตลูกจ้างอำเภอ 1 ราย เจ้าบ้านผู้รับรอง 3 ราย และชาวโรฮิงญาผู้สวมสิทธิ์อีก 12 ราย โดยยังอยู่ระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ในข้อหาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปลอมและรับรองเอกสารราชการอันเป็นเท็จ รวมถึงร่วมกันนำชื่อบุคคลเข้าสู่ทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ



พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า คดีนี้สืบเนื่องจากช่วงต้นปี 2569 มีประชาชนร้องเรียนว่ามีกลุ่มชาวโรฮิงญาหลบหนีเข้าเมืองสามารถถือบัตรเลข 0 ได้ผิดปกติ กรมการปกครองจึงตรวจสอบร่วมกับตำรวจ พบว่าอดีตปลัดอำเภอดอนสัก ซึ่งทำหน้าที่ผู้ช่วยนายทะเบียน ร่วมกับพวกดำเนินการออกบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนให้บุคคลต่างด้าวในช่วงปี 2564-2566 มากถึง 240 ราย ก่อนประสานตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานจนขยายผลจับกุมเครือข่ายทั้งหมด



จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการแบ่งหน้าที่เป็น 2 ส่วน คือ กลุ่มนายหน้าที่จัดหาเจ้าบ้านเพื่อรับบุคคลต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน โดยจ่ายค่าตอบแทนรายละ 1,000-2,000 บาท และเรียกเก็บเงินจากผู้ต้องการบัตรเลข 0 จนสร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท อีกส่วนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อำนาจหน้าที่อำนวยความสะดวกในการออกเอกสารราชการโดยมิชอบ



รอง ผบ.ตร. ระบุว่า การสวมสิทธิ์บัตรเลข 0 ถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคง เนื่องจากผู้ลักลอบเข้าเมืองจะไม่สามารถถูกดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองได้ เพราะสถานะในบัตรระบุว่าอยู่ระหว่างรอการพิสูจน์สัญชาติ ส่งผลให้บางพื้นที่เกิดการรวมกลุ่มเป็นชุมชน มีการตั้งผู้นำภายในกลุ่ม และพบพฤติกรรมรีดไถ ข่มขู่ รวมถึงใช้อาวุธก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ


พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเดินหน้าขยายผลปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ โดยจะติดตามดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทุกระดับ ทั้งนายหน้า ชาวต่างชาติ และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อปิดช่องโหว่ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ



นอกจากนี้ ได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายทั้งหมด พร้อมดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการทุจริตดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

//