วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปิดตำนาน ‘สาน นคร’ มัจจุราชป้ายรถเมล์! เลือกเหยื่อแต่คนแก่ มอมยารูดทรัพย์ร่วม 3 แสน

 


ปิดตำนาน ‘สาน นคร’ มัจจุราชป้ายรถเมล์! เลือกเหยื่อแต่คนแก่ มอมยารูดทรัพย์ร่วม 3 แสน



ตำรวจลากคอ “สาน นคร” เฒ่าแสบวัย 69 ปิดตำนานโจรมอมยาหน้าป้ายรถเมล์ หลังก่อเหตุอำมหิตมอมยานอนหลับสูตรนรกใส่ในนมเปรี้ยวให้ลุงวัย 84 ดื่มบนรถเมล์สาย 511 จนสลบเหมือดคาเบาะหลังนาน 3 วัน รูดทรัพย์เกลี้ยงทั้งทอง-พระเครื่องร่วม 3 แสน ชุดสืบนครบาลตามแกะรอยวงจรปิดนาที “ปาดเดียวคอพับ” ก่อนบุกรวบคาปากซอยพหลฯ พบประวัติสุดโชกโชน เลือกเหยื่อคนแก่เป็นหลัก



เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2568 เจ้าหน้าที่พบชายวัย 84 ปี นอนหมดสติอยู่บนเบาะหลังสุด รถเมล์สาย 511 นานกว่า 3 ชั่วโมง จนรถถึงปลายทาง กระทั่งกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล ตรวจสอบพบทรัพย์สินสูญหาย ทั้งสร้อยคอทองคำ พระเครื่อง และเงินสด รวมมูลค่า 249,500 บาท



ต่อมา พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5  พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผกก.สน.บางนา. จัดทีมชุดสืบสวนเร่งคลี่คลายคดี โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบชายปริศนาเข้าตีสนิท พยุงผู้เสียหายขึ้นรถเมล์ ก่อนพาไปนั่งเบาะหลังสุด ท่ามกลางผู้โดยสารเต็มคัน กล้องจับภาพชั่วเสี้ยววินาที ขณะคนร้ายใช้มือปาดผ่านใบหน้า ผู้เสียหายทรุดตัวหมดสติ ก่อนถูกฉกทรัพย์แล้วลงรถหลบหนีใต้สถานีบีทีเอสอุดมสุข



กระทั่งวันที่ 5 ก.พ. 2569 ตำรวจสามารถจับกุม นายประสาสน์ อายุ 69 ปี ฉายา “สานนคร” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ข้อหา ลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ ได้บริเวณถนนพหลโยธิน ปากซอย 30/1 เขตจตุจักร และนำตรวจค้นห้องพัก พบของกลางจำนวนมาก ทั้งเสื้อผ้าวันก่อเหตุ อุปกรณ์บดยา ยานอนหลับ พระเครื่องหลายรายการ และโทรศัพท์มือถือ



จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเลือกเหยื่อเป็นผู้สูงอายุ เข้าไปตีสนิทที่ป้ายรถเมล์ปากน้ำ ก่อนผสมยานอนหลับกว่า 10 เม็ด ในนมเปรี้ยวให้ผู้เสียหายดื่ม เมื่อขึ้นรถเมล์จนเหยื่อหมดสติ จึงลงมือก่อเหตุ และยอมรับว่าเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง


พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ระบุว่า คดีนี้เข้าข่ายภัยสังคมร้ายแรง โดยเฉพาะการใช้สารเคมีกับผู้สูงอายุ อยู่ระหว่างรอผลตรวจนิติเวชเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม และขยายผลว่ามีการก่อเหตุเป็นขบวนการหรือไม่ พร้อมฝากเตือนประชาชน อย่ารับอาหารหรือเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือโทร 191 ทันที

/

“ปวีณา”แท็กทีม! ผู้สมัครสส.กทม.“กล้าธรรม”หาเสียงส่งท้าย พญาไท ตลาดเยาวราช คึกคัก แม่ค้า ชาวบ้าน โผกอด ขอกาบัตรสีเขียวเลือกแบบเขต บัตรสีชมู เบอร์ 42 ได้“ปวีณา”เข้าสภาฯช่วยแก้ปัญหาสังคม กระตุ้นเที่ยวไทย

 



     “ปวีณา”แท็กทีม! ผู้สมัครสส.กทม.“กล้าธรรม”หาเสียงส่งท้าย พญาไท  ตลาดเยาวราช คึกคัก แม่ค้า ชาวบ้าน โผกอด  ขอกาบัตรสีเขียวเลือกแบบเขต บัตรสีชมู เบอร์ 42 ได้“ปวีณา”เข้าสภาฯช่วยแก้ปัญหาสังคม กระตุ้นเที่ยวไทย



    เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2569 นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.)ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม นำคณะขึ้นรถแห่หาเสียงช่วงส่งท้ายช่วยผู้สมัคร สส.กทม.พรรคกล้าธรรม ฝั่งธนบุรี  เขต 1 - 2 และ 24 - 33  พื้นที่ พระนคร, เขตสัมพันธวงศ์, ราชเทวี, ปทุมวัน, บางกอกน้อย, บางกอกใหญ่, ตลิ่งชัน, บางแค, บางบอน, จอมทอง, บางขุนเทียน, ทุ่งครุ, ธนบุรี 



    โดยนางปวีณา พร้อมด้วยนาย นิกร ซัจเดว์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ และนางสาววิลาสินี แป๊ะสมัน (กัสบี)ผู้สมัคร สส.เขต2  ขึ้นรถแห่หาเสียงเริ่มจากอาคารพญาไท พลาซ่า ไปตามเส้นทางราชเทวี ปทุมวัน สาทร  มีประชาชนในพื้นที่ส่งเสียงให้กำลังใจต่อเนื่อง จนถึงพื้นที่ ของนายอัครพล คฤหเดชรัตนา ผู้สมัครสส.เขต1  พื้นที่ พระนคร และสัมพันธวงศ์ 



    โดยไฮไลท์สำคัญ เมื่อมาถึงพื้นที่ตลาดเยาวราช นางปวีณา ได้ลงเดินพบปะพูดคุยกับพ่อค้า แม่ค้า และประชาขน ที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า และเดินท่องเที่ยว เป็นจำนวนมาก มีแม่ค้าที่เป็นชื่นชอบ และติดตามผลงานนางปวีณา ด้านช่วยเหลือสังคม ต่างเข้ามามอบดอกไม้ เข้ามากอดและขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทุกคนสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส



    นอกจากนี้ยังได้เข้าพบกับนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทอง ภายในร้านทอง จิน ฮั้ว เฮง พร้อมรับฟังถึงสถานการณ์ซื้อ ขาย ทองคำ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอีกด้วย



    นางปวีณา กล่าวว่าวันนี้รู้สึกดีใจ ที่ได้มาพบปะ พ่อค้า แม่ค้า และะนักท่องเที่ยว ตลอดชาวไทยที่ย่านเยาวราช หรือ ไชน่าทาวน์เมืองไทย ซึ่งถือ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลกของกรุงเทพฯ ที่โดดเด่นด้วยสตรีทฟู้ดรสเลิศตลอดแนวถนน มีทั้งร้านทอง ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ และสถาปัตยกรรมสไตล์จีนที่คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมผสมผสานหลากหลายเชื้อชาติทั้งไทยพุทธ ไทยเชื้อสายจีน และอินเดีย 

เยาวราช จึงถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว 



    “ เราภูมิใจที่มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีมาช้านานสร้างรายได้ให้ประเทศและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังระดับโลก ซึ่งพรรคกล้าธรรมก็มีนโยบายเน้นการท่องเที่ยว สร้างเมืองรองให้เป็นเมืองหลัก เยาวราชซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักอยู่แล้วเราจึงอยากผลักดันการสร้างรายได้ให้กับประเทศและส่งเสริมไทยเที่ยวไทยกระจายรายได้ภายในประเทศด้วย”นางปวีณา กล่าว



   ทั้งนี้พ่อค้า แม่ค้า และผู้ประกอบการร้านค้า ต่างสะท้อนถึงปัญหาเศรษฐกิจ ต้นทุนสินค้าแพง ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ซึ่งนางปวีณา กล่าวว่า มาฝากนโยบายพรรคกล้าธรรม ด้านสังคม ที่เชื่อว่า ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ทั้งการแก้ปัญหาปากท้อง และ ปัญหาสังคม นโยบายที่สำคัญคือ “ข่มขืน ฆ่าโหด เท่ากับ ประหารชีวิตสถานเดียว ,การเยียวยาผู้เสพยาเสพติดต้องได้รับการบำบัดและฝึกอาชีพ ,การดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุและคนพิการ ตลอดการผลักดันธนาคารประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหากลุ่มเปราะบางที่ยังคงเป็นหนี้นอกระบบ เพื่อประชาขนจะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น จึงขอให้เชื่อมั่นและไว้วางใจ และขอให้กาบัตรสีเขียวเลือกผูัสมัครสส.แบบเขต และกาบัตรสีชมพู เบอร์42 ในวันที่ 8 กุมภาพันธุ์นี้เพื่อให้“ปวีณา”ในนามพรรคกล้าธรรม เข้าไปทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร



    จากนั้นนางปวีณา พร้อมคณะผู้สมัครร สส.กทม.พรรคกล้าธรรม เดินทางต่อไปยังปากคลองตลาด ซึ่งเป็นศูนย์กลางตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในไทยและติดอันดับ 4 ของโลก มีเงินหมุนเวียนสองหมื่นห้าพันล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วาเลนไทน์ ปากคลองตลาดเป็นแหล่งรวบรวมดอกไม้ทั้งในและต่างประเทศ จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ส่งออกไปต่างประเทศและกระจายสินค้าทั่วไทย สร้างรายได้ให้กับประชาชน