วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายลดความเหลื่อมล้ำภาคใต้อย่างต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน สร้างอาชีพ สร้างชีวิต แก่ชาวสตูล พร้อมมอบรถจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบทและนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายลดความเหลื่อมล้ำภาคใต้อย่างต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน สร้างอาชีพ สร้างชีวิต แก่ชาวสตูล พร้อมมอบรถจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบทและนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

.



วันนี้ (วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสตูล (จังหวัดที่ 9 ของทางภาคใต้) จำนวน 21 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่า 535,590 บาท (ห้าแสนสามหมื่นห้าพันห้าร้อยเก้าสิบบาทถ้วน)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครัวเรือนยากจนได้มีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน และมอบรถจักรยานแก่โรงเรียน 2 แห่ง จำนวน 20 คัน คิดเป็นมูลค่า 25,800 บาท รวมการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 561,390 บาท (ห้าแสนหกหมื่นหนึ่งพันสามร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจโรคทั่วไป คัดกรองเบาหวานเบื้องต้น ตรวจและแจกแว่นสายตา บริการทันตกรรม บริการตัดผมชาย-หญิง รวมถึงจัดกิจกรรมนันทนาการเด็กและเยาวชนฟรี โดยมี นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธี นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย คณะสมาคมจงหัวสตูล อาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายภัทรพล แก้วสกุณี (เค-ภัทรพล) และนายกวิน เตชะวนิช และสมาคมกู้ภัยนาจาไท้จื้อเซี่ยงตึ๊งสตูล ร่วมในพิธี โดยมี ประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ ณ หอประชุมอำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

.




นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคอีสาน จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ. 2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

.






ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.






ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.





#ป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิตรักษาชีวิตสร้างชีวิต

#ป่อเต็กตึ๊งยึดมั่นอุดมการณ์อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

#สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569

พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 สั่งรวบสมชาย หรือโรเบิร์ต มาแผนสูง ตีเนียนทำทียืมเงิน เป้าหมายฉกสร้อยคอทองคำ

 พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 สั่งรวบสมชาย หรือโรเบิร์ต มาแผนสูง ตีเนียนทำทียืมเงิน เป้าหมายฉกสร้อยคอทองคำ



เมื่อเวลา 02:52 น.วันที่ 23 ตุลาคม พ ศ.2569 ณ สน.พลับพลาไชย เลขที่ 2447 ถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ได้มีหญิงสาวชาวเมียนมา เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวน เนื่องด้วยขณะที่ตนกำลังเดินอยู่บนทางเท้า มุ่งหน้าไปยังแยกหมอมี ช่วงระหว่างหน้าร้านขายยา iMed Pharmacy ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ได้มีคนร้ายเป็นชาย รูปร่างท้วม ผิวคล้ำ สวมเสื้อสีแดง ใส่กางเกงขาสั้น สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว อายุประมาณราว 50 ปี เดินเข้ามาทำทีพูดคุยกับผู้เสียหาย เพื่อขอยืมเงินจำนวน 1,000 บาท ซึ่งผู้เสียหายไม่เคยรู้จักมาก่อน และในขณะเดียวกันนั้นระหว่างที่ผู้เสียหายตกใจอยู่ คนร้ายจึงอาศัยช่วงผู้เสียหายกำลังมึนงง ได้ใช้กำลังกระชากสร้อยคอทองคำมีน้ำหนัก 2 บาท ที่ผู้เสียหายสวมใส่อยู่จนขาด จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปที่แยกหมอมี ซึ่งมีเพื่อนของคนร้ายผู้ก่อเหตุจอดรถจักรยานยนต์สีดำติดเครื่องยนต์รออยู่ จากนั้นคนร้ายได้กระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว และหลบหนีไปทางวงเวียน 22 หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายตามกฎหมาย




     ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งความจึงได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชา พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.6, พ.ต.อ.นรินทร์โชติ พงศ์พิธานนท์ รอง ผบก.น.6, พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2, พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6, พ.ต.ท.สุทิน ยุ่นสมาน รอง ผกก.สส.สน.พลับพลาไชย 2 เมื่อผู้บังคับบัญชาได้รับรายงาน พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 จึงได้สั่งการให้ เจ้าพนักงานตำรวจ สน.พลับพลาไชย 2 นำโดย พ.ต.ท.ธนกฤต วุฒิมโนจินดา สว.สส.สน.พลับพลาไชย 2, พ.ต.ท.หาญ เขียวมณี สว.สส.สน.พลับพลาไชย 2, ร.ต.อ.เฉลิมพล จันทร์สุข รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.ท.ภัทรพงศ์ แจ้งไพร รอง สว.(สส.)ฯ, ด.ต.ศุภฤกษ์ ตองอ่อน ผบ.หมู่ (สส.)ฯ, ด.ต.เสริมพงศ์ ศรีบุญเรือง ผบ.หมู่ (สส.)ฯ, จ.ส.ต.ศักดิ์ดารินทร์ กวีวาสสกุล ผบ.หมู่ สส.ฯ, ส.ต.อ.ธนศักดิ์ จันตา ผบ.หมู่ สส.ฯ, ส.ต.ท.วรวัฒน์ นิรัมย์ ผบ.หมู่ สส.ฯ, ส.ต.ท.อภิวัฒน์ เข็มทอง ผบ.หมู่ (สส.)ฯ ทำการสืบสวน ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิด ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังก่อเหตุเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายอย่างต่อเนื่อง ตามเส้นทางหลบหนี จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายทั้ง 2 คนหลังจากก่อเหตุหลบหนีมาพักอยู่ในชุมชนวัดไชยทิศ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร




     ต่อมาวันที่ 24 ตุลาคม เวลาประมาณ 16:00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนหาข่าว และได้รับแจ้งจากสายลับว่า พบชายไทย ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณ การแต่งกายตรงกับผู้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ยืนอยู่ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ฝั่งตรงข้ามซอยจรัญสนิทวงศ์ 33 เมื่อทราบดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำเรียนผู้บังคับบัญชา และเดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงพบชายไทย รูปร่างท้วม ผิวดำแดง มีตำหนิรูปพรรณตรงกับคนร้ายก่อเหตุและตามที่สายลับแจ้งมา ขณะยืนรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายรถเมล์ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการสอบถามเรื่องเกี่ยวกับเหตุวิ่งราวทรัพย์ (สร้อยคอทองคำ) เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2569 เวลาประมาณ 02:25 น.พร้อมกับนำภาพถ่ายผู้ต้องหาที่ 1 ใส่เสื้อสีแดง กางเกงขาสั้น ใส่รองเท้าสีขาว ใส่หน้ากากอนามัย จากภาพกล้องวงจรปิดขณะกระชากสร้อยจากผู้เสียหายและขณะวิ่งหลบหนีขึ้นรถจักรยานยนต์ ให้นายสมชาย หรือโรเบิร์ตฯ (ทราบชื่อภายหลัง) ผู้ถูกจับกุม ซึ่งผู้ถูกจับรับว่าตนเองเป็นผู้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำจริง โดยที่ตนขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีนายคณินท์ ไม่ทราบนามสกุล เพื่อนที่รู้จักกัน เป็นผู้ขับขี่ โดยหลังจากที่ตนก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำแล้ว ตนได้วิ่งหลบหนีเพื่อซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายคณินท์ฯ ซึ่งนายคณินท์ฯ ได้สตาร์ทรถจักรยานยนต์รออยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ขับพาหลบหนีกลับที่บ้านพักของนายคณินท์ฯ ภายในชุมชนวัดไชยทิศ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยขณะหลบหนีไปตามเส้นทาง ตนได้มอบสร้อยคอทองคำ ที่ได้มาส่งมอบให้นายคณินท์ฯ ที่บริเวณสี่แยกไฟฉาย ถนนพรานนก แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อยืกรุงเทพมหานคร จากนั้นพากันหลบหนีกลับที่พัก เมื่อถึงที่พักตนได้ถอดชุดที่ก่อเหตุฯ เป็นเสื้อคอปกสีแดง กางเกงผ้าขาสั้น รองเท้าสีขาว นำไปทิ้งในถังขยะหน้าบ้านพักของนายคณินท์ฯ หลังจากนั้นตนได้เข้าไปพักภายในห้องพักของนายคณินท์ฯ



     ต่อมาเช้าวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2569 เวลาประมาณ 10:00 น.นายคณินท์ฯ ได้นำสร้อยทองไปขาย ก่อนจะกลับมาแบ่งเงินให้ตนเป็นจำนวน 4,000 บาท แล้วตนได้ยืมรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุฯ ขับกลับบ้านของตน และวันนั้นตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาคืนให้นายคณินท์ฯ โดยตนได้นำไปจอดไว้ที่บริเวณท้ายซอยชุมชนวัดไชยทิศ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และนำกุญแจรถมาคืน นายคณินท์ฯ แล้วตนได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง ออกไปรอรถเมล์ที่ฝั่งตรงข้ามซอยจรัญสนิทวงศ์ 33 ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวและตรวจยึดกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ (กระเป๋าใบผู้ถูกจับสะพายไว้ขณะก่อเหตุ) (ของกลางรายการที่ 3) จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ให้นายสมชาย หรือโรเบิร์ตฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูที่จอดรถคันที่ใช้ก่อเหตุ และนำพาไปชี้บ้านพักของนายคณินท์ฯ (ผู้ต้องหาที่ 2) ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำนายสมชาย หรือโรเบิร์ตฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ไปยืนยันบ้านพักนายคณินท์ฯ ได้มีชายไทย รูปร่าง ผอมสูง ผิวดำแดง ผมยาวประบ่า ซึ่งจากการสังเกตพบว่าผมของชายดังกล่าวเพิ่งตัด โดยชายดังกล่าว มีตำหนิ รูปพรรณ ตรงกับคนร้ายซึ่งมีหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 i สีดำ คันใช้ก่อเหตุหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้สอบถามชื่อ สกุล และนำภาพถ่ายผู้ต้องหาที่ 2 ใส่เสื้อแขนยาว แบบมีฮู๊ต สีดำ สกรีนตัวอักษรที่บริเวณหน้าอกข้างซ้ายและด้านหลัง ใส่กางเกงยีนส์ขายาว ใส่รองเท้าแบบสวมสีเทา สวมหน้ากากอนามัย สวมใส่หมวกนิรภัยแบบครึ่งใบ สีขาว นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 i สีดำ ที่บริเวณแยกหมอมี และภาพกล้องวงจรปิดขณะขับขี่รถจักรยานยนต์พาคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำและหลบหนี ซึ่งนายคณินท์ หรือนินฯ (ทราบชื่อภายหลัง) 1 นายคณินท์ฯ รับว่าตนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 i สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน นำนายสมชาย หรือโรเบิร์ตฯ มาก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำจากผู้เสียหาย ที่บริเวณแยกหมอมี ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 02:25 น.จริง เจ้าหน้าที่สอบถามนายคณินท์ หรือ นินฯ ให้การรับว่าตนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 i สีดำ พานายสมชาย หรือโรเบิร์ตฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ไปก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำจริง โดยหลังจากนั้นตนเป็นผู้นำสร้อยคอทองคำไปขายที่ร้านรับซื้อทอง เงิน นาค ที่บริเวณปากซอยอินทรพะทักษ์ 1 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร โดยตนขายได้เงินมาเป็นจำนวน 11,000 บาท แล้วตนกลับมาที่พักนำเงินที่ได้จากการขายสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายมาแบ่งให้นายสมชาย หรือโรเบิร์ตฯ เป็นจำนวน 4,000 บาท"เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่า ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยการอำพรางหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การหลบหนีหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม" พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้นให้ทราบซึ่ง นายสมชาย หรือโรเบิร์ตฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) และนายคณินท์ หรือนินฯ (ผู้ต้องหาที่ 2) ทราบและเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว ขอให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา



จากนั้นได้ควบคุมตัวนายสมชาย หรือโรเบิร์ตฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) และนายคณินท์ หรือนินฯ (ผู้ต้องหาที่ 2) พร้อมด้วยของกลางไปยัง สน.พลับพลาไชย 2 พร้อมทำบันทึกจับกุมและทำประวัติ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัว นายสมชาย หรือโรเบิร์ตฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) และนายคณินท์ หรือนินฯ (ผู้ต้องหาที่ 2) และรวบรวมเอกสารบันทึกจับกุม พร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

     โดยเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่า “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยการอำพรางหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การหลบหนีหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

[ ผู้ต้องหาในคดี ]

☆ ผู้ต้องหาที่ 1 นายสมชาย หรือโรเบิร์ต (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ที่อยู่ซอยบรมราชชนนี 30 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร

☆ ผู้ต้องหาที่ 2 นายคณินท์ หรือนิน ไชยมานนท์ อายุ 55 ปี ที่อยู่ ซ.รามอินทรา 52/1 แยก 1 แขวงรามอินทรา แขวงคันนายาว กรุงเทพมหานคร

[ พร้อมด้วยของกลาง ]

1. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ 125 i สีดำ น้ำตาล หมายเลขทะเบียน 9 ขถ 3051 กรุงเทพมหานคร เลขตัวรถ [อ่านไม่ชัด] ชื่อผู้ครอบครอง/กรรมสิทธิ์ ชื่อนายคณินท์ หรือนินฯ อายุ 55 ปี ที่อยู่ ซ.รามอินทรา 52/1 แยก 1 แขวงรามอินทรา แขวงคันนายาว กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน (ยานพาหนะใช้ก่อเหตุ/หลบหนี) (ตรวจยึดจอดอยู่บริเวณท้ายซอยชุมชนวัดไชยทิศ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร)

2. กุญแจรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ 125 I สีดำ น้ำตาล หมายเลขทะเบียน 9 ขถ 3051 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ดอก (ตรวจพบวางอยู่บนที่นอนในห้องพักของผู้ต้องหาที่ 2 โดยผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้นำตรวจยึด)

3. กระเป๋าสะพายสีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ (กระเป๋าใบผู้ถูกจับสะพายไว้ขณะก่อเหตุ) (พบผู้ต้องหาที่ 1 สะพายใส่อยู่ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำการสอบถาม ตรวจค้น)

4. หมวกนิรภัย แบบครึ่งใบ สีเทา ยี่ห้อ อินเด็กซ์ เลดี้ จำนวน 1 ใบ (ใบผู้ถูกจับที่ 1 สวมใส่ก่อนก่อเหตุ) (ตรวจพบวางอยู่ในห้องพักของผู้ต้องหาที่ 2 โดยผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้นำตรวจยึด)

5. เสื้อคลุมแขนยาว แบบมีฮู๊ต สีดำ ด้านหลังและบนหน้าอกข้างซ้าย สกรีน โลโก้ LINE MAN จำนวน 1 ตัว (เสื้อตัวผู้ต้องหาที่ 2 สวมใส่ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ก่อเหตุและหลบหนี) (ตรวจพบวางอยู่ในห้องพักของผู้ต้องหาที่ 2 โดยผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้นำตรวจยึด)

6. กางเกงยีนส์ขายาว สีน้ำเงิน ยี่ห้อ Wrangler จำนวน 1 ตัว (กางเกงตัวที่ผู้ต้องหาที่ 2 สวมใส่ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ก่อเหตุและหลบหนี) (ตรวจพบวางอยู่ในห้องพักของผู้ต้องหาที่ 2 โดยผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้นำตรวจยึด)

7. รองเท้าแตะ ไม่มียี่ห้อ จำนวน 1 คู่ สีเทา (รองเท้าที่ผู้ต้องหาที่ 2 สวมใส่ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ก่อเหตุและหลบหนี) (ตรวจพบวางอยู่ในห้องพักของผู้ต้องหาที่ 2 โดยผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้นำตรวจยึด)

8. หมวกนิรภัย แบบครึ่งใบ สีขาว ยี่ห้อ อินเด็กซ์ เลดี้ จำนวน 1 ใบ (ใบผู้ต้องหาที่ 2 สวมใส่ก่อนก่อเหตุและขณะก่อเหตุ) (ตรวจพบอยู่ในช่องเก็บของใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ 125 i สีดำ น้ำตาล หมายเลขทะเบียน 9 ขถ 3051 กรุงเทพมหานคร โดยผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้นำตรวจยึด)





ขอขอบคุณ

พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม

ผกก.สน.พลับพลาไชย 2

คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์

รองประธานที่ปรึกษา สน.พลับพลาไชย 2/ ที่ปรึกษานิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน

สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร