วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ร้อยเอ็ด พิธีมอบเข็มเครื่องหมายกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

 KHAOTHAINEWS

สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์

ทั่วไทย ทั่วโลก

ร้อยเอ็ด พิธีมอบเข็มเครื่องหมายกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 




 วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องรับรองบ่อพันขัน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด  นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีมอบเข็มเครื่องหมายกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานของมูลนิธิฯ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด




 ด้วย มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะกรรมการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้มีอุปการคุณ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสครบ 60 ปี วันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิฯ พร้อมพระราชทานเข็มเครื่องหมายแก่กรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดเพิ่มเติมแก่ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับพระราชทานเข็มเครื่องหมาย

  ทั้งนี้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ตามแนวพระราชดำริด้านการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ขณะที่ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ดำเนินภารกิจด้านการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อดูแลประชาชนให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง




/////////////

Cr.สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

จันทร์เพ็ญ จารุจำรัส (เอ็ม) สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ ข่าว 

สุทธิชัย อุปปะ (เต็ม) บก.สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ T.092 910 8932 รายงาน




วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ภูเก็ตสะเทือน! วุฒิสภาถกตำรวจท่องเที่ยว ล่ารื้อเครือข่าย “นอมินีรัสเซีย–ทัวร์เถื่อน” ฮุบธุรกิจไทยกลางอ่าวฉลอง

 ภูเก็ตสะเทือน! วุฒิสภาถกตำรวจท่องเที่ยว ล่ารื้อเครือข่าย “นอมินีรัสเซีย–ทัวร์เถื่อน” ฮุบธุรกิจไทยกลางอ่าวฉลอง



เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา มอบหมายให้ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี “ทัวร์เถื่อนต่างชาติ” หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมชายสัญชาติรัสเซีย ลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวกลางทะเลบริเวณอ่าวฉลอง โดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และไม่มีสิทธิประกอบอาชีพตามกฎหมายไทย


การลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังเป็นการเปิดวงรับฟังข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหา “นอมินีต่างชาติ” ที่กำลังขยายตัวในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะรูปแบบการใช้คนไทยถือหุ้นแทน อำพรางการครอบครองกิจการ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย และเข้ายึดครองธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว ทั้งเรือนำเที่ยว บริษัททัวร์ และบริการท่องเที่ยวทางทะเล



รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้วางแผนจับกุมชายชาวรัสเซีย หลังซุ่มสืบสวนพฤติกรรมผ่านแอปพลิเคชัน Telegram นานหลายเดือน กระทั่งพบการลักลอบรับนักท่องเที่ยวและทำหน้าที่ไกด์นำเที่ยวเอง จึงนำกำลังพร้อมเรือตรวจการณ์เข้าปิดล้อมจับกุมกลางทะเลหน้าอ่าวฉลอง ขณะกำลังพานักท่องเที่ยวออกทริป



ในการประชุมรับฟังข้อมูล มี พ.ต.อ.ณรภณ วัฒนะพรทวี ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3, พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ดุสิทธิ์ วรรณบวร, พ.ต.ต.ชาญณรงค์ รอดทองดี และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมนำเสนอข้อมูลแนวโน้มการกระทำผิด รวมถึงเครือข่ายต่างชาติที่เคลื่อนไหวในรูปแบบธุรกิจท่องเที่ยวผิดกฎหมาย


พล.ต.ต.อังกูร กล่าวว่า ปัญหานอมินีต่างชาติและทัวร์เถื่อน ไม่ใช่เพียงคดีเฉพาะราย แต่เป็น “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ที่กระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย การจัดเก็บภาษี ความมั่นคงทางอาชีพของคนไทย รวมถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ



“ภูเก็ตกำลังเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าครอบงำธุรกิจบริการอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยไว้จะกระทบอธิปไตยทางเศรษฐกิจ และทำให้คนไทยสูญเสียโอกาสในอาชีพสงวน” พล.ต.ต.อังกูร กล่าว


ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา เตรียมนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณา เพื่อผลักดันมาตรการทางกฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกิจต่างชาติ และบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคง–เศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว เดินหน้าปราบปรามขบวนการนอมินีและทัวร์เถื่อนอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องอาชีพคนไทยและรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว

//