วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนผู้ได้รับสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” และผู้ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เที่ยวสวนน้ำฟรี 10-19 ก.ค. นี้ เพิ่มเพียง 100 บาท สนุกได้ทั้งสวนน้ำและสวนสนุกไม่อั้นตลอดวัน

 สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนผู้ได้รับสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” และผู้ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เที่ยวสวนน้ำฟรี 10-19 ก.ค. นี้ เพิ่มเพียง 100 บาท สนุกได้ทั้งสวนน้ำและสวนสนุกไม่อั้นตลอดวัน





สยามอะเมซิ่งพาร์คสนับสนุนโครงการของภาครัฐ เปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมพักผ่อนในช่วงวันหยุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ ชวนทุกคนออกมาปล่อยพลัง สนุกให้สุด และเปียกให้ฉ่ำ กับโปรสุดคุ้มสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” และผู้ถือบัตร “สวัสดิการแห่งรัฐ” เที่ยวสวนน้ำฟรี! สนุกชุ่มฉ่ำในทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เจ้าของสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด พร้อมสไลเดอร์และเครื่องเล่นทางน้ำสุดมันส์ ชวนกันมาคลายร้อนแบบจัดเต็ม อัพเกรดความสนุก เพิ่มเพียง 100 บาท เล่นได้ทั้งสวนน้ำและสวนสนุกแบบไม่อั้นตลอดวัน! จะหวีดบนวอร์เท็กซ์ รถไฟเหาะตีลังกาแบบห้อยขาที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 2 ของโลก เปียกสะใจบนล็อกฟลูม ล่องแก่งสุดฮิต หรือขึ้นไซแอมทาวเวอร์ ชมวิวมุมสูงที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็สนุกได้ครบในวันเดียว ยิ่งชวน ยิ่งคุ้ม! ผู้ติดตามสูงสุด 3 คน รับสิทธิ์ซื้อบัตรเที่ยวสวนน้ำและสวนสนุกในราคาเพียงคนละ 300 บาท (ปกติ 1,000 บาท) จะชวนแก๊งเพื่อน คนรู้ใจ หรือยกทั้งครอบครัวมา ก็สนุกได้แบบสบายกระเป๋า





     เราคนไทยต้องได้เที่ยว วันที่ 10–19 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น รับสิทธิ์ง่าย ๆ เพียงแสดงสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือแสดงสิทธิ์ “สวัสดิการแห่งรัฐ” ผ่านบัตรตัวจริง หรือเว็บไซต์/แอปพลิเคชันทางรัฐ พร้อมบัตรประชาชน รับบัตรได้ที่หน้าเคาน์เตอร์ ไม่ต้องจองล่วงหน้า พร้อมลุยความสนุกได้ทันที 





# สยามอะเมซิ่งพาร์คเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. (สวนน้ำเปิดถึง 17.00 น.) เดินทางสะดวก ด้วยรถไฟฟ้ามหานครสายสีชมพู สถานีนพรัตน์ ต่อรถสาธารณะมาอีกเพียง 1.5 กม. เท่านั้น และ มีที่จอดรถยนต์ในร่มกว่า 1,000 คัน สอบถามเพิ่มเติม Line @siamamazingpark หรือ โทร. 02-105-4294

SCG 3D Printing พลิกนวัตกรรมก่อสร้างสู่การฟื้นฟูทะเลไทย โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ ต่อยอดสู่โซลูชันก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน

 SCG 3D Printing พลิกนวัตกรรมก่อสร้างสู่การฟื้นฟูทะเลไทย โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ ต่อยอดสู่โซลูชันก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน 


 


เอสซีจี ตอกย้ำศักยภาพด้านนวัตกรรมการก่อสร้างแห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยี SCG 3D Printing ร่วมสนับสนุนกิจกรรม "TAT x SCG รักษ์ทะเลไทย" ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยนำวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง หรือ "บ้านปะการัง" ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์คอนกรีตสามมิติ ติดตั้งใต้ทะเลบริเวณเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล พร้อมแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานในโครงการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน และงานออกแบบเฉพาะทางได้อย่างหลากหลาย 



ความร่วมมือครั้งนี้ต่อยอดจาก "โครงการรักษ์ทะเล" ที่เอสซีจีดำเนินงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2563 ในการพัฒนาวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังด้วยเทคโนโลยี SCG 3D Printing ซึ่งปัจจุบันได้ติดตั้งแล้วกว่า 2,000 ชิ้น ครอบคลุมพื้นที่ทะเลสำคัญหลายแห่งของประเทศไทย สะท้อนถึงการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม 



ดร.จาชชัว แพส Chief New Business Officer เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า เอสซีจีเชื่อว่า นวัตกรรมที่ดีต้องสามารถสร้างคุณค่าให้กับทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้พร้อมกัน ความร่วมมือกับ ททท. ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำนวัตกรรมมาสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและการสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 



*"บ้านปะการังเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนศักยภาพของ SCG 3D Printing ในการสร้างโครงสร้างที่ออกแบบเฉพาะตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เทคโนโลยีเดียวกันนี้ยังสามารถต่อยอดสู่โครงการโครงสร้างพื้นฐาน งานภูมิสถาปัตยกรรม งานด้านสิ่งแวดล้อม และโครงการเฉพาะทางของภาครัฐและภาคธุรกิจได้อีกหลากหลาย ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างของการที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ร่วมกันใช้เทคโนโลยีสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ"* 


ปัจจุบัน SCG 3D Printing ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบการพิมพ์และวัสดุ 3D Printing Mortar สูตร Low Carbon ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า รองรับการสร้างชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อนและตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะด้านได้อย่างแม่นยำ 


คุณกัลยา วรุณโณ VP – Future Construction, New Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า จุดแข็งของ SCG 3D Printing คือการเชื่อมโยงการออกแบบดิจิทัลเข้ากับการผลิตจริง ทำให้สามารถสร้างชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อนหรือออกแบบเฉพาะได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกระบวนการก่อสร้างแบบเดิม 



"เทคโนโลยีนี้ช่วยลดขั้นตอนการผลิต ลดการใช้แบบหล่อ ใช้วัสดุเท่าที่จำเป็น และลดการสูญเสียวัสดุจากกระบวนการก่อสร้าง จึงช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่นในการออกแบบ และความยั่งยืนของโครงการ ขณะเดียวกันยังสามารถประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่งานสถาปัตยกรรม งานภูมิสถาปัตยกรรม งานโครงสร้างพื้นฐาน งานสาธารณูปโภค ไปจนถึงงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องการการออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละพื้นที่" 


การสนับสนุนกิจกรรม "TAT x SCG รักษ์ทะเลไทย" ในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการนำนวัตกรรมมาร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ SCG 3D Printing ในฐานะแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาโซลูชันสำหรับงานก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน และโครงการเฉพาะทาง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยอย่างสมดุลและยั่งยืน 


*************************************************************** 


ผู้ที่สนใจนำเทคโนโลยี SCG 3D Printing ไปประยุกต์ใช้กับโครงการด้านก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ภูมิสถาปัตยกรรม งานออกแบบเฉพาะทาง หรือโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เอสซีจีพร้อมให้คำปรึกษาและร่วมพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์แต่ละโครงการ โดยสามารถติดต่อได้ที่ SCG Contact Center โทร. 02-586-2222 หรือเว็บไซต์ www.scgsmartliving.com