วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

ป.ป.ส. เปิดยุทธการตัดเนื้อร้าย ล้างบางราชการสีดำ ​พลิกโฉมสายด่วน 1386 เป็นที่พึ่งพิงทุกปัญหายาเสพติด ​ผุดไอเดียฟุตบอลลีกสร้างเยาวชนไทยเข้มแข็ง ​ชี้ยาบ้าสายพันธุ์ใหม่หลอน เลว รุนแรง

 ป.ป.ส. เปิดยุทธการตัดเนื้อร้าย ล้างบางราชการสีดำ

​พลิกโฉมสายด่วน 1386 เป็นที่พึ่งพิงทุกปัญหายาเสพติด

​ผุดไอเดียฟุตบอลลีกสร้างเยาวชนไทยเข้มแข็ง

​ชี้ยาบ้าสายพันธุ์ใหม่หลอน เลว รุนแรง



​​พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์และนโนยบายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่า ที่ผ่านมาปปส. มุ่งเน้นการใช้งานใช้สายด่วน1386 เพื่อรับแจ้งเบาะแสผู้ค้าเพียงอย่างเดียว พบว่ามียอดสายเรียกเข้าประมาณ 1,000 สาย/เดือน แต่พอมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่โดยยกระดับเป็น "ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด" ซึ่งเป็นการพลิกโฉมตัวเองเข้ามามีบทบาทป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกๆ มิติ ทั้งรับแจ้งเหตุและให้คำปรึกษารวมถึงอำนวยความสะดวกในการบำบัดรักษา ส่งผลให้มียอดการติดต่อเข้ามาเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า คือประมาณ 4,000 สาย/เดือน โดยมีสถิติน่าสนใจคือมากกว่า 40% ของสายที่โทรเข้ามา จะเป็นครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือในการนำลูกหลานไป "บำบัด" และแจ้งเหตุผู้เสพที่มีอาการคลุ้มคลั่ง โดยแน่นอนว่าทั้งสองเคสนี้จะต้องดำเนินร่วมกันเป็นคู่ขนานทั้งงานให้คำปรึกษาและงานป้องกันและปราบปราม




​​ปัจจุบัน ปปส. มีการทำงานในเชิงรุกอย่างเห็นได้ชัดเจนคือ จากเดิมที่เน้นรับเรื่องร้องเรียนหรือแจ้งเหตุต่างๆ จากนั้นก็จะส่งเรื่องให้พื้นที่ดำเนินการแล้วรอรายงานผล ซึ่งมักจะจบด้วยข้อสรุปว่า "ไม่พบพฤติการณ์" แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการทำงานในเชิงรุก เจ้าหน้าที่ปปส.จะลงพื้นที่ประกบทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นทันทีที่ได้รับแจ้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการอย่างทันท่วงที



​​ขณะเดียวกันในด้านบำบัดฟื้นฟู ก็จะเน้นส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาล เช่น รพ.สต. หรือ สสจ. ตามนโยบาย "ผู้เสพคือผู้ป่วย" อุปสรรคใหญ่ไม่ใช่สถานที่บำบัด แต่คือการที่ "ผู้เสพไม่ตระหนักว่าตนเองเป็นผู้ป่วย" โดยกฎหมายใหม่มาตรา 113 เปิดโอกาสให้ผู้เสพเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยไม่มีประวัติอาชญากรหากสมัครใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ค้าหน้าใหม่ที่ผันตัวมาเป็น "ผู้ค้าเพื่อหาเงินมาเสพ" และกินกำไรส่วนต่าง โดยมีเป้าหมายหลักคือ ต้องตัดวงจรไม่ให้เยาวชนและกลุ่มวัยรุ่นก้าวเข้ามาเป็นผู้เสพหน้าใหม่ ซึ่งหากสามารถป้องกันไม่ให้เกิดกลุ่มใหม่ได้ควบคู่กับการจัดการกลุ่มเดิม โดยเฉพาะปัญหา"ยาบ้า" ที่ระบาดอยู่ในสังคมแม้ว่าจะมีความหนักหน่วงมากขนาดไหน เราเชื่อว่ามีโอกาสชนะในสงครามยาเสพติดครั้งนี้



​ปปส. เคยมีแนวคิดที่จะทำให้ราคายาถูกลงเพื่อให้ผู้เสพเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีฤทธิ์น้อยลงไปมากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสพไปก่ออาชญากรรมหรือสร้างผลกระทบต่อผู้อื่นเพื่อหาเงินมาซื้อยา อย่างไรก็ตาม สังคมไทยส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับแนวคิดที่รัฐจะเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดเอง จากการวิจัยของ ปปส. พบว่ายาบ้าในปัจจุบันไม่ได้มีแค่ เมทแอมเฟตามีน และ คาเฟอีน เหมือนเมื่อก่อน แต่มีการผสมสารอันตรายเพิ่มอีก 2 ชนิดที่วัยรุ่นเรียกว่า "ยาโปร" โปรเมทาซีน (Promethazine): ยาแก้แพ้ที่ยกเลิกตำรับยาไปแล้ว ส่งผลให้เกิดอาการภาพหลอนและหูแว่วและอีกตัวคือเดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan) ยาแก้ไอที่อันตรายและถูกยกเลิกตำรับยาเช่นกัน ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและพฤติกรรมของผู้เสพให้มีอาการ "บ้า" เร็วขึ้น ส่วนผสมใหม่สองตัวนี้ทำให้ผู้เสพเกิดอาการทางจิตเร็วกว่าเดิมมาก จากเดิมที่ต้องเสพต่อเนื่อง 10-20 ปี ปัจจุบันเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็เกิดอาการหลอนอย่างรุนแรง ปปส. พยายามสื่อสารให้ผู้เสพตระหนักว่ายาที่เสพอยู่นั้นอันตรายกว่าที่คิด และเน้นย้ำว่า "ผู้เสพคือผู้ป่วย" ที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา

 


​​สำหรับนโยบายและมาตรการชิงรุกในปัจจุบันมีการบูรณาการหน่วยงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีการจัดตั้ง "หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด" ซึ่งให้แม่ทัพภาคในแต่ละพื้นที่เป็นผู้บัญชาการ เพื่อแก้ปัญหาการทำงานที่ไม่สอดประสานกันในอดีตระหว่างตำรวจและทหารบริเวณชายแดน โดยมุ่งเน้นการสกัดกั้นยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ทหารเป็นกลไก "ด่านหน้า" อย่างเต็มที่



​​พ.ต.ต.สุริยา ระบุด้วยว่า สำหรับยุทธการ "ตัดเนื้อร้าย" มุ่งเน้นการกวาดล้าง "เจ้าหน้าที่รัฐ" ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน โดยมีวิธีการทำงานแบบใหม่คือ เมื่อมีการจับกุม ปปส. จะยังไม่แถลงข่าวทันที แต่จะใช้วิธี "ขยายผล" ใช้เวลานานนับเดือนเพื่อลากตัวการใหญ่และเครือข่ายทั้งหมดออกมาให้ได้ ที่ผ่านมามีการจับกุมนายตำรวจที่มีประวัติดีเยี่ยมได้รับโล่เกียรติยศและมีรางวัลมากมาย แต่เบื้องหลังเป็นหุ้นส่วนกับเจ้าของยาเสพติดฝั่งลาว โดยใช้ทักษะการสืบสวนวางแผนการขนส่งยาเสพติดโดยเป็นยาไอซ์นับตัน โดยกลุ่มนี้มีกลยุทธ์คือการใช้เทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน ขบวนการมีการใช้เทคนิคเหมือนในภาพยนตร์ เช่น การเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ยกชุดเพื่อใช้สื่อสารในการลำเลียงยาเสพติดแต่ละครั้ง โดยลำเลียงผ่านเครือข่ายที่เชื่อมโยงตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ไปจนถึงภาคใต้ รวมถึงมีความเกี่ยวข้องกับบุคลากรในหลายอาชีพ เช่น ครู ทหาร ข้าราชการท้องถิ่น เราต้องรีบจัดการทั้งหมด

​นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบและจับกุมนายทหารระดับยศพันโทที่เข้าไปเกี่ยวโยงกับขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งปปส.ประสานงานกับผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด โดยเน้นย้ำว่าต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนก่อนทำการเข้าจับกุม และแม้ว่าการดำเนินการบางครั้งจะกระทบกับหน่วยงานอยู่บ้าง แต่เพื่อเป็นการรักษาบุคลากรในส่วนที่ดีไว้ก็จำเป็นต้องทำการ "ตัดเนื้อร้าย" ตัดคนที่ทำลายหน่วยงานของท่านทิ้งไป

​ขณะเดียวกันพบว่า ยังมีปัญหายาเสพติดและการขยายเครือข่ายในเรือนจำ กล่าวคือเมื่อผู้ค้ายาถูกจับไปรวมกันในเรือนจำ มักจะเกิดการสร้างเครือข่ายใหม่ขึ้น เพราะมีความไว้วางใจกันจากการใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้ยากต่อการตัดวงจร โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.ท. ประวุธ วงสีนิล ได้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังติดต่อกับภายนอกได้ ที่ผ่านมาพบว่ามีการพยายามลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าเรือนจำด้วยวิธีการต่างๆ พื่อใช้ในการสั่งการซื้อขายยาเสพติดแบบ "บิ๊กล็อต" จากในเรือนจำ โดยปปส.ได้รับความร่วมมือในการอุดช่องโหว่จากกรมราชทัณฑ์เป็นอย่างดี



​อย่างไรก็ตามปปส.มีความตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าการจะเอาชนะสงครามยาเสพติดได้นั้น ต้องดำเนินการในทุกๆ มิติ โดยได้นำกีฬาเข้ามาเป็นเครื่องมือในการต่อต้านยาเสพติด โดยปปส.มีการจัดโครงการ "ONCB Thai Youth League" เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วประเทศเข้าถึงการเล่นฟุตบอล มีอุปกรณ์และมีผู้ฝึกสอน โดยจะมีการแข่งขันเป็นลีกตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศเพราะเมื่อเยาวชนข้าถึงกีฬาได้ง่ายขึ้นและมีความมุ่งมั่นอยู่ที่การแข่งขันฟุตบอลก็จะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว


   กอง บก.สำนักข่าว”ชัยสมรภูมิ“


ขอบคุณแหล่งข่าวครับ

​"ร้ายกว่าโทมาฮอว์ก... ไวจากว่าไฮเปอร์โซนิก! ป.ป.ส. ยกระดับ 'สายด่วน 1386' สั่งลุยถอนรากเหง้ามัจจุราชเงียบ ชูธงปราบยาเสพติดเน้น 'คุณภาพ' เหนือตัวเลข เพื่อสังคมไทยที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน"

 ในขณะที่โลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาสงคราม ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาด้านความมั่นคงนั้น ยังมีอีกหนึ่งปัญหาที่ไม่สามารถละเลยไปได้อย่างเช่นกัน มันคือมัจจุราชเงียบที่คอยทำลายชาติในทุกๆ วินาที

 



รุนแรงยิ่งกว่าทอร์โมฮอกของอเมริกา รวดเร็วยิ่งกว่าไฮเปอร์โซนิกมิสไซล์ของอิหร่าน ระบาดยิ่งกว่าเชื้อโรคร้ายที่เผาผลาญชีวิตคน มันพร้อมทำลายได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้มีลมหายใจคนสุดท้ายบนโลกใบนี้

 

ยาเสพติด !!

 

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.

ชูธงต้านยเสพติด เน้น คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ

 

​สายด่วนปปส. 1386  ไม่ได้มีไว้เพียงแค่รับแจ้งเบาะแสยาเสพติดเท่านั้น โดยในปัจจุบันคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดยกระดับสายด่วน 1386 เป็นศูนย์กลางรับเรื่องร้องเรียนทุกปัญหายาเสพติดของประชาชนรวมถึงให้คำปรึกษาตลอดทุกกระบวนการทั้งในด้านการรับแจ้งเบาะแส ด้านการประสานงานกับหน่วยงานราชการในท้องที่ และการให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีปฏิบัติทั้งในด้านการป้องปรามไปจนถึงการให้กำลังใจลด ละ เลิก  และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยไปด้วยกัน

 



​ปปส.มีความพร้อมในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกๆ มิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปฏิบัติการเชิงลึกซึ่งต้องดำเนินการให้ได้มากว่าการแค่โค่นล้มไปจนถึงต้นตอ แต่ต้องขุดไปให้ถึงรากเหง้าของแหล่งที่มา โดยมุ่งเน้นคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ ตัวเลขที่แลดูเยอะไม่ได้หมายความว่ายาเสพติดสูญหายหรือหมดสิ้นไปแล้ว เพราะตราบใดที่ยังมีรากลึกชอนไชซ่อนเร้นอยู่ในสังคม ไม่ช้านานมันก็จะกลับมาเซาะกร่อนบ่อนทำลายประเทศชาติได้อย่างรวดเร็ว รุนแรง ไร้ความปราณีใดๆ ทั้งสิ้น

 

 


​การจะทำงานในเชิงลึกให้สำเร็จได้นั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการในเชิงรุกควบคู่กันไปด้วยความคุ้นเคยความไว้วางใจ เช่น การสงวนและสร้างความปลอดภัยผู้ให้เบาะแส การสร้างแหล่งข่าวในชุมชน รวมไปจนถึงการติดตามผลหลังการปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญสำหรับการป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติดที่แฝงตัวซ่อนเร้นกัดกร่อนสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

 

​มันจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกๆ ภาคส่วนต้องให้ความสำคัญร่วมกันในทุกๆ มิติตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ ระดับนโยบาย อำนวยการ ปฏิบัติการไปจนถึงการติดตามผลระยะยาว และในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง ปปส. จะใช้ทุกๆ องคาพยพดำเนินการปราบปราม ป้องกัน สกัดกั้น ตลอดจนประสานงานและอำนวยความสะดวกให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆ สถานการณ์ ไม่ว่าจะมีคนเห็นหรือไม่ แม้ว่าจะไม่มีคำยกย่องสรรเสริญใดๆ เราจะไม่มีวันท้อถอย เราจะไม่มีวันยอมแพ้

 

 

 

 

​ประวัติ

 

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ป.ป.ส. เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ ในอดีตดังนี้

- อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ (DSI)

- รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

- อธิบดีกรมควบคุมประพฤติ

ฯลฯ

 

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (รป.ตร.) โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ.2535

ระดับปริญญาโท คณะสังคมศาสตร์ สาขาอาชญาวิทยาและบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี พ.ศ.2545

 

สำเร็จหลักสูตรที่สำคัญๆ ดังต่อไปนี้

- หลักสูตรปฏิบัติการอารกขาและการปฏิบัติงานข่าวกรอง ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2535

- หลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ปี 2535

- หลักสูตรสอบสวนคดีพิเศษ รุ่นที่ 1 จัดโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับสำนักอบรม เนติบัณฑิตยสภา ปี 2547

- หลักสูตรนักบริหาร รุ่นที่ 5 กระทรวงยุติธรรม ปี 2549

- หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 57 กระทรวงมหาดไทย 18 เม.ย. – 1 ส.ค. 2554

- หลักสูตรบริหารความมั่นคงแห่งชาติรุ่นที่ 5 สำนักข่าวกรองแห่งชาติปี 2555 – 2556

- หลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส.2) รุ่นที่ 9 สำนักงาน ก.พ. ปี 2560

- หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 22 สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม ม.ค. – ก.ค. 2561

- หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 11 สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสัญญา ธรรมศักดิ์ ปี 2563







   กอง บก.สำนักข่าว“ชัยสมรภูมิ”“

ขอบคุณแหล่งข่าวด้วยครับ