วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

ชุดปฏิบัติการศูนย์ยาเสพติดนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) เปิดปฏิบัติการไล่ล่าระทึก บุกรวบ “พ่อใจทราม” วัย 40 ปี ก่อเหตุข่มขืนบุตรสาวแท้ๆ ต่อเนื่องนานนับปี สารภาพสิ้นเพราะฤทธิ์ยาบ้า-ไอซ์ ครอบงำสติ หนีข้ามจังหวัดไปกบดานสุดท้ายไม่รอด

 ชุดปฏิบัติการศูนย์ยาเสพติดนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) เปิดปฏิบัติการไล่ล่าระทึก บุกรวบ “พ่อใจทราม” วัย 40 ปี ก่อเหตุข่มขืนบุตรสาวแท้ๆ ต่อเนื่องนานนับปี สารภาพสิ้นเพราะฤทธิ์ยาบ้า-ไอซ์ ครอบงำสติ หนีข้ามจังหวัดไปกบดานสุดท้ายไม่รอด



เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมกำลังสืบสวน เปิดปฏิบัติการเร่งล่าตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1410/2569 ลงวันที่ 10 มี.ค. 2569 ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยกระทำแก่ผู้สืบสันดาน”



เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายชาย (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ได้ที่แคมป์ก่อสร้าง ใกล้พระปรางค์สามยอด ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. หลังหลบหนีจากพื้นที่กรุงเทพฯ ไปกบดานหวังหนีคดี


จากการสืบสวนพบพฤติกรรมสุดสะเทือนใจ ผู้ต้องหาตกเป็นทาสยาเสพติดอย่างหนัก จนสติและศีลธรรมถูกทำลาย เปลี่ยนจาก “พ่อ” กลายเป็น “ผู้ล่า” ก่อเหตุล่วงละเมิดบุตรสาวแท้ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ความปรานี สร้างบาดแผลทางจิตใจอย่างรุนแรงแก่ผู้เสียหาย


รายงานระบุว่า ผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดผวาอย่างหนัก เนื่องจากถูกผู้ต้องหาตามรังควานและข่มขู่ รวมถึงมีการปล่อยภาพคุกคามผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งแกะรอยติดตามตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนพบเบาะแสหลบหนีไปจังหวัดลพบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ในที่สุด



ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าเสพยาบ้าและยาไอซ์อย่างต่อเนื่อง จนควบคุมอารมณ์ไม่ได้และก่อเหตุโดยไม่รู้ตัว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีตามกฎหมาย



ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญ สะท้อนให้เห็นว่า “ภัยร้ายอาจเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ควรปลอดภัยที่สุด” คือภายในครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีปัญหายาเสพติด


พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเด็กหรือเยาวชนมีพฤติกรรมหวาดกลัวผิดปกติ เก็บตัว ซึมเศร้า หรือมีร่องรอยการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อหยุดยั้งเหตุร้ายตั้งแต่ต้นทาง



ทั้งนี้ หากพบเบาะแสความรุนแรงในครอบครัว สามารถแจ้งสายด่วน พม. 1300 หรือสายด่วนยาเสพติด 1386 และเหตุฉุกเฉิน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

//

เอไอเอ ประเทศไทย คว้า 4 รางวัลสุดยอดแบรนด์และบริษัทที่น่าเชื่อถือที่สุด บนเวที 2026 Thailand's Most Admired Brand และ 2025 - 2026 Thailand's Most Admired Company โดยนิตยสาร BrandAge

 เอไอเอ ประเทศไทย คว้า 4 รางวัลสุดยอดแบรนด์และบริษัทที่น่าเชื่อถือที่สุด บนเวที 2026 Thailand's Most Admired Brand และ 2025 - 2026 Thailand's Most Admired Company โดยนิตยสาร BrandAge


               


 

เอไอเอ ประเทศไทย คว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวที “2026 Thailand's Most Admired Brand” และ “2025-2026 Thailand’s Most Admired Company" ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร BrandAge ในปีนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงครอง 4 รางวัลใหญ่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ รางวัลแบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุด ในกลุ่มประกันชีวิต 24 ปีซ้อน และกลุ่มประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) 7 ปีซ้อน อีกทั้งยังคว้ารางวัลพิเศษ Market Leader Brand Award หมวดธนาคารและบริการทางการเงิน ในกลุ่มประกันชีวิต มาครองเป็นปีที่ 9 อีกด้วย นอกเหนือจากความสำเร็จในด้านแบรนด์แล้ว เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้รับความเชื่อมั่นจากคนไทยให้ครองตำแหน่ง บริษัทที่น่าเชื่อถือที่สุด กลุ่มประกันชีวิต ติดต่อกันเป็นเวลา 18 ปี โดยมี คุณรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ร่วมด้วย คุณพีร พนิตพล ผู้อำนวยการฝ่าย Total Wealth Solution เป็นตัวแทนรับรางวัล




ซึ่งทั้ง 4 รางวัลดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จที่สะท้อนมาจากเสียงของประชาชนทั่วประเทศ ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอที่ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาสู่ปีที่ 88 ด้วยความเป้าหมายที่ต้องการดูแลคนไทยตลอดทุกช่วงของชีวิตผ่านผลิตภัณฑ์และการบริการที่ครบวงจรทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงิน ควบคู่กับการตอบแทนคืนสู่สังคมผ่านกิจกรรมด้าน ESG ที่เป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสังคมไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงด้วยความยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’