วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ และสิ่งของ ให้แก่ ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียม พระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 178 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ และสิ่งของ ให้แก่ ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียม พระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 178 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

.





วันนี้ (วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่มอบค่าพาหนะคนละ 500 บาท พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 178 มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวม 168 คน รวมงบประมาณดำเนินการในครั้งนี้ทั้งสิ้น 152,455 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นสองพันสี่ร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน)  โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีกับคนพิการขาขาด นายแพทย์ชาญชัย พจมานวิพุธ รองเลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวรายงานผลการปฏิบัติงาน พลเอกกานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึกฯ มอบของที่ระลึกขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการ พร้อมด้วย ดร.สมศักดิ์ ไชยโสดา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ คณะมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ มูลนิธิเทิดคุณธรรมหาดใหญ่ “เต็กก่า” จีหน่ำเกาะ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ร่วมในพิธี ณ หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

.






การสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่การดำเนินการครั้งที่ 165 รวม 14 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5.4 ล้านบาท

.




ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

.





ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

ผบช.น. ปิดโครงการ “ชุมชนยั่งยืน” โมเดลโรงงานยั่งยืน ผนึกทุกภาคส่วนสร้างพื้นที่ปลอดยาเสพติด ส่งคืนคนดีสู่สังคม

 


ผบช.น. ปิดโครงการ “ชุมชนยั่งยืน” โมเดลโรงงานยั่งยืน ผนึกทุกภาคส่วนสร้างพื้นที่ปลอดยาเสพติด ส่งคืนคนดีสู่สังคม



ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นประธานปิดโครงการ “ชุมชนยั่งยืน” ตามยุทธศาสตร์ชาติ ในโมเดล “โรงงานยั่งยืน” พื้นที่ สน.บางบอน พร้อมมอบเกียรติบัตรและรถวีลแชร์แก่ผู้สูงอายุ ย้ำความร่วมมือระหว่างตำรวจ ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน คือหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน



เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ชุมชนการเกษตรบ้านนายผล 2 (โรงงานสุภาภรณ์พลาสติก) เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เป็นประธานในพิธีปิดโครงการ "ชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ" ภายใต้โมเดล "โรงงานยั่งยืน" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมผลักดันให้สถานประกอบการเป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน




ภายในพิธีมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองบัญชาการตำรวจนครบาลเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9, พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9, พ.ต.อ.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางบอน, พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกิดแสง รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สน.บางบอน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตำรวจชุมชนสัมพันธ์ (ตชส.) สน.บางบอน ซึ่งร่วมปฏิบัติหน้าที่ตลอดการดำเนินโครงการ




นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้แก่ นายชยานนท์ อัศวนิลศรี ประธาน กต.ตร.สน.บางบอน, นายไพศาล ไตรรัตน์โกศล กต.ตร.สน.บางบอน และผู้บริหารโรงงานสุภาภรณ์พลาสติก, นางอุดมลักษณ์ มีวิเศษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางบอน, นางสาวพิชยา ยิ่งหาญ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส.กรุงเทพมหานคร, นางอัมพร นิยมตรง ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงธนบุรี รวมถึงผู้แทนจากวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม โรงเรียนศึกษานารีวิทยา โรงเรียนบ้านนายผล โรงเรียนบ้านนายเหรียญ โรงเรียนนายสี โรงเรียนวัดนินสุขาราม ศูนย์บริการสาธารณสุข 65 พนักงานโรงงาน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก




สำหรับโครงการ "โรงงานยั่งยืน" มุ่งเน้นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างสถานประกอบการ พนักงาน และผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด เพื่อฟื้นฟูผู้หลงผิดให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน


ภายในงานยังมีกิจกรรมจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ฟรี ศูนย์บริการสาธารณสุข 65 ให้บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชน ทัณฑสถานหญิงธนบุรี ชุมชนการเกษตรบ้านนายผล และชุมชนภาคภูมิใจ ร่วมนำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจัดแสดงและจำหน่าย ขณะที่โรงเรียนวัดนินสุขาราม โรงเรียนบ้านนายเหรียญ และโรงเรียนบ้านนายผล จัดกิจกรรม TO BE NUMBER ONE ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมการแสดงดนตรีจากนักเรียนโรงเรียนศึกษานารีวิทยา สร้างสีสันให้กับงานเป็นอย่างมาก




โอกาสนี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ชุมชนยั่งยืน โรงงานยั่งยืน และผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์จำนวน 5 คัน ให้แก่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน


พล.ต.ท.สยาม กล่าวในพิธีปิดว่า โมเดล "โรงงานยั่งยืน" ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจ ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ที่ร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยและปลอดยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจผลักดันโครงการจนประสบผลสำเร็จ และยืนยันว่าจะเดินหน้าสานต่อแนวทางดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืนต่อไป.