วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ลุย!ล้างบาง นอมินีต่างชาติ ”รองสำราญ“ คุมเข้ม สั่งเช็กถือครองที่ดิน-บริษัทบังหน้า สกัดทุนเทาแฝงตัว

 ลุย!ล้างบาง นอมินีต่างชาติ ”รองสำราญ“ คุมเข้ม สั่งเช็กถือครองที่ดิน-บริษัทบังหน้า สกัดทุนเทาแฝงตัว


วันที่ 16 มิ.ย. 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ด้านความมั่นคง) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามการปราบปรามขบวนการ “นอมินี” หรือการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ



โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมกำหนดมาตรการตรวจสอบบริษัทต้องสงสัย การถือครองที่ดิน และการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในพื้นที่อย่างเข้มข้น



พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานีมาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งนี้ได้หารือร่วมกับทุกหน่วยงานเพื่อบูรณาการข้อมูลในการตรวจสอบบริษัทนอมินี การถือครองที่ดิน และกรณีคนต่างชาติที่อาจใช้ช่องทางต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย


“หากตรวจพบการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบริษัทในลักษณะนอมินี หรือการดำเนินธุรกิจที่ขัดต่อกฎหมาย จะดำเนินการให้ถึงที่สุดทุกกรณี” พล.ต.อ.สำราญ กล่าว


รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ไม่ได้มุ่งปิดกั้นการลงทุนจากต่างชาติ แต่ต้องการจัดระเบียบให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ และป้องกันการแฝงตัวของกลุ่มทุนสีเทา



จากนั้น พล.ต.อ.สำราญ ได้ประชุมร่วมกับผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ และหัวหน้าสถานีตำรวจทั้ง 28 สถานีในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญในพื้นที่ รวมถึงคดีชาวอังกฤษขับรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชน รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ เสียชีวิต ที่เกาะพะงัน



พร้อมกำชับให้ทุกสถานีเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายไทย ทั้งเรื่องยาเสพติด การขับขี่ยานพาหนะ และการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวและความปลอดภัยในพื้นที่


ทั้งนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณชัดจากรัฐบาลในการเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายนอมินีและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญในหลายจังหวัดท่องเที่ยวของประเทศ

//

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น