วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับรถหรูสวมทะเบียนปลอม คาด่านตรวจ อ้างแฟนนำรถมาให้ใช้งาน

 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับรถหรูสวมทะเบียนปลอม

คาด่านตรวจ อ้างแฟนนำรถมาให้ใช้งาน 



          กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง  ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิลาลัย ผบก.ทล.,พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล.,พ.ต.ท.มงคล นนท์ธีระโรจน์ รอง ผกก.5 บก.ทล.,พ.ต.ท.ดร.เจต  จึงประเสริฐศรี รอง ผกก.5 บก.ทล., พ.ต.ท.ยุทธนัน จันทร์เนตร สวญ.ส.ทล.๕ กก.5 บก.ทล.,พ.ต.ต.รัศมี คำศรีแก้ว สว.ส.ทล.๕ กก.๕ บก.ทล.




          เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย  นำโดย  ร.ต.อ.ธีระพงษ์ ไชยมงคล รอง สว.ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล., ร.ต.อ.นพนคร  พิบูลย์ธนานนท์ , ร.ต.ท.ขัยยา สุธรรมแปง, ร.ต.ต.สมหมาย  ปัญจรักษ์ , ร.ต.ต.เดช  ฉ่ำชื่น , ร.ต.ต.สิทธิชัย  ชิ้นจิ้น , ร.ต.ต.สุรินทร์ ใจหนัก รอง สว.(ป.)ฯ , ด.ต.วุฒิชัย ขันทะบุตร , ด.ต.โรจนศักดิ์  ชัยศรี จ.ส.ต.ธนาธิป ปินตาแสน ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล.

          ร่วมกันจับกุม นางสาวพัทธ์ธีรา ฯ อายุ 31 ปี  โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม 

          พร้อมตรวจยึดของกลาง

            1. เครื่องหมายแสดงการชำระภาษีประจำปี ทะเบียน  5กฐ 4xx0 กรุงเทพมหานคร     จำนวน  1 แผ่น

            2. แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ 5กฐ 4xx0 กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น

          สถานที่จับกุม ด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง บนถนน ทล.1   กม.956-957  ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย

          พฤติการณ์แห่งคดี  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบ ว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยสวมทะเบียน  ผ่านบริเวณพื้นที่ 

อ.แม่จัน จ.เชียงราย จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชารับทราบ และได้สั่งการให้ร่วมกันออกตรวจสอบ ติดตามรถยนต์คันดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถวิทยุตรวจตรวจการณ์ คอยสกัดอยู่บริเวณด่านตรวจกิ่งทัพยั้ง บนถนน ทล.1 กม.956-957  ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย




          ต่อมาพบรถยนต์คันดังกล่าววิ่งเข้ามาด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง บริเวณที่เกิดเหตุ จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ เบื้องต้น พบนางสาวพัทธ์ธีรา ฯ แสดงตนเป็นผู้ขับขี่  เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจสอบและนางสาวพัทธ์ธีราฯ ยินยอมให้ตรวจสอบพร้อมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขออนุญาตตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนรถ และแผ่นป้ายแสดงการชำระภาษีประจำปี พบว่า เป็นเอกสารปลอม จึงได้เชิญตัวนางสาวพัทธ์ธีราฯ และนำรถยนต์คันดังกล่าว มาตรวจสอบโดยละเอียดที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงแม่จัน




        ผลการตรวจสอบโดยละเอียดพบว่า แผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 5กฐ 4xx0 กรุงเทพมหานคร  ซึ่งติดตรึงอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของตัวรถ  เป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอม และได้ตรวจสอบแผ่นป้ายแสดงเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี ที่ติดอยู่กระจกด้านหน้าซ้ายของตัวรถ พบว่าเป็นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี(ปลอม) ซึ่งไม่ได้มาจากกรมการขนส่งทางบกออก เป็นผู้ออกให้  และตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนของทะเบียนหมายเลข 5กฐ 4ฃxx0 กรุงเทพมหานคร พบเป็น รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ BENZ รุ่น C 300  สีดำ  โดยมีผู้ครอบครอง และผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ MR.SAYDAM ฯ ที่ เมื่อตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้อ BENZ คันที่นางสาวพัทธ์ธีราฯ  ขับขี่ พบเป็น รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ยี่ห้อ BENZ รุ่น C 300  สีดำ  ทะเบียนรถ 5กย 2xx6 กรุงเทพมหานคร วันสิ้นอายุภาษี 11 พ.ย.2565 สถานะรถ ระงับใช้ ซึ่งนางสาวพัทธ์ธีรา ฯ มิได้มีซื่อเป็นครอบครองหรือเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด  เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นางสาวพัทธ์ธีราฯ  ทราบว่า มีความผิดฐาน “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม (แผ่นป้ายทะเบียน,เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี)” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิของผู้ถูกจับเบื้องต้นให้ทราบว่า ผู้ถูกจับรับทราบและเข้าใจโดยละเอียดแล้ว นางสาวพัทธ์ธีราฯให้การ ภาคเสธ โดยให้รับสารภาพว่า “ใช้เอกสารราชการปลอม” และให้การปฎิเสธข้อหา “ปลอมเอกสารราชการ ”  เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่ง พงส. สภ.แม่จัน ภ.จว.เชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




          จากการสอบถามเบื้องต้น นางสาวพัทธ์ธีราฯ ให้การว่ารถยนต์คันดังกล่าว มี นายอิทธิลักตรีศร ฯ เป็นแฟนตนเอง ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาส่งมอบให้กับนางสาวพัทธ์ธีราฯ ที่บ้านพักเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งตนเห็นว่า มีเอกสารครบถ้วน จึงได้นำรถยนต์ขับใช้งานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ก่อนมาถูกตำรวจเรียกตรวจในครั้งนี้

         ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ยุทธนัน  จันทร์เนตร  โทร.08 6660 5076

 



“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น