ผู้กล่าวหารู้จักกับนางสาวแพรพรรณ คงทัพ และสามี โดยทั้งสองคน ได้มาเช่าบ้านพักของผู้กล่าวหา ต่อมามีการค้างค่าเช่า ผู้กล่าวหาจึงได้ทวงค่าเช่า ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ นางสาวแพรพรรณรายณ์ คงทัพ โทรศัพท์มาหาผู้กล่าวหาอ้างว่ามีการฟ้องร้องกับสามีเก่า เรื่องมรดกและชนะคดีศาลมีคำสั่งให้ได้รับเงินมรดกจำนวน สามร้อยเจ็ดสิบหกล้านบาท แต่เงินจำนวนดัง กล่าวอยู่ที่ธนาคารไม่สามารถเอาเงินออกมาได้ ต้องมีการเสียค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการเอาเงินออก มาจากธนาคาร ไม่มีเงินเสียค่าธรรมเนียม จึงชักชวนให้ผู้กล่าวหาเสียค่าธรรมเนียม ผู้กล่าวหาหลงเชื่อ และอยากจะได้เงินที่ค้างค่าเช่าคืนส่วนหนึ่ง จึงตกลงโดยได้โอนเงินเข้าไปยังบัญชีธนาคารของบุคคลทั้ง สองจำนวนหลายครั้งรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๓๐๙,๐๘๒ บาท ต่อมาผู้กล่าวหามาทราบภายหลังว่าตนเองถูกหลอก โดยนางสาวแพรพรรณรายณ์ฯ ไม่ได้รับเงินมรดกจากสามีเก่าแต่อย่างใด ได้รับความเสียหายจึงมาแจ้งความ ร้องทุกข์มอบคดีให้พันกงานสอบสวนดำเนินคดี
//
ต่อมา เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 พ.ค. พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม จ.ส.ต.เอกยุทธ ปล้องคง ผบ.หมู่ (สส.)ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวแพรพรรณ คงทัพ อายุ 39 ปี ชาว จ.ประจวบตามหมายจับของศาลแขวงบางบอน ที่ จ.52/2569 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง” โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าห้องเช่า หมู่ที่ 15 ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัด
\\\
เบื้องต้น เจ้าตัวรับสารภาพ แต่ยังอ้างว่า มีเงินมรดกจริง ตรวจสอบพบเคยมีประวัติ ยักยอก ของจว.ประจวบฯ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น