วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569

เหยื่อเมาแล้วขับบุกภูมิใจไทย ขอนโยบายลดตาย–เจ็บทางถนน

    เหยื่อเมาแล้วขับบุกภูมิใจไทย

ขอนโยบายลดตาย–เจ็บทางถนน


    เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายประศม สุขแสวง ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ กรุงเทพฯ พร้อมสมาชิกเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี



ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือ เพื่อขอให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ให้พิจารณาบรรจุนโยบายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นนโยบายสำคัหรับของรัฐบาล


   ตามที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ผลจากการเลือกตั้งเสียงประชาชนส่วนใหญ่ให้ความไว้วางใจเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต พรรคภูมิใจไทย จำนวน 193 สส. ถือเป็นมติเสียงส่วนใหญ่ของคนไทยทั้งประเทศที่ให้ความไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยในการเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศต่อไป



    ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับในฐานะเหยื่อจากอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ได้รับผลกระทบ จึงมีหนังสือมายังท่านเพื่อขอนำคณะ ซึ่งประกอบด้วย 1.นายประศม สุขแสวง 2.น.ส.อักษร มานะเปรม 3.น.ส.ดวงพร เต่ยเลี้ยง 4.นายอุทัย รัตนชมภู  

5.น.ส.วิรัลพัชร ศรีอินทร์ 6.นายบวรสิทธิ์ พันธ์ศิริ 7.นายศักดา บุญสุขศรี 8.น.ส.รจนา ศิริวัฒนา 9. นายธรารินทร์ ธีรดิษฐธรรม 

10.นายนันทวัฒน์ โรจน์วรกุลนิธิ 

11.นายมนต์ชัย ตั้งธัชชัย

เข้ายื่นหนังสือ เพื่อขอให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลขอให้พิจารณาบรรจุนโยบายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่กำลังจัดตั้งขึ้น ในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ 

    ทั้งนี้เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับขอเสนอนโยบายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้ท่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พิจารณาบรรจุเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ดังนี้

    1.ขอให้รัฐบาลมีนโยบายลดโศกนาฏกรรมบนท้องถนน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อปัญหานี้ด้วยการทำหน้าที่

เป็นตาวิเศษช่วยเจ้าหน้าที่แก้ปัญหาการกระทำผิดบนท้องโดยสนับสนุนให้ผู้ที่มีคลิปภาพหลักฐานจากกล้องโทรศัพท์มือถือ  กล้องวงจรปิด หรือกล้องหน้ารถ ที่บันทึกภาพเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุที่พบคนกระทำความผิด สามารถเผยแพร่คลิปดังกล่าวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

ของตัวเอง เพื่อแจ้งเตือนหรือเพื่อแจ้งเบาะแสรวมถึงส่งคลิปหลักฐานดังกล่าวให้ตำรวจ 

    2.ขอให้รัฐบาลมีนโยบายแก้กฎหมายหรือพระราชบัญญัติที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำเงินค่าปรับส่วนหนึ่งที่เกิดจากการแจ้ง

เบาะแสดังกล่าว จนนำไปสู่การดำเนินคดีและคดีถึงที่สุดแล้ว มอบให้เจ้าของคลิปผู้บันทึกและเผยแพร่ภาพดังกล่าว 



    ทั้งนี้มูลนิธิเมาไม่ขับ

มีความเชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยลดโศกนาฏกรรมบนท้องถนนได้ และคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีความตั้งใจจริงที่จะแก้กฎหมาย

หรือระเบียบ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาดังกล่าว








     

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น