พม.อำนาจเจริญ ร่วมกับ องค์กรสาธารณประโยชน์ผู้สูงอายุและครอบครัว จัดโครงการ “ร่วมแรงร่วมใจ ป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์”
วันที่ 22 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมกองทุนสวัสดิการ ชุมชนบ้านกุงชัย ม.13 ต.ดงบัง อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ นายอนนต์ ยืนยั่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง เป็นประธานจัดโครงการ “ร่วมแรงร่วมใจ ป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์” พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ผลดก หัวหน้า พม. จ.อำนาจเจริญ, นายชัยวัฒน์ พันธุมา กำนันตำบลดงบัง, ร.ต.ท.สุริยันต์ วามะลุน รอง สวป. สภ.ลืออำนาจ, นายไพฑูรย์ สุวรรณสิง ประธานกองทุน, นายสุชาติ สูงเรือง ประธานโครงการชมรมผู้สุงอายุ และ ชาวบ้าน 16 หมู่ เข้าร่วมเปิดโครงการอบรมในครั้งนี้
โดย นาย อนนต์ กล่าวว่า “ปัจจุบัน ปัญหาการหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถือเป็นภัยใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลและสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดอย่างเร่งด่วน การจัดอบรมในครั้งนี้จึงเป็นโครงการที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะในการป้องกันตนเองให้กับผู้นำชุมชนผู้สูงอายุและพี่น้องประชาชน 16 หมู่บ้านในตำบลดงบัง ขอชื่นชมผู้สูงอายุและครอบครัวตำบลดงบัง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริง ในฐานะองค์การบริหารส่วนตำบล เราพร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยให้กับประชาชนและจะร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ตำบลดงบังของเราเป็นชุมชนที่เข้มแข็งปลอดภัยและไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางโทรศัพท์ มิจฉาชีพ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ รูปแบบหนึ่งในยุคดิจิทัล ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ ยังก่อให้เกิดความเสียหายในภาพรวมระดับประเทศ ถือเป็นภัยข้ามชาติที่ร้ายแรงและยังเฝ้าระวังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพบการใช้โทรศัพท์เพื่อหลอกลวงมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ กับกองบัญชาการตำรวจ สืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กว่า 2,000 คน มูลค่าความเสียหาย สูงกว่า 2 พันล้านบาท สถิติทางคดี ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบัน รัฐบาลและเอกชน ได้มีการปราบปราม กวาดล้างอย่างต่อเนื่อง และยังขอความร่วมมือไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกทาง และยังปรับปรุงกฎหมายให้มีบทลงโทษที่หนักกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”
รัฐชพนฐ์ นันธ์ตวัน. ข่าว///ภาพ







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น