วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

​"อย่าปล่อยให้ใครเปลี่ยนรัฐสภาเป็นสีเทา!" ภปกชนก ทับเที่ยง ทุบโต๊ะเตือนสติโค้งสุดท้าย แฉกลไกรัฐบิดเบือนเลือกตั้ง พรรคไทยพิทักษ์ธรรมลั่น 'ถึงเวลาล้างบางการเมืองสกปรก' หยุดวงจรค้าสงครามเพื่อคนไทย!

 



สกู๊ปพิเศษ


โค้งสุดท้ายไฟลุก! นายภปกชนก ทับเที่ยง ผู้นำพรรคไทยพิทักษ์ธรรม ผนึกกำลังขุนพลยุทธศาสตร์ เปิดหน้าชี้ชะตาประเทศ ย้ำเลือกตั้งภายใต้กฎอัยการศึกและอิทธิพลสื่อรัฐ คือกับดักที่อาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจระดับล่มสลาย ฉะยับการเมืองเก่า "ยุบสภาหนีอภิปราย" คือรอยด่างพร้อยที่ประชาชนต้องพิพากษาในคูหา



​เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันเท่านั้นก่อนที่ประชาชนคนไทยจะก้าวเข้าสู่คูหาเลือกตั้งท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุด นายภปกชนก ทับเที่ยง หัวหน้าพรรคไทยพิทักษ์ธรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และฝ่ายยุทธศาสตร์ ได้ออกมาส่งสัญญาณอันตรายถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยแสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะ "รัฐล้มเหลว" (Failed State)

​3 สัญญาณอันตราย: การเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสและวิกฤตความมั่นคง

​นายภปกชนก ระบุว่า พรรคไทยพิทักษ์ธรรมไม่อาจนิ่งเฉยต่อความผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยสรุปประเด็นวิกฤตออกเป็น 3 ด้านหลัก:

​ความวุ่นวายใต้เงากระบอกปืน: ปัจจุบันประเทศเผชิญข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านจนขยายวงสู่ความขัดแย้งทางอาวุธ มีการประกาศใช้ "กฎอัยการศึก" ในหลายพื้นที่ ซึ่งกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการหาเสียงและการไปใช้สิทธิของประชาชนอย่างรุนแรง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ขาดความโปร่งใสและเปิดช่องให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียงที่ยากจะควบคุม

​สนามแข่งขันที่เอียงกระเท่โม่: รัฐบาลรักษาการถูกวิจารณ์ว่าใช้สื่อมวลชนของรัฐเป็นเครื่องมือ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้คุณให้โทษทางการเมือง ทำลายคู่แข่ง และสร้างความสับสนให้ประชาชน จนทำให้การตัดสินใจในคูหาอาจถูกบิดเบือนไปจากความเป็นจริง

​วิกฤตศรัทธาสู่รัฐล้มเหลว: หากการเลือกตั้งขาดความเชื่อถือ ผลที่ตามมาจะไม่ใช่แค่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่จะลุกลามไปถึงวิกฤตเศรษฐกิจและความมั่นคง จนนานาชาติขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้ประเทศไทยเข้าลักษณะรัฐที่ล้มเหลวในที่สุด

​"เรากำลังเดินหน้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด ถ้าเราปล่อยให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกฉ้อฉล ชาติไทยจะถอยหลังไปสู่จุดที่เยียวยาไม่ได้" นายภปกชนก กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

​"พัฒนชัย" ซัดหมัดตรง! การเมืองสีเทาต้องจบที่รุ่นเรา

​ทางด้าน นายพัฒนชัย รัตนบุรี รองหัวหน้าพรรคฝ่ายการเมือง ได้ออกมาตอกย้ำให้ประชาชนจดจำพฤติกรรมของนักการเมืองแบบเก่าที่สร้างรอยด่างไว้กับระบอบประชาธิปไตย โดยชี้ให้เห็นว่าการยุบสภาครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่เป็นเพียงการ "หนีตรวจสอบ" จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ



​"ประชาชนต้องไม่หลงลืมว่า เขาหนีสภาเพื่อรักษาอำนาจ นี่คือตัวอย่างของการเมืองแบบเก่าที่ทำให้ประเทศจมปลัก ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนไปสู่การเมืองใหม่ที่มีพื้นฐานแห่งธรรม ให้โอกาสประเทศหลุดจากกับดักนี้เสียที" นายพัฒนชัย ระบุ

​เสียงเพรียกจาก "ไทยพิทักษ์ธรรม": หยุดรัฐบาลสีเทา

​ในช่วงท้ายของการแถลง พรรคไทยพิทักษ์ธรรมได้วิงวอนขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องประชาชน ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและร่วมกัน "เปลี่ยน" การเมืองเก่าออกไป เพื่อไม่ให้รัฐสภา รัฐบาล และข้าราชการ กลายเป็นสีเทาที่กัดกินชาติ



​"ไทยเราต้องไม่ค้าสงคราม และเอเชียต้องเป็นหนึ่งเดียว" คือปณิธานสุดท้ายที่พรรคย้ำเตือน พร้อมกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่จะให้โอกาสพรรคไทยพิทักษ์ธรรมเข้าไปสร้างการเมืองที่สะอาดและยั่งยืน

​วิเคราะห์ทิ้งท้าย: อีก 2 วันที่เหลือจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า พลังเงียบของประชาชนจะเลือกเดินตามเกมการเมืองเก่า หรือจะให้โอกาส "พรรคไทยพิทักษ์ธรรม" เข้ามาหยุดยั้งวิกฤตรัฐล้มเหลวในครั้งนี้!

ทีมข่าว/รายงาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น