วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เปิดโมเดล "หัวไทร" จัดการปลาต่างถิ่นเห็นผล! ชุมชนรุกสร้างมูลค่าเพิ่ม พลิกวิกฤตสู่รายได้หมุนเวียนเศรษฐกิจชุมชน

 เปิดโมเดล "หัวไทร" จัดการปลาต่างถิ่นเห็นผล! ชุมชนรุกสร้างมูลค่าเพิ่ม พลิกวิกฤตสู่รายได้หมุนเวียนเศรษฐกิจชุมชน



อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช – สถานการณ์ปลาหมอคางดำในพื้นที่อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งสัญญาณบวกในเชิงการจัดการ พบว่า ชาวบ้านจับปลาได้ลดลง ไม่พอกับความต้องการ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พลิกโอกาสจากปัญหาปลาต่างถิ่นสู่เศรษฐกิจชุมชนที่มั่นคง



นายนัฎฐชัย นาคเกษม หรือ “พี่โชค” ประธานกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงปูขาวอินทรีย์ บ้านเนินหนองหงส์ ระบุว่า ปัจจุบันปริมาณปลาหมอคางดำใน อ.หัวไทร เริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มทั้ง 30 ราย ที่ต้องการใช้ปลามาเป็นเหยื่อเลี้ยงปูรวมวันละ 400-500 กิโลกรัม ซึ่งนอกจากจะช่วยกำจัดปลาแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้านผู้จับปลามาขายได้ถึงวันละ 4,000-5,000 บาท


"ขณะนี้ปลาหมอคางดำใน อ.หัวไทรเริ่มหายาก ไม่พอต่อความต้องการของฟาร์มปู เราจึงมองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยงกับพื้นที่ ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง ที่ยังมีปลาจำนวนมาก หากมีการจัดการระบบรวบรวมและขนส่งที่ดี จะช่วยกระจายรายได้สู่คนจับปลาในปากพนัง และช่วยลดต้นทุนให้คนเลี้ยงปูในหัวไทรได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากปูขาวเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีราคาจำหน่ายสูงถึง 400-700 บาทต่อกิโลกรัม" นายนัฎฐชัย กล่าว



ด้านนางวาสนา เขียวเสน หรือ “คุณไก่” ชาวบ้านชุมชนเกาะเพชร อ.หัวไทร เปิดเผยว่า ปริมาณปลาหมอคางดำที่เคยจับได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้หาได้วันละ 100 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเพียง 10 กว่ากิโลกรัม สะท้อนว่าแนวทางการควบคุมจำนวนปลาด้วยการใช้ประโยชน์เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยชาวบ้านจะนำปลาที่จับได้คัดแยกขนาดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ปลาไซซ์ใหญ่ นำมาแปรรูปเป็น "ปลาแดดเดียว" ที่สามารถจำหน่ายกิโลกรัมละ 200 บาท เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ส่วนปลาไซซ์เล็ก ส่งขายเป็น "วัตถุดิบเหยื่อเลี้ยงปู" ให้กลุ่มเกษตรกรในราคา 10 บาทต่อกิโลกรัม  



"แนวทางนี้ช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้เข้ามาทุกวัน และยังเป็นการช่วยกำจัดปลาต่างถิ่นในพื้นที่ไปพร้อมกัน" คุณไก่กล่าวทิ้งท้าย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น