วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สระบุรี ร้องขอความเป็นธรรมหลังเลือกนายกอบต ส่อเค้าวุ่นผู้สมัครและชาวบ้าน ชุมนุม คัดค้าน คำสั่งให้มีการออกเสียงเลือกตั้งนายก องค์การบริหารส่วนตำบล ใหม่ โดย เจ้าหน้าที่ กปนและกกตสระบุรี หลังพบใบลงคะแนนหายปริศนาทำให้ผุ้สมัครคะแนนนำขาด ต้องเสียโอกาสก่อน กกต.กลาง ฟันธงให้ มีประกาศเลือกตั้งใหม่

 สระบุรี ร้องขอความเป็นธรรมหลังเลือกนายกอบต ส่อเค้าวุ่นผู้สมัครและชาวบ้าน ชุมนุม คัดค้าน คำสั่งให้มีการออกเสียงเลือกตั้งนายก องค์การบริหารส่วนตำบล ใหม่ โดย เจ้าหน้าที่ กปนและกกตสระบุรี หลังพบใบลงคะแนนหายปริศนาทำให้ผุ้สมัครคะแนนนำขาด ต้องเสียโอกาสก่อน กกต.กลาง ฟันธงให้ มีประกาศเลือกตั้งใหม่



                                                          วันที่10 กุมภาพันธ์  2569 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายรัชพล  สุทธิพงษ์ ผู้สมัครนายก อบต.หนองจรเข้ ต.หนองจรเข้ อ.หนองแค จ.สระบุรี  พร้อมตัวแทนชาวบ้าน ถือป้ายสัญญาลักษณ์ พร้อมทั้งโห่ ร้อง ขอความเป็นธรรม บริเวณสำนักงาน คณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำจังหวัดสระบุรี ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี   เพื่อยื่นหนังสือ ขอคัดค้านคำสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่และขอให้ทบทวนคำสั่ง ในการเลือกตั้ง ที่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นใหม่ ซึ่ง นายรัชพล สุทธิพงษ์ ผู้สมัครนายก อบต.หนองจรเข้  เบอร์2  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่  11มกราคม 2569 ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้ง สมาชิก สภาและนายก องค์การบริหารส่วนตำบล หนองจระเข้ ที่ว่างลง  ซึ่ง ขณะ นั้น มีผู้สมัครนายก องค์การบริหารส่วนตำบล เบอร์ 1และเบอร์ 2(ผู้ร้อง)ซึ่งในคูหาเลือกตั้งที่ 8  หลังชาวบ้าน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน518คน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 666คนซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ ปิดหีบเลือกตั้งและอยู่ระหว่างนับคะแนน ทั้ง2ผู้สมัคร เบอร์ 1และเบอร์2 จากข้อมูลการนับคะแนน มาสิ้นสุดที่ (คะแนนล่าสุด เบอร์ 1 คะแนนอยู่ที่184 คะแนน และเบอร์2(ผู้ร้อง) คะแนนอยู่ที่ 305 คะแนน ซึ่งขณะนั้น ผู้สมัครเบอร์2ได้รับคะแนนเสียงรวมเป็นอันดับ 1  โดยมีคะแนนห่างจากผู้สมัคร เบอร์1ในลำดับถัดไปห่างกันถึง 121 คะแนน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนบัตรที่หายไปตามที่ปรากฏในคำสั่ง (1ใบ) จะเห็นได้อย่างประจักษ์ชัดว่า ต่อให้คะแนนของบัตรที่หายไปนั้นเป็นคะแนนของผู้สมัครลำดับอื่น (เบอร์1) ก็มิได้ส่งผลให้ลำดับของผู้สมัคร เบอร์2 ที่ได้รับ คะแนนเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปได้ 



การสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ เพียงเพื่อแก้ไขความผิดของบัตรเพียง 1 ใบ ถือเป็นการใช้ดุลพินิจที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งก่อให้เกิดภาระแก่ประชาชนในการออกมาใช้สิทธิซ้ำซ้อน และเป็นการสิ้นเปลืองงบประมานแผ่นดินโดยไม่จำเป็น ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวทางของ กกต.ในหลายๆกรณีที่ผ่านมา ที่บัตรเขย่งนั้นไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงลำดับผู้ชนะ จะให้ถือเอาผลคะแนนเดิมเป็นข้อยุติ  ใจความในคำสั่งดังกว่านั้นระบุว่า หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 8 มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน” ซึ่งข้อความดังกล่าวนั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างมาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนั้นถูกต้องครบถ้วน แต่บัตรที่ใช้ออกเสียงลงคะแนนนั้นหายไปในระหว่างการนับคะแนนจึงไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ โดยบัตรลงคะแนนที่หายไปนั้น จึงเป็นความผิดชัดเจนของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย(กปน.) ที่บกพร่องและไม่รักษาบัตรลงคะแนนตามหน้าที่ให้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ดูแลทุกจุดในหน่วยเลือกตั้ง โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมิใช่การทุจริตของผู้สมัครและประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์แต่ประการใด การลงโทษด้วยการสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่จึงเท่ากับเป็นการลบล้างความผิดของกรรมการประจำหน่วย(กปน.) และทำลายเจตนารมณ์ของประชาชนที่ลงคะแนนให้ข้าพเจ้าอย่างสุจริต ตามหลักประชาธิปไตยแล้ว การสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ นั้น จึงเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน 121 ท่าน ที่ลงคะแนนให้กับผู้สมัคร หมาบเลข2หรือผู้สมัครเบอร์2ที่ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองจระเข้ที่บริสุทธิ ตามระบอบประชาธิไตร ซึ่งหาก มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้ง ใหม่จะทำให้ผู้สมัครเบอร์2และชาวบ้าน ได้รับผล อย่างไม่เป็นธรรม ทั้งนี้กรณี การสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในครั้งนี้ ตนเอง ในฐานะผู้สมัครที่มีคะแนนเสียงมาจากคะแนนบริสุทธิยุติธรรม ซึ่งกรณีแบบนี้  จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ เปิดโอกาสให้ผู้แพ้การเลือกตั้ง  ได้มีโอกาสแก้ตัวและมีโอกาส พลิกกลับมาเป็นผู้ชนะโดยที่ไม่ต้องรอให้ครบวาระ 4 ปี หรือถ้าหากมีผู้สมัครคนใดคนหนึ่งไม่พอใจผลคะแนน ก็ใช้วิธีก่อความวุ่นวายหรือทำให้จำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยทราบดีว่าการกระทำเช่นนี้จะนำไปสู่การออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ในทันที 



ในระหว่างการนับคะแนนเป็นไปด้วยความราบรื่น  โดยผลคะแนนถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการแล้ว  อีกทั้งไม่ปรากฏว่ามีการร้องเรียนเรื่องของการทุจริตการเลือกตั้งในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าผลการลงคะแนนนั้นสะท้อนเจตนาของผู้เลือกตั้งครบถ้วนแล้ว โดยความผิดปกติเป็นเรื่องการรักษาบัตร ไม่ใช่การทุจริตเลือกตั้ง เป็นเพียงความบกพร่องของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งในหมวดการนับคะแนนและการเก็บรักษาบัตรกฎหมายกำหนดให้ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต้องเก็บรักษาบัตรและเอกสารให้ครบถ้วนตามอำนาจหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งการจะเลือกตั้งใหม่ก็ต่อเมื่อพบความผิดปกตินั้นกระทบต่อความสุจริต เที่ยงธรรมหรืออาจเปลี่ยนแปลงผลแพ้ชนะของการเลือกตั้งได้ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ปรากฏหลักฐานอันเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม และมีผลทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน 



ตนเอง ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ในทางอื่นแทนการออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยตรวจสอบความผิดพลาดดังกล่าวเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย (กปน.) ซึ่งเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคลมิใช่ความผิดของกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด และไม่ใช่ความผิดของตัวผู้สมัคร และประชาชน การสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่จึงมิต่างอะไรกับการโยนความผิดให้กับผู้สมัครและประชาชน ซึ่ง ตนเองจึงขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาทบทวนคำสั่ง และประกาศผลการรับรองผลการเลือกตั้งตามคะแนนที่เป็นจริง เพื่อรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมและเจตนารมณ์ของประชาชนผู้ใช้สิทธิลงคะแนนตามระบอบประชาธิปไตย      





โดยทางนาย ณัฐวรรธน์ วงศ์อิสรภาพ  ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งสระบุรี  หลังทราบเรื่องได้ให้ตัวแทน ชาวบ้านพร้อมผู้สมัครเบอร์2เข้าปรึกษาหาลือที่ ห้องประชุมชั้น2 ของสำนักงาน เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งบรรยากาศในช่วงแรก เกิดความวุ่นวาย เมื่อเจ้าหน้าที่ ( นาย เอกรัฐ แดนวงศ์ พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการพิเศษและหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง)  เกิดมีปากเสียง กระทบ กับตัวแทนชาวบ้าน ทำให้ เกือบจะ เกิดความวุ่นวาย แต่ทุกอย่างก็สงบลงได้  จากการ สังเกตพบว่า  ขณะที่ เจ้าหน้าที่ มีการ ให้คำอธิบายโดยใช้ ถ้อยคำ  เพื่อชี้แจง กฎระเบียบการเลือกตั้ง ซึ่ง   ระหว่างนั้นชาวบ้านและผู้สมัคร ก็พยายาม อธิบายให้เหตุผล  ตามข้อเท็จจริง ซึ่งก็ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับ โดยทางเจ้าหน้าที่ พยายามยึดแนวหลักเกณฑ์ ตามกฎหมาย เพื่ออ้างอิง แต่เหมือนว่า ชาวบ้านและผู้สมัคร ยังคงไม่ยอมรับ จากสาเหตุบัตรลงคะแนนเสียงที่หายไปแบบปริศนา และมีคำสั่งจาก กกต กลาง ให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในวันที่22กุมภาพันธ์2569 นี้ นาย ณัฐวรรธน์ วงศ์อิสรภาพ  ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งสระบุรี   ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ซึ่งกรณี ดังกล่าว นั้น ทางกกต สระบุรี ไม่มีอำนาจ ในการแก้ไข คำสั่งการเลือกตั้งใหม่ แต่ จะรวบรวมปัญหา ที่ชาวบ้านและผู้สมัคร ยื่นหนังสือร้องคัดค้านคำสั่ง ให้มีการเลือกหน่วยเลือกตั้งและเขตเลือกตั้ง ที่เกิดปัญหา บัตรลงคะแนนสูญหายอย่างปริศนา  และให้ทาง กกต กลาง ทบทวนคำสั่งเพื่อเปลี่ยนแปลง อย่างหนึ่งอย่างใด โดยไม่ให้มีการเลือกตั้งใหม่ เกิดขึ้นได้ ซึ่งจะเร่งดำเนินการณ์ให้เร็วที่สุด และทาง นาย ณัฐวรรธน์ วงศ์อิสรภาพ  ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งสระบุรี  ยังชีแจงข้อกฎหมาย กรณีที่เกิดปัญหาโดยเจ้าหน้าที่ (กปน) ระหว่างปฎิบัติหน้าที่ การเลือกตั้งเพื่อให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย พร้อม อัตราโทษ  หากมีผู้ใดคิดที่จะก่อให้เกิดปัญหา ระหว่างการเลือกตั้ง ฟังนาย ณัฐวรรธน์ วงศ์อิสรภาพ  ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งสระบุรี  เผยว่า อัตราโทษตามกฎหมาย หากพบการทุจริต ของเจ้าหน้าที่ กปน หรือเจ้าหน้าที่ ขณะปฎิบัติหน้าที่ ภายในหน่วยเลือกตั้ง จะมีอัตราโทษหนักไม่ว่าจะเกิดขึ้นจาก กรณีใดๆที่เจตนาทำลายหรือเวียนกลับมาใช้หรือทำรายงานการเลือกตั้งผิดไปจากความเป็นจริงหรืออันเป็นเท็จ  โดยตั้งใจ ซึ่งพบหลักฐานชี้ชัด และชัดเจนโดยทาง คณะกรรมการ กกต มีอัตราโทษ จำคุก 1-10ปี ปรับ2หมื่นถึง2แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง20ปี   ส่วนบัตรคะแนนหากผู้ใดกระทำดังกล่าวมีโอกาสรับโทษเพิ่มเติมจากที่กล่าวไปคือหากเป็นเจ้าหน้าที่ โดยตรงเอง จะถูกดำเนินคดีทางประมวลกฎหมาย อาญามาตรา157 ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเวนการปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งมีอันตราโทษหนักกว่า บุคคลทั่วไป นาย ณัฐวรรธน์ วงศ์อิสรภาพ  ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งสระบุรี กล่าว.ทิ้งท้ายซึ่งจะไม่คุ้มกับการคิดที่จะกระทำความผิดดังกล่าว////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น