วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ทองพุ่ง–โจรจ้อง! ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มร้านทองทั่วกรุง ชี้ 147 จุดเสี่ยง ลั่นยกระดับปิดช่องโจร

 ทองพุ่ง–โจรจ้อง! ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มร้านทองทั่วกรุง ชี้ 147 จุดเสี่ยง ลั่นยกระดับปิดช่องโจร



กรุงเทพฯ – สถานการณ์ราคาทองคำที่พุ่งไม่หยุด กลายเป็นชนวนเสี่ยงอาชญากรรมกลางเมือง ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติขยับเชิงรุก เรียกถกผู้ประกอบการร้านทองทั่วกรุงเทพฯ วางมาตรการเข้ม ปิดช่องโจร ลดความสูญเสีย ก่อนเหตุร้ายลุกลาม



เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.ฝ่ายป้องกันปราบปราม เป็นประธานประชุมร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล สมาคมค้าทองคำ หน่วยงานประกันภัย และผู้ประกอบการร้านทอง ณ ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล



การประชุมครั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. พร้อมผู้แทนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจท่องเที่ยว สมาคมค้าทองคำ สำนักงาน คปภ. และภาคเอกชน เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดแนวทางป้องกันเหตุประทุษร้ายร้านทองในพื้นที่เมืองหลวง


พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีร้านทอง รวม 1,129 แห่ง โดยแบ่งระดับความปลอดภัยออกเป็น 3 กลุ่ม พบว่า ร้านทองที่เข้าข่ายเสี่ยงสูงสุด (สีแดง) ถึง 147 แห่ง ซึ่งมีมาตรการป้องกันน้อยและตั้งอยู่ในจุดล่อแหลม ขณะที่ร้านทองระดับปลอดภัยสูง (สีเขียว) มี 435 แห่ง และระดับปานกลาง (สีเหลือง) 547 แห่ง



รอง ผบ.ตร.ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับการป้องกัน เนื่องจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงต่อเนื่อง เป็นแรงจูงใจสำคัญให้คนร้ายลงมือก่อเหตุในหลายรูปแบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงต้องเดินหน้าเชิงรุก ควบคู่การติดตามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด


จากการหารือ ที่ประชุมมีมติร่วมกัน ยกระดับมาตรการความปลอดภัยร้านทองอย่างจริงจัง ครอบคลุมทั้งการเสริมความปลอดภัยทางกายภาพ การเพิ่มความระมัดระวังของพนักงาน และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยป้องกันและตรวจจับเหตุ พร้อมให้ตำรวจนครบาลรวบรวมข้อสรุป เพื่อนำไปกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติเดียวกันทั่วพื้นที่


นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร.ยังสั่งการให้ตำรวจ ทบทวนแผนเผชิญเหตุและแผนก้าวสกัด ให้สอดรับกับสถานการณ์จริง เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ผู้ลงทุน และนักท่องเที่ยว ว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครยังอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวด

//

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น