วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

อำเภอบึงสามพัน จัดพิธีบำเพ็ญกุศล สตมวาร ครบ 100 วัน ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 อำเภอบึงสามพัน จัดพิธีบำเพ็ญกุศล สตมวาร ครบ 100 วัน

ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง






วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 07.00 น.

อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล สตมวาร ครบ 100 วัน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดสมอทอด อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายสุเทพ เบียร์ดี นายอำเภอบึงสามพัน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และ พระครูสิริพัชโรภาส รองเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นางสมฤดี เบียร์ดี กิ่งกาชาดอำเภอบึงสามพัน, นางสุพัตราพร ตั้งประเสริฐศรี นายกเทศมนตรีตำบลซับสมอทอด, นายสมเกียรติ แก้วจินดา ปศุสัตว์อำเภอบึงสามพัน ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงานในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง









ภาคเช้ามีพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และพิธีสวดมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนทั่วไป./

:สนับสนุนข่าวโดย

#นายบุญเลิศ พุทธเจริญ เจ้าของไร่มะขามหวานชนิกา อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์

#ร้านแจ็ค ไดนาโมแอร์ ตรงข้ามวิทยาลัยการอาชีพภาคเหนือ

อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์

:รายงานข่าวโดย

#จีรพัฒน์ บวรกุล (แดงบึงสามพัน) ผู้สื่อข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์


ทองขึ้นไม่หยุด ตำรวจสัตหีบซ้อมแผนเผชิญเหตุปล้นร้านทอง โชว์ศักยภาพชุดเคลื่อนที่เร็ว ป.พิเศษ

 ทองขึ้นไม่หยุด ตำรวจสัตหีบซ้อมแผนเผชิญเหตุปล้นร้านทอง โชว์ศักยภาพชุดเคลื่อนที่เร็ว ป.พิเศษ



เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. งานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรสัตหีบ ได้จัดการซ้อมแผนเผชิญเหตุปล้นร้านทองในพื้นที่อำเภอสัตหีบ โดยมี ชุดเคลื่อนที่เร็ว (ป.พิเศษ) เป็นกำลังหลักในการเข้าควบคุมสถานการณ์ แสดงให้เห็นถึงความพร้อม ความเร็ว และความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติหน้าที่




การฝึกซ้อมอยู่ภายใต้การอำนวยการของพ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.ชนะทัต นวคุณรังสี รอง ผกก.ป.สภ.สัตหีบ และ พ.ต.ท.ศิลา สาใจ สวป.สภ.สัตหีบ โดยมอบหมายให้ พ.ต.ท.โกศล ศิลา สวป.(ชส.)สภ.สัตหีบ ควบคุมการปฏิบัติ พร้อมนำกำลังสายตรวจรถยนต์ สายตรวจจักรยานยนต์ และ ชุดเคลื่อนที่เร็ว ป.พิเศษ เข้าดำเนินการซ้อมแผนอย่างเข้มข้น




ตลอดการฝึกซ้อม ชุด ป.พิเศษ แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัว การเข้าประชิดเป้าหมายอย่างแม่นยำ การสื่อสารเป็นระบบ และการปิดล้อมพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว สามารถควบคุมสถานการณ์จำลองได้ภายในเวลาจำกัด สะท้อนถึงการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและความพร้อมในการรับมือเหตุร้ายทุกสถานการณ์





การซ้อมแผนครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของ ชุดเคลื่อนที่เร็ว ป.พิเศษ สภ.สัตหีบ ในฐานะกำลังสำคัญแนวหน้า ที่พร้อมเข้าระงับเหตุอาชญากรรมร้ายแรง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ว่าความปลอดภัยของสัตหีบยังอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ที่มีศักยภาพสูงอย่างแท้จริง

กองทัพเรือ ร่วมกับจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ สืบสานพระราชดำริ “ส่งมอบอาหารทะเลสู่พื้นที่ห่างไกลภาคเหนือ” ครบรอบ 30 ปี

 กองทัพเรือ ร่วมกับจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ สืบสานพระราชดำริ “ส่งมอบอาหารทะเลสู่พื้นที่ห่างไกลภาคเหนือ” ครบรอบ 30 ปี



    กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดเพชรบุรี จัดพิธีส่งมอบปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่อุดมด้วยสารไอโอดีน เพื่อสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 27–29 มกราคม 2569 สืบสานพระราชปณิธานในการเสริมสร้างสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างยั่งยืน



    เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 จังหวัดชุมพร โดยสมาคมชาวประมงร่วมใจปากน้ำชุมพร และสมาคมชาวประมงปากน้ำหลังสวน ร่วมน้อมเกล้าฯ ถวายอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ประกอบด้วย ปลากะตักแห้ง จำนวน 750 กิโลกรัม ปลากระป๋อง จำนวน 3,000 กระป๋อง และน้ำปลาแท้ จำนวน 3,600 ขวด ณ เทศบาลตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร 



   โดยมี ว่าที่เรือตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีส่งมอบให้กับ พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้แทนกองทัพเรือ รับมอบอาหารทะเลดังกล่าว



    ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยสมาคมชาวประมงบางสะพาน สมาคมชาวประมงประจวบคีรีขันธ์ และสมาคมประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์ ร่วมน้อมเกล้าฯ ถวายอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ประกอบด้วย ปลากะตักแห้ง จำนวน 2,100 กิโลกรัม และเกลือไอโอดีน จำนวน 2,000 กิโลกรัม ณ ที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี พันจ่าเอกสาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีส่งมอบ



   จากนั้น เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เทศบาลนครหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยสมาคมประมงปราณบุรี ร่วมน้อมเกล้าฯ ถวายอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ประกอบด้วย ปลาทูเค็ม ปลากระป๋อง กะปิ และเกลือไอโอดีน ณ เทศบาลนครหัวหิน โดยมี นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานในพิธีส่งมอบให้กับ พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้แทนกองทัพเรือ รับมอบอาหารทะเลดังกล่าว



   ทั้งนี้ อาหารทะเลที่ได้รับน้อมเกล้าฯ ถวายทั้งหมด จะถูกลำเลียงไปส่งมอบเป็นอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน สู่พื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดตาก และจังหวัดเชียงใหม่ ตามแผนการแจกจ่ายของสำนักงานโครงการสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 4–6 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อโดยเสด็จตามพระราชกุศล พระราชทานแก่นักเรียนในโครงการส่วนพระองค์ฯ ในพื้นที่ห่างไกลทางภาคเหนือ



   สำหรับกิจกรรมน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนในปีนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือ สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล สมาคมการประมงจังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบอ่าวไทยตอนบน รวม 10 จังหวัด และองค์การสะพานปลา ที่ร่วมกันสรรสร้างกิจกรรมสืบสานโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน เพื่อให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลได้มีโอกาสรับประทานอาหารทะเลที่มีคุณค่าตามหลักโภชนาการ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเยาวชนของชาติอย่างยั่งยืนสืบไป



สภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร วาระปี พ.ศ. 2569–2571

 สภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร วาระปี พ.ศ. 2569–2571



สภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้จัดการประชุมเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการบริหารสภาฯ วาระปี พ.ศ. 2569–2571 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายชื่อคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจและบทบาทของสภาฯ ในการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ

รายนามคณะกรรมการบริหารสภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

วาระปี พ.ศ. 2569–2571

นายกสภาฯ : ดร.สุทัด ครองชนม์

รองนายกสภาฯ :

    ศ.ดร.สุภา หารหนองบัว

    รศ.ดร.สุดเขตต์ นาคะเสถียร

    รศ.ดร.ประกิต สุขใย

    นายนภดล ไกรฤกษ์

เลขาธิการ : นายปวิช ต๊ะปินตา

รองเลขาธิการ : นางประไพ เสนาบุญฤทธิ์

เหรัญญิก : รศ.ดร.อุทุมพร พลาวงศ์

ปฏิคม : ผศ.รัจนา ชินพิทักษ์

นายทะเบียน : นายขวัญชัย กังเจริญ

สื่อสารองค์กร : นายชานนทร์ พันธุสินธุ

วิชาการ : ผศ.ดร.แอนนา วงษ์กุหลาบ



ทั้งนี้ สภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณคณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่กรุณาสละเวลาเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ประกาศ ณ วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

ติดตามข้อมูลข่าวสาร www.costat.or.th

Facebook สภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย


#ชยกฤต ศรีพัชรกุล​ ที่ปรึกษาสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย​(สภท.61ปี)​

ร้อยเอ็ด เดินหน้าจัดทำประวัติและเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พัฒนาสื่อสร้างสรรค์โครงการการ์ตูนแอนิเมชัน “มหัศจรรย์ร้อยเอ็ด 5 ตำนาน”

       ร้อยเอ็ด เดินหน้าจัดทำประวัติและเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พัฒนาสื่อสร้างสรรค์โครงการการ์ตูนแอนิเมชัน “มหัศจรรย์ร้อยเอ็ด 5 ตำนาน” 

 



   วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด (หลังเก่า) นายชัชวลาย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้นายพิชัยยา ตุระซอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำโครงการการ์ตูนแอนิเมชัน “มหัศจรรย์ร้อยเอ็ด 5 ตำนาน” โดยมีนายสมศักดิ์ สาโดด วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรม เข้าร่วมประชุมฯ 





   ในการประชุมมีเรื่องเสนอเพื่อทราบ เรื่อง คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำโครงการการ์ตูนแอนิเมชัน “มหัศจรรย์ร้อยเอ็ด 5 ตำนาน” และสถานที่เป้าหมาย จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย 

บ่อพันขันและพระธาตุพันขัน กู่พระโกนา กู่กาสิงห์ ปรางค์กู่ กู่คันธนาม 





ที่จะรวบรวมข้อมูล เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ความเป็นมา และคุณค่าทางวัฒนธรรมของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด  เพื่อนำไปจัดทำสื่อสร้างสรรค์ประชาสัมพันธ์และยกระดับภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดร้อยเอ็ดให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ที่ประชุมมีเรื่องเสนอเพื่อพิจารณา เกี่ยวกับ -ร่าง- กำหนดการลงพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 5 แห่ง อีกด้วย 



///// 


จันทร์เพ็ญ จารุจำรัส (เอ็ม)สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ ข่าว 

สุทธิชัย อุปปะ (เต็ม) บก.ข่าวไทยนิวส์ รายงาน 


 

ร้อยเอ็ด พิธีเททองหล่อพระพุทธรูป ณ วัดป่าทรงธรรม เสริมสิริมงคลและศรัทธาพุทธศาสนา

 ร้อยเอ็ด พิธีเททองหล่อพระพุทธรูป ณ วัดป่าทรงธรรม เสริมสิริมงคลและศรัทธาพุทธศาสนา  

 



วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วัดป่าทรงธรรม ตำบลธงธานี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี ลเรือตรี สุชาติ เปรมประเสริฐ เจ้าภาพผู้มีจิตศรัทธาเป็นผู้จัดสร้าง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธี  

 

 




การจัดสร้างในครั้งนี้ ประกอบด้วย พระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตัก 32 นิ้ว จำนวน 1 องค์ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปขนาด 9 นิ้ว จำนวน 19 องค์ และขนาด 5 นิ้ว จำนวน 99 องค์ รวมถึงการจัดสร้างเหรียญที่ระลึกจำนวน 500 เหรียญ เพื่อเปิดให้พุทธศาสนิกชนร่วมบูชาเป็นพุทธบูชาและสมทบทุนการก่อสร้าง 

 





 

พิธีเททองหล่อพระพุทธรูปในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมอันเป็นมงคลที่เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันสร้างกุศล เสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก่อให้เกิดความสามัคคีในชุมชน และเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป 

 


///// 

จันทร์เพ็ญ จารุจำรัส (เอ็ม)สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ ข่าว 

สุทธิชัย อุปปะ (เต็ม) บก.ข่าวไทยนิวส์ รายงาน 

รพ.จุฬาลงกรณ์ และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ผนึก ทรู ดิจิทัล อัพสเกลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ส่งทัพนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยบริการผู้ป่วย ดึงพลังเทคโนโลยี Digital Intelligence Fabric และ Physical AI เสริมแกร่ง Digital Hospital พร้อมก้าวสู่ยุค Smart Healthcare 5.0

 รพ.จุฬาลงกรณ์ และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ผนึก ทรู ดิจิทัล อัพสเกลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ส่งทัพนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยบริการผู้ป่วย ดึงพลังเทคโนโลยี Digital Intelligence Fabric และ Physical AI เสริมแกร่ง Digital Hospital พร้อมก้าวสู่ยุค Smart Healthcare 5.0

 


กรุงเทพฯ 30 มกราคม 2569 - โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ดึงพลังเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ Digital Intelligence Fabric ที่ถักทอเชื่อมโยงทุกเทคโนโลยีเป็นเนื้อเดียวกันตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หรือ Physical AI, คลาวด์ และ Robotics เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ปูทางสู่ยุค "Smart Healthcare 5.0" อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมเป็นต้นแบบมาตรฐานทางการแพทย์แห่งอนาคตในระดับภูมิภาค



ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของนวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์บริการทางการแพทย์ครบทุกมิติ ทั้งยกระดับคุณภาพบริการผู้ป่วย ช่วยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงาน ลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน และเสริมความแข็งแกร่งของโรงพยาบาลในการทรานฟอร์มสู่ Digital Hospital  โดยเริ่มจากต้นแบบ “HAPPY” หุ่นยนต์ช่วยบริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ที่ได้รับการอัพเกรดฟังก์ชันให้ทำงานได้แบบครบวงจรยิ่งขึ้น และอัพสเกลเพื่อรองรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น พร้อมต่อยอดสู่หุ่นยนต์น้องใหม่ “MELODY” และ “LUCKY” เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยกลุ่มมะเร็งต่อมไทรอยด์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังนำประสบการณ์จากการพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบไปขยายการให้บริการสู่กลุ่มผู้ป่วยในห้องกักโรค (Isolation ward) ผ่านการพัฒนานวัตกรรม “CORGI” หุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด สำหรับผู้ป่วยที่ถูกกักตัว เช่น ผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่โรค โดยผสาน Robotics เข้ากับ AI Model เพื่อช่วยวิเคราะห์ท่าทางและเสริมประสิทธิภาพการทำกายภาพบำบัด

 


รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีวิสัยทัศน์ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาล ขับเคลื่อนการทรานสฟอร์มสู่ Digital Hospital เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ ควบคู่กับการดูแลแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยดูแลบริการผู้ป่วยภายใต้ความร่วมมือกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ครั้งนี้ นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการผสานความเชี่ยวชาญและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จนเห็นผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพความสามารถของหุ่นยนต์ต้นแบบและขยายสเกลการใช้งาน รวมถึงพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์รุ่นใหม่ที่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยดูแลบริการผู้ป่วยเหล่านี้ นอกจากจะเพิ่มความพึงพอใจและยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยแล้ว ยังช่วยแบ่งเบาภาระและลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานในพื้นที่รักษาพยาบาลของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี เชื่อมั่นว่า ความสำเร็จนี้จะเป็นต้นแบบและเป็นการเริ่มต้นก้าวใหม่ในการต่อยอดขยายความร่วมมือ ไม่เพียงเพื่อการให้บริการภายในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่จะเชื่อมต่อการดูแลในโรงพยาบาลไปสู่สถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาลอื่น หรือบ้านและชุมชนได้ในอนาคต”

  


นายเอกราช ปัญจวิณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในครั้งนี้ มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การนำแนวคิด Digital Intelligence Fabric มาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการถักทอและเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ 5G และบรอดแบนด์ ไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลด้านสุขภาพที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ และรองรับการต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์ได้อย่างยั่งยืน บนรากฐานดังกล่าว ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ได้นำ เทคโนโลยี Physical AI ซึ่งเป็นการบูรณาการศักยภาพของคลาวด์ AI และ Robotics เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับหุ่นยนต์ให้มีความอัจฉริยะ สามารถรับรู้ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเสี่ยง และเสริมความปลอดภัยให้กับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ โดย ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยบริการผู้ป่วย ตั้งแต่การริเริ่มสร้างหุ่นยนต์ต้นแบบไปจนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับบริการอย่างใกล้ชิด เป็นมิตร และสร้างความพึงพอใจ ตลอดจนเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital Hospital และผลักดัน Digital Healthcare ให้เกิดขึ้นจริงในระบบสาธารณสุขไทย”

 


• จาก Physical AI ยุคเริ่มต้น สู่ “หุ่นยนต์ช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน” ที่อัพเกรดด้วยเทคโนโลยี AI ล่าสุด

กว่า 2 ปี หลังจากการเปิดตัว “HAPPY” หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของไทยในการนำหุ่นยนต์มาใช้ในงานด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์  ล่าสุด ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป อัพสเกลเปิดตัวหุ่นยนต์น้องใหม่ที่มีชื่อว่า “MELODY” และ “LUCKY” นำเทคโนโลยี AI มาต่อยอดเพื่อความอัจฉริยะในการประมวลผล เรียนรู้ได้เร็วขึ้น และมีความแม่นยํามากขึ้น ด้วยฟังก์ชันใหม่ที่เพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ได้มากขึ้น ประกอบด้วย การวัดปริมาณการแผ่รังสีจากผู้ป่วยก่อนออกจากโรงพยาบาล ซึ่งประมวลผลด้วย Image Process การประมวลผลการเดินของหุ่นยนต์แบบอัจฉริยะ และการสั่งการหุ่นยนต์หลายตัวให้ทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ และการทำงานร่วมกันกับพื้นที่ห้องผู้ป่วยและประตู 2 ชั้นได้แบบอัตโนมัติ

 


• พลัง Physical AI กำเนิดนวัตกรรม “หุ่นยนต์ทางการแพทย์ ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด”

ทรู ดิจิทัล นำประสบการณ์ และพลัง Physical AI จากความร่วมมือกับภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ ขยายบริการเข้าถึงกลุ่มผู้ป่วยวัณโรค พัฒนานวัตกรรม “หุ่นยนต์ผู้ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด” ที่มีชื่อว่า “CORGI” ที่จะเป็นเสมือนหนึ่งในทีมบุคลากรการแพทย์ช่วยดูแลและให้บริการผู้ป่วยติดเชื้อที่อยู่ในระยะให้ยาและรักษาในห้องแยกโรค เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

 


“CORGI” มีฟังก์ชันที่โดดเด่น ได้แก่ ส่ง ยา เวชภัณฑ์ และอาหารให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่ให้บริการหรือห้องพักผู้ป่วย การแพทย์ระยะไกลผ่านระบบวิดีโอคอล อำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วย เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยและให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการฝึกสมรรถภาพร่างกายได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนช่วยให้ความรู้การกายภาพ ประมวลผลท่าทางและความถูกต้องในการกายภาพด้วย AI พร้อมแสดงผลให้กับแพทย์และนักกายภาพ ผ่านอุปกรณ์แท็บเล็ตเพื่อประเมินแผนการรักษาต่อไป โดยสามารถเชื่อมโยงส่งข้อมูลภาพและผลตรวจแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานร่วมกันกับพื้นที่ห้องผู้ป่วยที่ควบคุมระบบความดันแบบพิเศษภายในห้องและประตู 2 ชั้นได้แบบอัตโนมัติ พร้อมรองรับการต่อยอดพัฒนาฟังก์ชันอื่นๆ ในอนาคต อาทิ สามารถปรับรูปแบบการฝึกตามแผนการฟื้นฟูของผู้ป่วยรายบุคคล ไม่ว่าจะเป็น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวหลังการผ่าตัด ด้วยการต่อยอด AI นำไปใช้ที่บ้านภายหลังการรักษา