วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568

 เครือข่ายธุรกิจบิสคลับราชบุรี  ร่วมกับสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.60ปี) มอบรองเท้าบูทผืนผ้ายางจำนวน 120 คู่ ให้กับมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง 



วันนี้ 3 เมษายน 2568 เวลา 14:00 น. ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง พลับพลาชัย กรุงเทพฯ 

   คุณศิริณณภัส สวัสดีวรนันท์ ผู้บริหารบริษัท ซี เอส ชู 2008 จำกัด ผู้ผลิตรองเท้าบูทผ้าพื้นยางแบรนด์ "ไทยนินจา"  ที่มีความคงทนสูงและเบา มอบให้กับมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง โดยมี คุณอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง, คุณนภาพร เชิญเกียรติประดับ ผู้จัดการฝ่ายบัญชี/การเงิน และ คุณกนิษฐา เชิดเกียรติวงศ์ หัวหน้าแผนกผู้บริจาคสัมพันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมรับมอบ

และยังมี นายกุณฑล ปูรณวัฒนกูล ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับราชบุรี และ นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย ร่วมมอบรองเท้า ทั้งนี้ เพื่อส่งมอบต่อให้กับอาสากู้ภัยมูลนิธิปอเต็กตึ้ง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้นำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุทกภัยแผ่นดินไหวในพื้นที่ต่างๆต่อไป./








#ธวัชชัย​ เฟื่องอนันต์กรรมการ​สภท.ถ่ายภาพ

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

#บจก.อากาศสดใส :ผู้ผลิตห่อฟอกอากาศ นวัตกรรมลดค่า PM 2.5

ถึงเวลาแล้ว? ชาวเกาะสมุยแนะใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด

 ถึงเวลาแล้ว? ชาวเกาะสมุยแนะใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด



ถึงเวลาหรือยัง! ที่เกาะต่างๆในไทย ควรใช้ไฟฟ้า จากพลังงานสะอาด หลังจากชาวบ้านบนเกาะสมุย รวมตัวคัดค้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่ให้นำรถผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันดีเซล (Mobile Generator) เข้ามาปั่นกระแสไฟฟ้าที่สถานีไฟฟ้าบ้านพังกา และที่อื่นๆบนเกาะสมุย เพราะชาวบ้านได้รับผลกระทบหนัก ทั้งเสียง และควัน ซึ่งมีผลต่อสุขภาพ



จากกรณีที่นาย อมฤต ศรีแสง ตัวแทนชาวบ้านหมู่ที่ 4 ตำบลตลิ่งงาน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งเสียง และควันจากรถโมบาย และเครื่องปั่นไฟ พร้อมชาวบ้านชุมชนบ้านพังกา หลายครัวเรือน รวมตัวกันคัดค้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาเกาะสมุย ที่จะนำรถโมบายปั่นไฟ และเครื่องปั่นไฟ กว่า 36 เครื่อง สำคัญคือจอดนานไม่ไปไหน มาติดตั้งที่สถานีไฟฟ้าบ้านพังกา ตำบลตลิ่งงาม เพื่อส่งกระแสไฟฟ้าให้กับชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย และ อำเภอเกาะพะงัน หลังจากประสบปัญหาสายเคเบิลใต้น้ำขนาด 115 kv ที่ส่งกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช มายังสถานีไฟฟ้า 2 อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เกิดชำรุดเสียหาย และยังไม่สามารถซ่อมแซมได้ เนื่องจากเกิดข้อพิพาทกับกองทัพเรือ และกรมเจ้าท่า



ซึ่งในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จึงได้นำรถโมบายมาติดตั้งปั่นกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ แต่กลับส่งผลกระทบต่อชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงสถานีไฟฟ้า ทั้งเสียงดังจากเครื่องปั่นไฟ ของรถโมบาย รวมถึงควันจากเครื่องปั่นไฟ ที่ลอยกระจายไปในชุมชน จึงทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ออกมาคัดค้านดังกล่าว



เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว วันนี้ (3 เม.ย.68) ทีมข่าวได้สอบถามไปยังแหล่งข่าวในการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับชาวบ้านในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะต่างๆ โดยให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ควรใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่ ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันทั้งโลกว่า มีต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าต่ำกว่า ฟอสซิล อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อยู่กับชุมชนได้อย่างกลมกลืน เพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านบนเกาะสมุยที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้



ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ถึงแม้ว่าแนวทางแก้ไขจะเป็นความคิดที่ดี แต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่นั้นยังมีปัญหาอื่นตามมา คือเสียงจากการติดตั้งพัดลมระบายความร้อนให้กับแบตเตอรี่เก็บกระแสไฟฟ้า จึงอยากให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาเกาะสมุย ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่ให้กับชาวบ้านทุกหลังคาเรือน และอีกทั้งให้เอกชนบนเกาะลงทุนติด โซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ บนหลังคาและเข้าแบตเตอรี่เพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งเป็นการเพิ่มไฟฟ้าสีเขียว เพื่อธุรกิจสีเขียว ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้กับเกาะสมุยอีกทางหนึ่ง เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนให้



เครือข่ายธุรกิจบิสคลับราชบุรี ร่วมกับสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.60ปี) มอบรองเท้าบูทผืนผ้ายางอย่างดีจำนวน 120 คู่ ให้กับมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

 เครือข่ายธุรกิจบิสคลับราชบุรี  ร่วมกับสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.60ปี) มอบรองเท้าบูทผืนผ้ายางอย่างดีจำนวน 120 คู่ ให้กับมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง



วันนี้ 3 เมษายน 2568 เวลา 14:00 น. ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง พลับพลาชัย กรุงเทพฯ 

   คุณศิริณณภัส สวัสดีวรนันท์ ผู้บริหารบริษัท ซี เอส ชู 2008 จำกัด ผู้ผลิตรองเท้าบูทผ้าแบรนด์ "ไทยนินจา" นำรองเท้านินจา รองเท้าบูทผ้าพื้นยาง ที่มีความคงทนสูงและเบา มอบให้กับมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง โดยมี คุณอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง, คุณนภาพร เชิญเกียรติประดับ ผู้จัดการฝ่ายบัญชี/การเงิน และ คุณกนิษฐา เชิดเกียรติวงศ์ หัวหน้าแผนกผู้บริจาคสัมพันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมรับมอบ

และยังมี นายกุลฑล ปูรณวัฒนกุล ประธานเครือข่ายธุรกิจบอสคลับราชบุรี และ นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย ร่วมมอบรองเท้า ทั้งนี้ เพื่อส่งมอบต่อให้กับอาสากู้ภัยมูลนิธิปอเต็กตึ้ง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้นำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุทกภัยแผ่นดินไหวในพื้นที่ต่างๆต่อไป.







#ธวัชชัย​ เฟื่องอนันต์กรรมการ​สภท.ถ่ายภาพ

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

#บจก.อากาศสดใส :ผู้ผลิตห่อฟอกอากาศ นวัตกรรมลดค่า PM 2.5

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2568 ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.สมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2568 ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.สมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

.



วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568) และเมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ นำทีมเจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงาน เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2568 โดยเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เครื่องคาวหวาน กระดาษเงิน-กระดาษทอง และดอกไม้หอม ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

.




เทศกาลเช็งเม้ง กำหนดจัดขึ้นในระหว่างเดือน 2-3 ของจีน ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณต้นเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลที่แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่สืบทอดมายาวนานกว่าพันปี ก่อนวันพิธี จะมีการทำความสะอาดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ หลังจากนั้นในวันพิธีจะมีการเซ่นไหว้อาหารคาวหวาน เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษ เมื่อไปอยู่อีกภพหนึ่ง

.





ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.







ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

เพราะห่วงใยสุขภาพพนักงาน...ทรู คอร์ปอเรชั่น ลงนามความร่วมมือกับ รพ.จุฬาฯ ยกระดับสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลแก่พนักงานทรู

 เพราะห่วงใยสุขภาพพนักงาน...ทรู คอร์ปอเรชั่น ลงนามความร่วมมือกับ รพ.จุฬาฯ ยกระดับสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลแก่พนักงานทรู 



กรุงเทพฯ 3 เมษายน 2568 – โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ย้ำภาพผู้นำด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ และการให้บริการสุขภาพที่ทันสมัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้าน Well Being กับ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อมอบประสบการณ์การรักษาพยาบาลที่สะดวก รวดเร็ว และไร้รอยต่อให้แก่พนักงานทรู โดยรองศาสตราจารย์นายแพทย์ ฉันชาย สิทธิพันธุ์ (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และนางสาวศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ (ที่ 4 จากขวา) หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมลงนามในพิธีดังกล่าว



ความร่วมมือครั้งนี้จะอำนวยความสะดวกให้พนักงานทรูสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้ทั้งในกรณีผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า อีกทั้งระบบการตรวจสอบสิทธิและประวัติการรักษาสามารถดำเนินการได้แบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่ทันสมัยของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ลดขั้นตอนการใช้เอกสาร และช่วยให้พนักงานได้รับบริการทางการแพทย์อย่างสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถตรวจสอบผลการรักษา นัดหมายแพทย์ และจัดการเอกสารค่าใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน Chula Care ได้อย่างครบวงจร


การดำเนินการครั้งนี้นอกจากจะสะท้อนถึงความเป็นโรงพยาบาลดิจิทัลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว  ยังสอดคล้องกับความตั้งใจของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่มุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีที่สุด (Best Place to Work) โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงาน ดูแลสุขภาพของบุคลากรอย่างรอบด้าน และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับสวัสดิการขององค์กรให้สอดคล้องกับแนวทางแห่งอนาคต


ภายในงานลงนามบันทึกข้อตกลง ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์นายแพทย์นิพนธ์ เขมะเพชร (ที่ 3 จากซ้าย) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายการคลัง ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สิทธิศักดิ์ หรรษาเวก (ขวาสุด) รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายแพทย์เพชร อลิสานันท์ (ซ้ายสุด) ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ด้านการเงิน ฝ่ายการคลัง และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ภาณุวัฒน์ ชุติวงศ์ (ที่ 2 จากซ้าย) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายเอกราช ปัญจวีณิน (ที่ 3 จากขวา) หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ดร.ธีรเดช ดำรงพลาสิทธิ์ (ที่ 2 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย


การผนึกกำลังครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลชั้นนำและองค์กรชั้นนำของประเทศ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานและประชาชนอย่างยั่งยืน

_____


#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

สสส. สานพลัง สคอ.-ภาคี เดินหน้าลดอุบัติเหตุสงกรานต์ ชูแคมเปญ “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร”เผยสถิติ 7 วันอันตรายปี 2567 อุบัติเหตุคร่าชีวิต 287 ราย ดื่มแล้วขับเป็นเหตุ 22.7% ชวนทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์ เพิ่มมาตรการป้องกัน หวังสงกรานต์ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ร่วมรักษาวัฒนธรรมสงกรานต์วิถีไทย ชวนสร้างพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ถนนตระกูลข้าวปลอดเหล้า 60 พื้นที่

   

 

สสส. สานพลัง สคอ.-ภาคี เดินหน้าลดอุบัติเหตุสงกรานต์ ชูแคมเปญ “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร”เผยสถิติ 7 วันอันตรายปี 2567 อุบัติเหตุคร่าชีวิต 287 ราย ดื่มแล้วขับเป็นเหตุ 22.7% ชวนทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์ เพิ่มมาตรการป้องกัน หวังสงกรานต์ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ร่วมรักษาวัฒนธรรมสงกรานต์วิถีไทย ชวนสร้างพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ถนนตระกูลข้าวปลอดเหล้า 60 พื้นที่



เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 เม.ย. 2568 ที่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) และภาคีเครือข่าย แถลงข่าว “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร” เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาล ชี้ให้เห็นโทษและผลกระทบของการดื่มแล้วขับที่มีความรุนแรงและสร้างความสูญเสีย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน 7 วันอันตรายช่วงเทศกาล 2567 พบ เกิดอุบัติเหตุ 2,044 ครั้ง บาดเจ็บ 2,060 ราย เสียชีวิต 287 ราย สาเหตุเกิดจากขับเร็ว 41.49% ดื่มแล้วขับ 22.7% ตัดหน้ากระชั้นชิด 18.1% แม้การทำงานลดอุบัติเหตุทางถนนจะมีมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มข้น แต่จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการดื่มแล้วขับยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องป้องกัน เพื่อลดความสูญเสีย สสส. จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยทางถนน ดื่มไม่ขับ ไม่ขับเร็ว สงกรานต์นี้ สสส. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์ “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร” สื่อสารกระตุ้นเตือนให้คนตระหนักถึงผลกระทบของการดื่มแอลกอฮอล์ หลังถูกดูดซึมเข้าร่างกายส่งผลต่อการขับขี่ ทำให้ตอบสนองช้าลง ตัดสินใจเบรกไม่ทัน กะระยะผิดพลาด นำไปสู่อุบัติเหตุและการสูญเสีย การตัดสินใจขับขี่เพียงเสี้ยววินาทีอาจเป็นตัวแปรที่เปลี่ยนชีวิตของผู้ใช้ถนนไปตลอดกาล ชวนภาคีเครือข่ายร่วมสร้างวัฒนธรรมสงกรานต์วิถีไทย ชวนสร้างพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย-ปลอดเหล้า





“สงกรานต์นี้ สสส. ร่วมกับ 1. มูลนิธิเมาไม่ขับและเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกว่า 100 เครือข่ายทั่วประเทศ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัย 2. ร่วมกับเครือข่ายตำบลสุขภาวะ 2,000 แห่ง และมี 189 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 35 อำเภอ 20 จังหวัด ดำเนินการเข้มข้นดูแลประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้าง “ตำบลขับขี่ปลอดภัย” และดูแลพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ใน 222 อำเภอเสี่ยง เน้นดื่มไม่ขับ-ไม่ขับเร็ว-สวมหมวกนิรภัย และตั้งด่านชุมชน-ด่านปากหวาน เน้นการป้องปรามและตักเตือนเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ชุมชน 3. พร้อมสนับสนุนอาสาสมัครจราจร และเยาวชน Gen Z เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง 4. ร่วมกับหน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคมขยายมาตรการ “สงกรานต์วิถีไทย สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” สร้างความปลอดภัยในพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย ร่วมกันผลักดัน “พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้าปลอดภัย” กว่า 100 พื้นที่ มีถนนตระกูลข้าว ปลอดเหล้า 60 พื้นที่” นพ.พงศ์เทพ กล่าว




นายดุสิต ศิริวราศัย ผู้อำนวยการกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไก ศปถ.ทุกระดับ ทั้ง ศปถ.กทม. ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน อปท. และอำเภอ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัย และใช้กลไกสังคมเพื่อป้องปราม ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่อย่างเข้มข้น โดยแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเน้นจัดการความเสี่ยง เร็ว เมา หมวก และกำหนดมาตรการเชิงรุกในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง การบรรทุกของหรือผู้โดยสารในกระบะท้ายในลักษณะที่อาจเกิดอันตราย และการทำประกันภัยภาคบังคับ ภาคสมัครใจ

“สำหรับพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ที่ปลอดภัย (Zoning) ปภ. มีมาตรการดูแลทั้งความปลอดภัยในการเดินทาง ควบคู่กับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากการเกิดอาชญากรรม ประชาสัมพันธ์ร้านค้าและสถานประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามเวลาที่กำหนด และห้ามขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และคนเมาสุรา สถานที่ห้ามขายและห้ามดื่ม พร้อมกำหนดโซนห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ซึ่งต้องดำเนินการร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน” นายดุสิต กล่าว




นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้  สคอ. ร่วมกับ สสส. สนับสนุนการทำงานของกลไก ศปถ. หลัก ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการสื่อสารกระตุ้นเตือนสังคมให้รับรู้ถึงความเสี่ยง ความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาล โดยจะผลิตในรูปแบบสื่อรณรงค์ ภายใต้แคมเปญ “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร” กระจายไปยังภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ และร่วมกับกลไก ศปถ.หลัก ติดตามเฝ้าระวังตลอด 7 วัน  พร้อมกับลงพื้นที่ค้นหาความจริงเพิ่มเติมกรณีเกิดอุบัติเหตุใหญ่ นำมาวิเคราะห์เจาะลึกสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร กำหนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต่อไป





นางสาวดุษฎี ปรีชากร รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี  กล่าวว่า อบต.ท่าคอยดำเนินการตำบลขับขี่ปลอดภัย ได้แก่ 1. กลไกการจัดการที่เข้มแข็งโดยมีการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ศปถ.อปท.) หรือการตั้งคณะทำงาน 2. ดำเนินแผนกิจกรรมการสวมหมวกนิรภัย 100% 3. แผนหรือกิจกรรมการลดการเสียชีวิตจากการ “ดื่มขับ” 4. แก้ไขจุดเสี่ยงใน อปท.โดยเกณฑ์ที่สอดคล้องกับนโยบายของ ศปถ. และใช้แผนการป้องกันและลดอุบัติเหตุของ สสส. โดยแบ่งเป็นระยะก่อนเกิดเหตุ ประชุมและซักซ้อมแผนการดำเนินกิจกรรมก่อนเทศกาล มีการให้บริการตรวจเช็คสภาพรถ ปรับปรุงภูมิทัศน์ข้างทาง ซ่อมถนน ซ่อมไฟ และ ระยะเกิดเหตุ มีแผนการบริการและช่วยเหลือ การบริการตั้งด่านชุมชน และด่านบริการประชาชน เตรียมบุคลากรทางด้านการแพทย์ จากโรงพยาบาลท่ายาง บุคคลากรระงับเหตุจากสถานีตำรวจภูธรท่ายาง รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิง  ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และประสานส่งต่อรถกู้ชีพกู้ภัย รวมถึงจัดการความเสี่ยง โดยเฉพาะคนที่ดื่มแล้วขับ ตักเตือนเมื่อพบเจอ ผู้นำเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้รถ ใช้ถนน ซึ่งเทศกาลสงกรานต์ 2567 ที่ผ่านมาในพื้นที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้บาดเจ็บ 4 คนเท่านั้น สาเหตุเกิดจากไม่มีสัญญาณจราจร และเป็นแยกวัดใจ​




​​นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นเครือข่ายที่ทำงานกับเคสอุบัติเหตุทางถนน  ขอยกเคสตัวอย่างที่ทำงานด้วย เมื่อ ปี 2560 เหยื่อเมาแล้วขับ 5 ศพ ผู้ประสบเหตุคือกู้ภัยและตำรวจที่กำลังไปช่วยอุบัติเหตุบนถนน แต่กลับเจออุบัติเหตุซ้ำซ้อน ทุกวันนี้ พ่อ แม่ ผู้เสียชีวิต 1 ใน 5 ไม่เคยผ่านแถวนั้นเลย เพราะรับไม่ได้กับการสูญเสียลูกชายวัยกำลังเรียน ความรู้สึกของหลายครอบครัวไม่มีความสุข หดหู่ ความสุขทางใจไม่มีอีกแล้ว ทุกความสูญเสียไม่ได้อยู่กับผู้สูญเสียแค่ 7 หรือ 10 วัน แต่อยู่กับคนในครอบครัวที่สูญเสียตลอดไป ยิ่งการผ่อนปรนการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกิดขึ้น คนยิ่งไม่กลัว สงกรานต์นี้ จึงอยากให้ทุกคนฉลองสงกรานต์อย่างมีความสุข อยู่บ้านกับครอบครัว หากดื่มก็ควรอยู่บ้านเพื่อไม่ออกมาเป็นฆาตกรทำร้ายเพื่อนร่วมทางถนน //////////////////////////////////////////////////////////////

พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 (นบ.9-1) ออกปฏิบัติหน้าที่ ตรวจราชการ ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2568

 พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 (นบ.9-1) ออกปฏิบัติหน้าที่ ตรวจราชการ ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2568



ยังคงออกตรวจราชการอย่างสม่ำเสมอในทุกวัน สำหรับ พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 และที่มีเพิ่มเติมในแต่ละวันคือวิชาความรู้ที่จะสอดแทรกเพิ่มเติมให้กับข้าราชการตำรวจในแต่ละสายงาน โดยคำนึงถึงมาตรการในการป้องกันปราบปราม และเน้นย้ำเสมอทุกครั้ง ในเรื่องนโยบายจาก ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 รวมถึงแสดงความห่วงใยผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนาย โดยจะสอบถามทุกครั้งถึงสภาวะจิตใจหรือในเรื่องของปัญหาว่าติดขัดหรือมีความประสงค์ที่จะให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนในเรื่องใดหรือไม่ และในด้านของมวลชนสัมพันธ์ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนที่ได้เข้าพบปะพูดคุย รวมถึงได้สอบถามเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดและในด้านอาชญากรรม ในภาพรวมได้ครองใจประชาชนที่มีความห่วงใยพูดคุยในยามค่ำคืน อีกทั้งตรวจเข้มตามร้านทองในพื้นที่ บก.น.9 ทุกแห่ง และให้แนวทางปฏิบัติในการป้องกันเหตุ








     มาดูผลปฏิบัติในการออกตรวจในแต่ละวันตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม ถึงวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2568 มีดังนี้

☆ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.68 เวลา 15.20 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 เข้าตรวจเยี่ยม สน.หลักสอง โดยพบกับ พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.ฯ, รอง ผกก.ป.ฯ, รอง ผกก (สอบสวน)ฯ(3), (31), สวป.ฯ (2-2), พงส.เวร พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุรายงานตัว พร้อมปฏิบัติหน้าที่ และได้อบรมปล่อยแถวงานป้องกันปราบปราม พร้อมทั้งได้กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 รวมถึงกำชับให้ปฏิบัติเรื่องการตัดผม ตามคำสั่งของ ผบ.ตร.ที่ได้สั่งการไว้ และได้สอบถามว่าปัญหาหรือความไม่สบายใจอะไรในการปฏิบัติหน้าที่ หรือมีความประสงค์ที่จะให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนในเรื่องใด








☆ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2568 เวลา 17.20 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 เข้าตรวจเยี่ยม สน.ท่าข้าม โดยพบกับ พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.ฯ, รอง ผกก.ป.ฯ, สวป.ฯ (2-2), พงส.เวร พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน 

เจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุ รายงานตัว พร้อมปฏิบัติหน้าที่และอบรมปฐมนิเทศ นักเรียนอบรมฝึกงานสอบสวน รวมถึงยังได้กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 และได้กำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย

และได้สอบถามปัญหาความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ หรือมีความประสงค์ที่จะให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนเรื่องใด








☆ วันนี้ 31 มีาาคม พ.ศ.2568 เวลา 19.19 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 เข้าปฏิบัติหน้าที่มวลชนสัมพันธ์ ร่วมกับ พ.ต.ท.สุชาติ เกษา สวป.สน.เทียนทะเล ณ บริเวณ สวนเทียนทะเลพัฒนา พฤกษาภิรมย์ พื้นที่ สน.เทียนทะเล และสอบถาม รปภ.ถึงเบาะแสอาชญากรรมในพื้นที่ เหตุการณ์ทั่วไปเป็นปกติ

☆ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2568  เวลา 19.45 น.พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 เข้าตรวจเยี่ยม สน.เทียนทะเล โดยพบกับ ร.ต.อ.หัสดี สันตินิยม รอง สว.(สอบสวน)ฯ พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุรายงานตัวพร้อมปฏิบัติหน้าที่ และยังได้กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 พร้อมกับกำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย และยังได้สอบถามถึงปัญหาความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ หรือมีความประสงค์ที่จะให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนในเรื่องใด

☆ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2568 เวลา 20.28 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 เข้าตรวจเยี่ยม สน.บางขุนเทียน โดยพบกับ พ.ต.ท.กฤษฏ์ นพเดชกุลจิรา สวป.ฯ, พงส.เวร พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุรายงานตัวพร้อมปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 รวมถึงได้กำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย และได้สอบถามปัญหาถึงความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ หรือมีความประสงค์ที่จะให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนในเรื่องใด





☆ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2568 เวลา 20.50 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ปฏิบัติหน้าที่มวลชนสัมพันธ์ ร่วมกับ พ.ต.ท.กฤษฏ์ นพเดชกุลจิรา

สวป.สน.บางขุนเทียน ณ บริเวณ โฮมโปร กัลปพฤกษ์ พื้นที่ สน.บางขุนเทียน และยังได้สอบถามประชาชน ถึงเบาะแสอาชญากรรมในพื้นที่ เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

☆ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2568 เวลา 13.25 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ออกปฏิบัติหน้าที่มวลชนสัมพันธ์ ร่วมกับ พ.ต.ต.อาทิตย์ ประเทือง สวป.สน.บางบอน (2-2) ณ บริเวณ ร้านทองไทยนิรันดร์ ถนนเอกชัย-บางบอน พื้นที่ สน.บางบอน และได้เข้าสอบถามเบาะแสยาเสพติด และอาชญากรรมกับประชาชนในพื้นที่ เหตุการณ์ทั่วไปเป็นปกติ





☆ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2568 เวลา 13.40 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 เข้าตรวจเยี่ยม สน.บางบอน โดยพบ พ.ต.อ.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา ผกก.สน.บางบอน, รอง ผกก.(สอบสวน), รอง ผกก.ป., สว.จร., สว.อก., พงส.เวร และได้ประถมนิเทศน์ นสต.บรรจุใหม่ และ นรต.ฝึกงานสอบสวน พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุรายงานตัวพร้อมปฏิบัติหน้าที่ โดยได้กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 รวมถึงยังได้กำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย และได้สอบถามถึงปัญหาความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ว่ามีหรือไม่อย่างไร หรือมีความประสงค์ที่จะให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนในเรื่องใด

☆ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2568 เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ได้ร่วมกับ พ.ต.อ.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา ผกก.สน.บางบอน, รอง ผกก.ป. และ สวป.สังกัด บก.น.9 เข้าร่วมประชุมวิเคราะห์อาชญากรรมประจำสัปดาห์ ณ ห้องประชุม ศปก.สน.บางบอน

☆ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2568 เวลา 15.30 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 ได้เข้าตรวจเยี่ยม สน.หนองแขม โดยพบ พ.ต.ท.วิวัฒน์ วงษ์สุนทร รอง ผกก.ป.สน.หนองแขม, สวป.(2-3), รอง สวป., ตชส., ธุรการ ป. และ พงส.เวร แลพได้ร่วม

1 ) ประชุมชี้แจงงานชุมชนสัมพันธ์ งานอำนวยการ และอบรม ปล่อยแถวงานป้องกันปราบปราม

2 ) อบรม ชี้แจงพนักงานสอบสวน เรื่องอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ

รวมถึงได้กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 พร้อมทั้งกำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย และได้สอบถามถึงปัญหาความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ว่ามีอะไรหรือไม่ หรือมีความประสงค์ที่จะให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนในเรื่องใด




☆ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2568 เวลา 17.00 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 เข้าตรวจเยี่ยม ร้านค้าทอง ณ บริเวณห้างเซ็นทรัล พระราม 2 ถนนพระราม2 ร่วมกับ พ.ต.ท.ศิวัช พุ่มนุ่ม รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม, ชุดจู่โจม, สายตรวจเขต 121, สายตรวจเดินเท้า ได้ประชาสัมพันธ์การป้องกันเหตุแก่ผู้ประกอบการร้านค้าทอง ตามข้อสั่งการของ ผบช.น.และ รอง ผบช.น.(น.7)

พื้นที่ สน.ท่าข้าม โดยเหตุการณ์ทั่วไปเป็นปกติ

☆ วันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2568 เวลา 16.00 น. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 เข้าตรวจเยี่ยม สน.ท่าข้าม  ฝโดยพบ พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.สน.ท่าข้าม, พ.ต.ท.ธรรมรักษ์ เรืองดิษฐ์

รอง ผกก.(สอบสวน)(หน.) และ พงส.เวร พร้อมผู้ช่วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สิบเวรวิทยุรายงานตัวพร้อมปฏิบัติหน้าที่ และได้กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.ที่มีข้อสั่งการไว้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 รวมถึงได้กำชับไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย และได้สอบถามถึงปัญหาความไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ว่ามีอะไรหรือไม่ หรือมีความประสงค์ที่จะให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนในเรื่องใด


ขอขอบคุณ

พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี

รอง ผบก.น.9 (นบ.9-1)

สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร