วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ฟิซิเยฟ หวังไต่ TOP5 โวลั่นขอสยบ รุฟฟี่ ในศึก UFC325 อาทิตย์นี้

 ฟิซิเยฟ หวังไต่ TOP5 โวลั่นขอสยบ รุฟฟี่ ในศึก UFC325 อาทิตย์นี้



ราฟาเอล ฟิซิเยฟ ยอดฝีมือจากคาซัคสถาน ประกาศขอพิชิต เมาริซิโอ รุฟฟี คู่ต่อกรจากบราซิล เพื่อต่อยอดการพุ่งสู่เป้าหมาย TOP5 ให้ได้ในปี 2026 ก่อนขึ้นสังเวียนในเมนการ์ดของศึก UFC 325 : VOLCANOVSKI VS LOPES 2 ณ Qudos Bank Arena, ซิดนีย์ โอลิมปิค ปาร์ค ,ออสเตรเลียวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้


ราฟาเอล ฟิซิเยฟ วัย 32 ปีเจ้าของสถิติชนะ 13 แพ้ 4 เปิดใจถึงความพร้อม และบรรยากาศที่ออสเตรเลีย ก่อนขึ้นสังเวียนในศึก UFC 325 ที่ ในวันอาทิตย์นี้ว่า



“ผมแทบไม่ได้พักเลย ในช่วงเทศกาลปีใหม่เพราะผมยังคงอยู่ในแคมป์ฝึกซ้อม เพื่อเตรียมตัวสำหรับไฟต์นี้ ผมได้กินอาหารพิเศษเล็กน้อยเท่านั้น และตอนนี้ผมยังซ้อมหนักเหมือนเดิม ไม่มีวันหยุดเลย”


“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเยือนออสเตรเลีย และรู้สึกประทับใจกับธรรมชาติและบรรยากาศที่แตกต่างจากที่อื่น นี่คือประเทศใหม่ สำหรับผม ทุกอย่างแตกต่างออกไป ทั้งธรรมชาติ สัตว์ รวมทั้งวิวทะเล ผมรู้สึกสนุกกับการอยู่ที่นี่”


“ส่วนตอนนี้ผมยังไม่คิดเรื่องไฟต์มากนัก ผมพยายามผ่อนคลายและรักษาพลังงานที่ดีไว้ ก่อนขึ้นสังเวียนในวันอาทิตย์นี้”


สำหรับศึก UFC325 นักสู้เจ้าของฉายา ATAMAN จะดวลกับ เมาริซิโอ รุฟฟี ตัวอันตรายวัย 29 ปีที่มาพร้อมสถิติชนะ 12 แพ้ 2 โดยก่อนขึ้นสังเวียน ฟิซิเยฟ ได้กล่าวถึงคู่แข่งรายนี้ พร้อมกับเป้าหมายในปี 2026 ว่า



“เขาเป็นนักสู้ที่ดี มีพลังหมัดอันหนักหน่วง เขาเป็นนักสู้สไตล์คิกบ็อกซิ่ง ผสมกับมวยสากล เขามีการสวนกลับที่อันตราย แต่ผมเคยเจอคู่ต่อสู้แบบนี้มาเยอะในชีวิตการเป็นนักสู้ของผม”


“เป้าหมายของผมยังคงเหมือนเดิม นั่นคือเดินหน้าต่อไปเพื่อไต่แรงกิ้ง เข้าใกล้ TOP 5 และเข้าใกล้เข็มขัดแชมป์ให้มากที่สุด และเข้าใกล้เข็มขัดแชมป์ให้มากที่สุด นี่คือเป้าหมายที่ไม่เคยเปลี่ยน”


นอกจากนี้ ฟิซิเยฟ ยังเล่าถึงความผูกพันธ์กับมวยไทย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในสังเวียนการต่อสู้ของตัวเอง โดยเผยว่า 


“ผมเคยเป็นนักมวยไทยมาก่อน ขึ้นชกมวยไทยรายการมาตรฐานมาแล้วมากมาย ทั้งระดับสมัครเล่นและอาชีพ ผมเคยคว้าเหรียญในรายการชิงแชมป์โลก IFMA ถึง 3 ครั้ง และผมยังเคยชนะนักมวยระดับแชมเปียนส์เวทีลุมพินี และราชดำเนิน มาแล้ว


“แม้ผมจะมีพื้นฐานมวยไทยที่ดีมาก แต่ปัจจุบันผมไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักมวยไทยชื่อดังมากนัก เพราะตอนนี้ผมเป็นนักสู้ MMA เต็มตัวแล้ว”


สำหรับมุมมองของ ฟิซิเยฟ การดวลกับนักมวยไทย ในกติกา MMA ซึ่งนักสู้จากคาซัคสถานก็ตอบอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเอ่ยชื่อนักมวยไทย ที่ตัวเองอยากลงนวมด้วนสักครั้งว่า



“ผมคิดว่ามันไม่ยุติธรรม ถ้าให้นักมวยไทยมาสู้ในกติกา MMA เพราะพวกเขาไม่ได้ถนัดมวยปล้ำหรือการต่อสู้ภาคพื้นดิน ผมเคารพนักมวยไทยมาก และไม่อยากให้พวกเขาดูแย่ในกติกาที่ไม่ถนัด หากผมเลือกได้ ผมอยากจะลงนวมกับ ซุปเปอร์บอน ดูสักครั้ง มากกว่าการขึ้นสังเวียนมวยไทยจริงๆเสียอีก”


สำหรับการต่อสู้ภายใต้รายการ UFC 325 : VOLCANOVSKI VS LOPES 2 จะระเบิดศึก ณ สังเวียน Qudos Bank Arena, ซิดนีย์ โอลิมปิค ปาร์ค ,ออสเตรเลียวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้  คู่หลักของรายการเริ่มเวลา 09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย 


แฟนหมัดมวยชาวไทยติดตามชมได้ทางช่อง TRUE SPORTS HD3 (668) และแอปพลิเคชั่น UFC Fight Pass http://ufc.com/event/ufc-325


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ UFC Thailand ได้ที่ 

Facebook 👉 https://www.facebook.com/UFCThailand

Instragram 👉 https://www.instagram.com/ufcthailand

ผ่าฉากทัศน์การเมืองไทย 2569 วงเสวนา 'บนยศ.1' เตือนรัฐติดหล่มอำนาจ หวั่นต่างชาติแทรกซึม-วิกฤตคอร์รัปชันพาสู่ ‘Fail State’

 ผ่าฉากทัศน์การเมืองไทย 2569 วงเสวนา 'บนยศ.1' เตือนรัฐติดหล่มอำนาจ หวั่นต่างชาติแทรกซึม-วิกฤตคอร์รัปชันพาสู่ ‘Fail State’




กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ณ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอรีน ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงผู้นำการเมืองเชิงยุทธศาสตร์ รุ่นที่ 1 (บนยศ.1) โดย CEO CONNEXT ได้มีการจัดเสวนาวิชาการหัวข้อสำคัญ “ฉากทัศน์การเมืองไทย 3–5 ปีข้างหน้า : โอกาส ความเสี่ยง และบทบาทผู้นำ” ท่ามกลางบรรยากาศการจับตาอนาคตประเทศจากหลายภาคส่วน



วงเสวนาซึ่งประกอบด้วยอดีตสมาชิกวุฒิสภาและสว. ชุดปัจจุบัน อาทิ ดร.สมชาย แสวงการ, นายจตุรงค์ เสริมสุข, นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร, นายชินโชติ แสงสังข์ และ ดร.เอกชัย เรืองรัตน์ ร่วมกันฉายภาพความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง โดยระบุว่าการเมืองไทยในช่วง 3–5 ปีจากนี้ มิใช่เพียงการผลัดใบทางการเมือง แต่คือ “ความเคลื่อนไหวเชิงพลวัต” (Dynamic Movement) ที่มุ่งเป้าทำลายความเข้มแข็งของกลไกอำนาจเดิมและสถาบันหลักของชาติ ผ่านกระบวนการระดมมวลชนและการจัดตั้งที่ซับซ้อน



ประเด็นที่แหลมคมที่สุดในเวที คือการกล่าวถึง “ปัจจัยแทรกซ้อนภายนอก” โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของมหาอำนาจตะวันตกที่เข้ามาสนับสนุนฝ่ายการเมืองในประเทศ ทั้งในมิติทางนโยบายและงบประมาณ ซึ่งถูกมองว่าเป็นยุทธศาสตร์ครอบงำอำนาจผ่านตัวแทน (Proxy) ที่อาจส่งผลกระทบต่ออธิปไตยและเสถียรภาพในระยะยาว หากการรุกคืบนี้สัมฤทธิผลจะส่งผลสะเทือนต่อโครงสร้างรัฐบาลและประชาชนอย่างมิอาจเลี่ยง



ในมิติของความน่าเชื่อถือ วงเสวนาสะท้อนภาพความล้มเหลวของระบบราชการและกระบวนการยุติธรรม โดนเฉพาะความตกต่ำของดัชนี CPI ประเทศไทยร่วงหล่นจากการเป็นผู้นำอาเซียนสู่ท้ายตาราง โดยมีแนวโน้มจะถูกฟิลิปปินส์แซงหน้าในเร็ววัน วัฒนธรรมส่วย การจ่ายเงินใต้โต๊ะถูกทำให้กลายเป็นเรื่องปกติในทุกลำดับชั้น ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจนถึงกลไกในเรือนจำ ซึ่งเป็นชนวนเหตุสำคัญที่อาจนำไปสู่การลุกฮือของมวลชนเมื่อถึงจุดที่สังคม “ทนไม่ไหว“ และกับดักความขัดแย้ง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและสิงคโปร์ก้าวข้ามไปสู่ยุคเทคโนโลยีและ AI แต่ไทยยังคงติดหล่มความขัดแย้งระหว่างแนวคิดเก่าและใหม่ จนเศรษฐกิจชะงักงัน



ช่วงท้ายของการเสวนาได้ตั้งข้อสังเกตถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ว่านักการเมืองส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาวะ “รู้ผลล่วงหน้า” แต่ไร้ซึ่งความกล้าที่จะเผชิญความจริง บรรยากาศในปี 2569 ถูกนิยามว่ามีความ “วังเวง” และเปี่ยมด้วยความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยวิกฤตในปี 2549 และ 2559



เวที CEO CONNEXT ทิ้งท้ายด้วยข้อเสนอแนะถึงผู้มีอำนาจว่า ประเทศไทยกำลังเดินเข้าใกล้สภาวะ “รัฐล้มเหลว” (Fail State) ทุกขณะ หากยังขาดการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่เด็ดขาด และการปฏิรูปโครงสร้างที่แท้จริง โจทย์ใหญ่จึงมิใช่เพียงการชิงอำนาจรัฐ แต่คือการหาผู้นำที่กล้าพาประเทศออกจากหล่มความขัดแย้งก่อนที่วิกฤตจะสายเกินแก้



Canchaonews | เข้ม ชัด ตรง


#canchaonews #canchaonews.com # CEO CONNEXT #ผู้นำการเมืองเชิงยุทธศาสตร์ รุ่นที่ 1 #ฉากทัศน์การเมืองไทย #เลือกตั้ง 2569