SCGC ผนึกภาครัฐ ยกระดับความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมพลาสติก รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมผลักดันมาตรฐานพลาสติกรีไซเคิลของไทยสู่ระดับสากล
กรุงเทพฯ – 8 มกราคม 2569 : ในงาน “เปิดบ้านดีพร้อมพระราม 4” เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ผู้นำด้านพอลิเมอร์และโซลูชันเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และ สถาบันพลาสติก ประกาศเดินหน้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการพลาสติกไทยให้ก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ตามเป้าหมายของประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และต่อยอดนวัตกรรมพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ โซลูชันการป้องกันภัยพิบัติ ที่ตอบโจทย์ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของไทยและภูมิภาค”
ภายในงานฯ นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือเรื่อง “การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมพลาสติกเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ร่วมกับ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และ นางสาวสินีนาฏ เล้าชินทอง รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก โดยได้รับเกียรติจากนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี กรรมการอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ และประธานกรรมการสถาบันพลาสติก และ นางเบญจมาพร เอกฉัตร์ ผู้อำนวยการอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ ร่วมเป็นสักขีพยาน
นายศักดิ์ชัย เผยว่า “การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมไทยในทุกมิติให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ ควบคู่กับการหนุนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมพลาสติกไทยสู่เวทีโลก โดย SCGC พร้อมให้ความร่วมมือและดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกับภาครัฐ สถาบัน องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดผลลัพท์ที่เป็นรูปธรรม อาทิ การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานพลาสติกรีไซเคิลให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การสร้างสรรค์ต้นแบบผลิตภัณฑ์และทดลองตลาดใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป”
“ทั้งนี้ SCGC พร้อมนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ อาทิ กระบวนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระดับสากล เทคโนโลยีรีไซเคิล การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และเครื่องจักรขั้นสูง รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพัฒนาทักษะบุคลากรและหนุนผู้ประกอบการไทยให้ปรับตัวสู่แนวอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การคำนวณและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การขยายการใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล รวมทั้งการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านสังคม เช่น อุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมสำหรับใช้ใกล้บริเวณแหล่งกำเนิดน้ำ ทุ่นลอยน้ำสำหรับกักขยะไม่ให้ไหลสู่ทะเล เป็นต้น” นายศักดิ์ชัยกล่าวทิ้งท้าย








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น