วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569

กยท. บูรณาการทำงานร่วมศุลกากร - กรมวิชาการเกษตร คุมเข้มยางผ่านแดนไทย

 กยท. บูรณาการทำงานร่วมศุลกากร - กรมวิชาการเกษตร คุมเข้มยางผ่านแดนไทย










ภายหลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ Kick Off การนำสินค้ายางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากรและกรมวิชาการเกษตร ดำเนินการตามนโยบายกำกับดูแลการขนส่งยางพาราผ่านราชอาณาจักร โดย กยท. จะเข้าไปทำหน้าที่ให้บริการตรวจสอบรับรองชนิดหรือประเภทของยางพาราที่นำผ่านราชอาณาจักรแก่ผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การขนส่งยางพาราผ่านแดนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่ง กยท. ได้จัดทำประกาศ กยท. เรื่อง อัตราค่าบริการตรวจรับรองชนิดหรือประเภทของยางนำผ่านราชอาณาจักร (ประกาศเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568) ซึ่งระบุรายละเอียดขั้นตอน ระยะเวลาการตรวจ การยื่นคำขอรับบริการและการออกหนังสือรับรอง ตลอดจนคู่มือปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานตรวจสอบการนำสินค้ายางพาราผ่านแดนเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องที่สุด

โดยหลังการ Kick Off การนำสินค้ายางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยางจนถึงปัจจุบัน (1 พ.ย. 68 – 12 ม.ค. 69) มีผู้ประกอบการยื่นแบบคำขอลงทะเบียนเพื่อชำระค่าบริการตรวจรับรองชนิดหรือประเภทยางนำผ่านราชอาณาจักรแล้ว รวมทั้งสิ้น 32 ราย มียางพาราผ่านการตรวจสอบและรับรองยางพาราที่นำผ่านราชอาณาจักร ณ ด่านระนอง จำนวนรวมประมาณ 284,000 กิโลกรัม ซึ่งผู้ประกอบการได้ชำระค่าบริการตรวจสอบในอัตรากิโลกรัมละ 0.50 บาท รวมเป็นเงินกว่า 142,000 บาท ส่วนด่านแม่สอด จ.ตาก ยังคงปิดด่าน สำหรับการตรวจสอบรับรองชนิดหรือประเภทของยางพาราที่นำผ่านราชอาณาจักร และ ‘เขตควบคุมการขนย้ายยาง’ ถือเป็นกลไกสำคัญใหม่ที่จะปิดช่องทางลักลอบ เพิ่มความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เนื่องจากยางพาราที่นำเข้าผ่านแดนมาจะต้องขนส่งออกจากประเทศไทยด้วยรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่ติดตั้งระบบ GPS ภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากผ่านการตรวจสอบและปิดตู้แล้ว และก่อนนำยางออกจากราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ กยท. และอีก 2 หน่วยงาน จะดำเนินการตรวจสอบซีลและเอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์เพื่อตรวจสอบยางก่อนจะถูกนำออกจากราชอาณาจักรไทยไปยังประเทศปลายทาง

______


ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น