พรรคไทยพิทักษ์ธรรม: 24 ม.ค.69 13:00 น. ณ ที่ทำการศูนย์ประสานงานพรรคไทยพิทักษ์ธรรมนายภปกชนก ทับเที่ยง หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายก นายเจริญ คัมภีรภาพ แคนนิเดตนายกอันดับ 2 และ ประธานยุทธศาสตร์พรรค
พร้อมคณะผู้บริหารพรรคแถลงถึง ความเสี่ยงของประเทศไทยในการเป็นรัฐล้มเหลวชวน
คนไทยผู้จะไปเลือกตั้ง และ พรรคการเมือง ปกป้อง รู้ทันเกมส์เปลี่ยนโลก หันมาฟื้นความแข็งแรงให้ชาติ
เสนอโมเดลเศรษฐกิจ การเมืองการปกครองชื่อ “นายประเทศไทย” นำไทยออกจากรัฐล้มเหลว วางขื่อแปร
ประเทศให้มั่นคงยั่งยืนร่วมกัน โดย..
ประธานยุทธศาสตร์ นายเจริญ คัมภีรภาพ แถลงว่า โลกกำลังเข้าสู่เกมส์ใหญ่เพื่อ รีเซ็ทขั้วอำนาจโลกใหม่
ในโลก เพื่อแยกมิตรแยกศัตรูขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจการเมืองที่จับขั้วตั้งแต่ยุคสงครามเย็นใหม่ ที่นำโลกมาสู่
ความยุ่งเหยิงไม่สามารถการควบคุมมนุษย์ได้ตามแผน จนเกิดระบบโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจการค้าแบบ
หลายขั้ว การพังทลายของปิโตรดอลลาร์ และการเติบโตของกลุ่มอำนาจการเมืองใหม่ในโลก กระบวนการ
ดังกล่าวนำไปสู่สงครามตัวแทน (proxy war) ขึ้นในที่ต่าง ๆ ในโลก เพื่อให้เกิดรัฐล้มเหลวทางการเมืองการ
ปกครอง เพื่อง่ายต่อการไปสู่การรีเซ็ทและจัดขั้ว โดยอิงไปกับภูมิรัฐศาสตร์ของโลก เราเคยเผชิญต่อสู้กับ
กระแสทำนองเดียวกันนี้ยุคการล่าอนานิคม ยุค ร.4 และ ร.5 ที่สามารถนำชาติพ้นภัยรักษาอธิปไตยไว้ได้
มาถึงยุคนี้มันเนียนกว่าอดีตต้องใช้ความรู้ความเข้าใจหลายอย่างถึงจะเห็นภาพ เพราะมาเป็นจุด ๆ ถ้าเรา
ขาดความรู้ก็ไม่สามารถเอาจุดต่าง ๆ มาประกอบเป็นภาพได้ ดังนั้นโจทย์การเลือกตั้ง จึงเป็นเรื่องที่ไกลกว่า
ประเด็นที่ถกเถียงกันบนหน้าสื่อเวลานี้ที่ยังวกวนเหมือนวัวพันหลัก ที่ไม่อาจเป็นความหวังได้ในอนาคต
เหมือนไก่ตรุษจีนที่ตีกันรอถูกเชือดคอคนที่เล่นเกมส์ข้างบนเขารู้ อ่านออกจะเอาไก่ตัวไหน นโยบายอย่างไร
มาใช้ ในเกมส์ น่าเสียดายที่ประเทศชาติต้องมาตกอยู่ในเกมส์ที่เราไม่ได้เลือกที่จะเล่น จึงเป็นความท้าทาย
อยู่ที่ประชาชนจะเลือกกันอย่างไร
ด้านนายภปกชนก ทับเที่ยง หัวหน้าพรรค ย้ำว่า พวกเราพรรคไทยพิทักษ์ธรรม เป็นเสมือนเทียนไขที่ส่อง
สว่างในสภาวะแวดล้อมของประเทศที่มืด แต่ถึงกระนั้นก็ตามทางพรรคฯ เราเห็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์จึง
เสนอโมเด็ล “นายประเทศไทย” เป็นป้อมปราการที่จะไปตอบโจทย์ ความแข็งแรง มั่นคง ยั่งยืน ทาง
เศรษฐกิจพยุงชาติไว้ได้อย่างไร คู่กับ ระบบการเมืองการปกครอง การกระจายอำนาจ และความเป็น
ประชาธิปไตยโดยแท้
วันที่นายประเทศไทยจะป้องชาติไว้นั้น มาจากเหตุผลที่มาที่ไป ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญทางเศรษฐกิจ
การเมืองตรงกับการปรับเปลี่ยนของโลก กล่าวคือ
(1). ประเทศไทย เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เด็กเกิดใหม่มีอัตราต่ำ หนี้เริ่มสูงทั้งหนี้ครัวเรือนและหนีสาธารณะ
เรามีการขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 3-4 % ของ GDP มีหนี้สาธารณะในปี 2568 อยู่
12.37 ล้านล้านบาท หรืออยู่ที่ 65.71% หนี้ครัวเรือนปี 2568 ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ ประมาณ 86-87% ของ
GDP ยอดหนี้คงค้างประมาณ 16.3 ล้านล้านบาท และยังมีหนี้นอกระบบอีกประมาณ 30% ด้วยปัญหา
คอร์รัปชั่นที่รุนแรงทำให้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำมากที่สุด ความเสี่ยงที่หนี้สาธารณะต่อ GDP จะสูงไป
ใกล้ๆเพดานที่ร้อยละ 67-68 ในปีงบประมาณ 2569เพราะขาดดุลในปีงบประมาณ 2569 สูงถึง 860,000
ล้านบาท เศรษฐกิจ ขยายตัวต่ำมาก แค่ ร้อยละ 1.25 ถึง 1.50 ตามประเมินของ IMF
(2). แนวคิดโยบายเศรษฐกิจของพรรคจึงอยู่ในลักษณะ ล่างสู่บน พรรคจึงตั้งตุ๊กตาหุ่นยนต์ขึ้นมา เรียกว่า
"นายประเทศไทย" มีศรีษะและเส้นผม คือ สถาบันศาสนาและพระมหากษัตร หน้าตา คือ องค์รวมของตณะ
รัฐมนตรีสมองคือ Think Tank ของรัฐบาล เช่น TDRI สภาพัฒน์ และ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ้งภากรณ์
เป็นต้น แขนขวาคือระบบการเงินการคลัง แขนซ้าย คือ Technology Digital AI และความมั่นคงของชาติ
หัวใจ คืองบประมาณที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย ขาขวาคือกระทรวงมหาดไทย และขาซ้ายคือ
กระทรวงพาณิชย์ ตุ๊กตาตัวนี้จะยืนอยู่ได้ ขาต้องแข็งแรง เท้าคือ อบต และนิ้วคือหมู่บ้าน ข้อเท้าคือคณะ
บริหาร นอกจากการเลือกตั้งนายก อบต และสมาชิกแล้ว ยังต้องประกอบด้วยผู้เชียวชาญจาก
กระทรวงมหาดไทยโดยกรมพัฒนาชุมชน และ กรมการปกครอง กระทรวงพานิชย์ เช่นพานิชย์อำเภอ
กระทรวงเกษตร เช่นผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะกิจ ที่ให้คำแนะนำต่อ ชาวบ้านในการเพราะปลูก และ
กระทรวงการคลัง คือ ธนาคาร ธกส. กระทรวงสาธารณสุขคือศูนย์ส่งเสริมเพื่อสุขภาพชุมชนเนื่องจาก
ประเทศเข้าสู่สถานะสังคมผู้สูงอายุ ค่าใช้จ่ายในการ สาธรณสุข โรงพยาบาล จะต้องเพิ่มขึ้นดังนั้น การที่
ประชากรมีสุขภาพที่ดี การกินอาหารที่ปลอดจากสารพิษเคมีจึงเป็นยาตามธรรมชาติที่ดีที่สุด เป็นการลด
ค่าใช้จ่ายของกระทรวงสาธรณสุข และ โรงพยาบาล การเกษตรปลอดสารเคมี เกษตรปลอดภัยและเกษตร
อินทรีย์จึงเป็นเป้าหมาย ให้องค์กร อาหารและยา (อย.) (FDA) ของไทยจะต้องเข้มงวดเปลี่ยนใหม่ให้ เท่ากับ
หรือดีกว่าอเมริกา หรือยุโรปเนื่องจากไม่มีตลาดภายในประเทศที่ใหญ่พอจะพยุงเศรษฐกิจของประเทศเองได้
และมีสินค้าราคาถูกจากจีนเข้ามาถล่มตลาด ทำให้ SME ของไทยต้องปิดตัวหรือมีหนี้สินมากมาย ต้องให้
อำนาจในการสั่งปิดหรือ ห้ามขายจำหน่ายห้ามนำเข้า ผลิตพันธ์ ที่ไม่ผ่านมาตรฐานของ อย. และ
อุตสาหกรรม เมื่อทำการปิดหรือห้ามจำหน่าย ต้องประกาศให้ประชาชนรับทราบทันที ผลไม้หรือสินค้าที่ดี
ที่สุดเกรด AAA ต้องบริโภคภายในประเทศเท่านั้น ส่วนเกรดรองลงมา AA จึงจะส่งออกได้ การส่งออก ผัก
ผลไม้และของสด ต้องส่งออกตามมาตราฐาน CA (Controlled Atmosphere)เท่านั้น เป็นมาตราฐานการ
รักษาความสด ปลอดภัย ผลพลอยได้คือนักท่องเที่ยวที่ดูแลเรื่องสุขภาพ กินของดีจะเดินทางมา เป็นรายได้
เงินตราต่างประเทศอีกทางหนึ่ง
(3). การกะตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และ สร้างเศรษฐกิจพื้นฐาน โดย...
3.1 จัดตั้งร้านชุมชน โคออฟ (Co-op) หรือ เข้าใจง่ายๆคือร้านสดวกซื้อ-ขาย "ธงฟ้า" มีหน้าที่ขายของราคา
ถูกจากกระทรวงพานิชย์ รับซื้อผลผลิตจากสมาชิกหมู่บ้าน ในอบต โดยมีธนาคาร ธกส. เป็นผู้ดูแลรับจ่ายเงิน
และตรวจบัญชี กำไรประจำปี จะจ่ายเงินปันผลคืนให้กับสมาชิกหมู่บ้านในอบต โคออฟ ยังมีหน้าที่รับซื้อ
ผลผลิตทุกชนิดจากชาวสมาชิก ราคารับซื้อสินค้า จะ ประกาศ ออนไลน์ (On Line) จากกระทรวงพานิชย์
ผ่านData Center (ที่จัด เชื่อม platform ของ digital data ของทุกกระทรวง) ทุกอบตทั่วประเทศจะได้รับ
ข้อมูลข่าวสารและราคาเหมือนกันหมด เช่นข้าวเปลือก สมาชิกจะรู้ราคาต่อความชื้นเท่าไหร่ เมื่อขายให้ร้าน
โคออฟ รับเงินทันทีเข้าบัญชีที่ ธนาคาร ธกส เมื่อรับซื้อแล้วก็จะสีข้าว เอาข้าวสารใส่ถุงศูนย์ยากาศ 5 กิโล
เก็บไว้ เงินที่รับซื้อและ
ค่าสีข้าวจะมาจากงบประมาณส่วนกลางของกระทรวงพานิชย์ รอว่ากระทรวงพานิชย์จะระบายข้าวขายออก
เท่าใดก็ส่งตรงเข้าคลัง สินค้าของกระทรวง ผลดีคือรัฐบาลไม่ต้องเข่าโกดังเก็บ เป็นการประหยัดงบประมาณ
ส่วนลำข้าวแกลบ หรือข้าวหักก็ยังขายออกได้เป็นรายได้ของอบต เพราะ อบต.จะต้องลงทุน เครื่องสีข้าว
ขนาดเล็ก (ขนาดขึ้นอยู่กับปริมาณปลูกข้าวของสมาชิก) รถไถและรถเกี่ยวข้าว โดยชาวนาจะเช่าเป็นรายวัน
ในราคาถูก โดยคิดเฉพาะค่าคนขับ น้ำมัน ค่าซ่อมแซมสึกหรอ ค่าเช่าจะหักจากบัญชีธกส โดยตรง
ส่วนที่เป็นรายจ่าย
3.2 ลด Vat ลงเหลือ 4% เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อลดราคาสินค้าลง 3% ปี2567 รายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม
เป็นตัวเลขสูงสุดในรอบ 10 ปี เก็บได้ 947,319 ล้านบาท ลดลง 3%=28,420 ล้านบาท
3.3 ลดภาษีนิติบุคล ในการจ้างงานนักศึกษาที่จบใหม่ คนละ2% ไม่เกิน 8% และจ้างผู้พิการหรือ คนวัย
เกษียณ คนละ 3% ไม่เกิน 9% โดย
3.4 ดูแลเด็กตั้งแต่ในครรภ์ เรียนฟรี 18 ปี จนถึงอุดมศึกษา อายุต้องไม่เกิน 25 ปี ใช้งบประมาณ 125 แสน
ล้านบาท (คิดจากจำนวนประชากร มกราคม ปี 2568)
หมายเหตุ;ระบบการเรียนรวมถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะปรับปรุงใหม่ เช่นตั้งแต่ป.4 จะเริ่มเรียน
พื้นฐานของการเงิน การคลังและการออมทรัพย์ และครูที่สอนจะต้องผ่านการฝึกเฉพาะทาง เช่นจะสอน
คณิตสาสตร์ ต้องผ่านหลักสูตรการสอนคณิตศาสตร์ของกระทรวง มีใบประกอบอาชีพเฉพาะทาง และครูที่
สอนโรงเรียนห่างไกลจะมีเบี้ยกันดาลเพิ่มให้ ครูไม่ใช่เรือจ้างอีกต่อไป แต่ครูจะเป็นผู้สร้างชาติ
3.5 ประชากรหญิงจากวัยรุ่นถึงอายุ 25ปี รับผ้าอานามัย ที่ร้านโคออฟ ธงฟ้า ฟรีทุกเดือนใช้งบประมาณ
7,200 ล้านบาท (คิดจากจำนวนประชากร มกราคม ปี 2568)
ส่วนที่เป็นรายรับ
(4) ภาษีเงินได้ของบุคลธรรมดา ยังใช้อัตราภาษีเดิมคือสูงสุด 35% ยกเว้นรายได้ ที่ไม่เกิน 150,000บาท
ส่วนวัยเกษียณ หรือ ผู้พิการ ถ้ารายได้เกิน 1 ล้านบาท ส่วนเกินลดให้ครึ่งหนึ่ง เช่นมีรายได้ 1,500,000 บาท
แทนที่จะเสียภาษี ในอัตรา 20% ทั้งหมด ให้คิดภาษีที่ 1 ล้าน ในอัตรา 20% =200,000 และ 500,000 ใน
อัตรา 10%=50,000 เท่ากับเสียภาษีทั้งสิ้น 250,000 บาท แทนที่จะเสีย 300,000บาท
4.1 อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับนิติบุคคลทั่วไป กำไรสุทธิ: ทุกจำนวน (ตั้งแต่บาทแรก) อัตราภาษี จาก
20%เพิ่ม เป็น 35%
4.2 สำหรับกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs): (ต้องเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด)
กำไรสุทธิ: 0 - 300,000 บาทแรก: ยกเว้นภาษี.
กำไรสุทธิ: 300,001 - 3,000,000 บาท: จากอัตราภาษี 15%. เพิ่ม เป็น 20%
กำไรสุทธิ: ส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท: จากอัตราภาษี 20%. เพิ่มเป็น 25%
(5) รายได้จากเงินโบนัสและเบี้ยประชุม ต้องเสียภาษีทันที ณที่จ่าย 25% ไม่มีลดหย่อน เพราะเป็นเงินที่ได้มา
ฟรีๆ
(6) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผังเมืองและ กฎหมายกำหนดพื้นที่ ชัดเจนจะเปลี่ยนแปลงต้องแก้กฎหมาย
เท่านั้น ที่ดินที่อยู่อาศัย เพื่อป้องกันไม่ให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองที่ดินและ ที่อยู่อาศัย ทั้งหมดจนคนไทยไม่
มีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเอง เนื่องจากเรามีกฎหมายให้ต่างชาติถือครองได้ 99 ปี จึงกำหนดให้ต่างชาติและ
ตัวแทน (nominee) ต้องเสียภาษีในวันที่ซื้อที่ดินและที่อยู่อาศัย 35% ของราคาประเมินโดยบริษัทที่ขึ้น
ทะเบียนกับรัฐ และเสีย 20% ทุกๆปี ส่วนที่ดินซื้อเพื่อเก็งกำไร จะไว้ทำบ้านจัดสรร หรือพาณิชย์ หรือ
อุตสาหกรรม ให้เสียภาษีณวันซื้อ 20% ทุกๆปีเท่ากัน จนกว่าจะทำจัดสรรค์เสร็จ
พรรคไทยพิทักษ์ธรรม เชื่อหมั่นว่า โมเด็ล “นายประเทศไทย” ที่พรรคนำเสนอในวันนี้จะปิดทาง
ประเทศหยุดจากการเป้นรัฐล้มเหลวลงได้ อย่างถาวร โดยเราไม่ต้องมากังวลกันอีก เพราะนายประเทศไทย
จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น มั่นคง แข้งแรงสามารถพยุงเศรษฐกิจของชาติเอาไว้ได้อันจะเป็นป้อม
ปราการของชาติ ให้เราอยู่ได้อย่างมั่นคงแม้สถานการณ์โลกจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไร จึงขอ ฝากพี่น้อง
ประชาชนร่วมมือกันนำชาติให้ปลอดภัยมีสันติสุขร่วมกัน อย่างบรรพชนที่เสียสละสร้างให้เรา อยู่ถึงเวลานี้
พรรคไทยพิทักษ์ธรรม
24 มกราคม 2569
โทร. สอบถามเพิ่มเติม 0892353646




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น