วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2566

สืบสวน ตม.1 เข้ม รับนโยบายรัฐบาล รวบจีนเทาห้วยขวาง กวาดล้างแก๊งขนคนข้ามชาติผิดกฎหมาย

 สืบสวน ตม.1 เข้ม รับนโยบายรัฐบาล รวบจีนเทาห้วยขวาง กวาดล้างแก๊งขนคนข้ามชาติผิดกฎหมาย

 


ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ   พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ สตม.เป็นหน่วยงานหลักในการสกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งในมาตรการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการเตรียมความพร้อม รองรับนโยบายฟรีวีซ่าชาวจีนของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในวันที่ 25 กันยายนนี้ โดยมุ่งเน้นการจับกุมและเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวที่กระทำความผิด มีหมายจับ หรือมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ




      ​พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,          พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1, และ พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.1 ได้อำนวยการปฏิบัติในภาพรวม พร้อมทั้งสั่งการให้ พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 เปิดปฏิบัติการกวาดล้างบุคคลต่างด้าวที่กระทำความผิดตามกฎหมาย โดยเริ่มออกปฏิบัติการพร้อมกันทุกหน่วยงานทั่วประเทศ ในวันที่ 21 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ พ.ต.อ.กาจภณฯ ได้แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด ออกสืบสวนหาข่าวเป้าหมายอาชญากรที่อาจจะเข้ามาฝังตัว หลบซ่อน หรือใช้กรุงเทพมหานครเป็นฐานปฏิบัติการ พื้นที่รับผิดชอบของแต่ละชุดประกอบด้วย ย่านหัวหมาก ย่านตลาดพลู และย่านห้วยขวาง ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีบุคคลต่างด้าวพักอาศัยอยู่หนาแน่น อาจมีผู้กระทำความผิด หรือไม่ประสงค์ดี แฝงตัวอยู่ ซึ่งภาพรวมสรุปผลของปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมบุคคลต่างด้าวได้ 3 ราย มีรายละเอียดดังนี้




บุคคลต่างด้าวเป้าหมายรายแรกนั้นเป็นเป้าหมายสัญชาติจีนประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในย่านห้วยขวาง สืบเนื่องจาก เมื่อวันอังคารที่ 19 กันยายน 2566 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้ร่วมกันตรวจสอบสถานประกอบการร้านค้าที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนที่ประกอบธุรกิจ/ร้านค้าโดยให้คนไทยดำเนินกิจการแทนในลักษณะนอมินีโดยผิดกฎหมาย ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แขวงและเขต ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร และสามารถจับกุมลูกจ้างคนต่างด้าวที่ทำงานโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายได้จำนวนหนึ่ง  จากนั้นสืบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานภายในร้านที่เกิดเหตุ จนทราบว่ามีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนรายหนึ่ง คือ นายหวู (นามสมมติ) เป็นนายจ้างสั่งการ และอยู่เบื้องหลังการประกอบธุรกิจที่ขัดต่อกฎหมายดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบนายหวูมีเพียงวีซ่าท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชุดสืบสวน จึงได้เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพิกถอนการอนุญาตดังกล่าว และเข้าจับกุมตัวนายหวูได้ในพื้นที่ใกล้เคียง ย่านสุทธิสาร ส่งตัวบุคคลต่างด้าวเพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฯ ต่อไป





บุคคลต่างด้าวเป้าหมาย ที่ 2 และ 3 เป็นการปฏิบัติการร่วม สืบเนื่องจาก กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้รับการประสานงานจาก ตม.จว.สงขลา และ กก.สืบสวน บก.ตม.6 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ว่ามีผู้ต้องหาขบวนการนำพาบุคคลต่างหลบหนีเข้าเมือง หรือที่สื่อมวลชนเรียกกันว่า แก๊งขนคน ตามหมายจับในความผิดฐาน “ร่วมกันให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการถูกจับกุม” หลบหนีมาซุกซ่อนตัวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กก.สืบสวน บก.ตม.1 โดย พ.ต.อ.กาจภณฯ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 จึงได้แบ่งกำลังอีก 2 ชุดปฏิบัติลงพื้นที่ร่วมกันสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งในช่วงบ่ายของวันที่ 21 กันยายน 2566 ชุดสืบสวนได้พบ และทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คือ นายอับดุล และ นายฮุสเซ็น (นามสมมติ) โดยนายอับดุลนั้น เป็นบุคคลซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียนในกลุ่มตกสำรวจ ซึ่งปัจจุบันผู้ต้องหาได้ทำเรื่องยื่นคำขอย้ายทะเบียนราษฎร์ มาอยู่ที่เขตหนองจอก เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันเฝ้าตามจุดต่างๆ ที่เชื่อว่านายอับดุลจะปรากฏตัว จนกระทั่งพบตัวนายอับดุล หลังหลบซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ย่าน ม.รามคำแหง  ส่วน นายฮุสเซ็น เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติบังคลาเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่อีกชุดปฏิบัติการหนึ่งติดตามไปจนพบตัวที่ริมถนนวุฒากาศ ย่านตลาดพลู จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง พบว่านายเอ็มดี อัสราฟ ฮอสเซ็น เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.ย.66 ผ่านทางด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ บก.ตม.1 ได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเพื่อทำงาน (NON-90)  อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 11 ธ.ค.2566 ปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด จากการสอบปากคำในเบื้องต้นของชุดปฏิบัติทั้ง 2 ชุด พบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ยอมรับว่าตนเป็นบุคคลเดียวกับบุคคลตามหมายจับ และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีเดียวกันนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งว่า ทั้งคู่เป็นบุคคลตามหมายจับ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้คนต่างด้าวนั้น พ้นจากการจับกุม”  แจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับให้ทรายจนเข้าใจข้อกล่าวหาดีโดยตลอดแล้ว จึงได้ร่วมกันควบคุมตัวผู้ถูกจับทั้ง 2 ราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.กาจภณฯ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการเตรียมความพร้อมของประเทศในการรับนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นหลังมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว แต่การดำเนินการจับกุม กวาดล้างบุคคลต่างด้าวทั้งที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และ ที่มีหมายจับ รวมถึงที่มีพฤติการณ์ไม่ชอบมาพากล เป็นภัยสังคมและความมั่นคงของประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นความรับผิดชอบหลักของ     กก.สืบสวน บก.ตม.1 ซึ่งหลังจากนี้ก็จะดำเนินการตามข้อสั่งการ มาตรการ และนโยบายของผู้บังคับบัญชาต่อไป

​สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิด        ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น