วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

จ.ราชบุรี/ มมท. ราชบุรี เข้าร่วมโครงการสัมมนาและศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ตามพระดำริฯ ต่อยอดกิจกรรมบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง และ ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน ณ.จังหวัดน่าน

 จ.ราชบุรี/ มมท. ราชบุรี เข้าร่วมโครงการสัมมนาและศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ตามพระดำริฯ ต่อยอดกิจกรรมบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง และ ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน ณ.จังหวัดน่าน 




เมื่อวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2567  นางพรศรี ตรงศิริ ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดราชบุรี พร้อมคณะ ประกอบด้วย นางรัตติยา วงศ์มณีรุ่ง รองประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดราชบุรี นางยุพินเศรษฐศักดาศิริ พัฒนาการจังหวัดราชบุรี นางปนัดดา เพ็งแป้น หัวหน้าสำนักงานจังหวัดราชบุรี  ศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน  ต่อยอดกิจกรรม บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง และ ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ณ จังหวัดน่าน โดยมีกิจกรรม ดังนี้





 วันที่ 5 ก.พ. 2567 ศึกษาดูงาน โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์และการเผยแพร่เทคโนโลยีโรงอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แหล่งเรียนรู้สู่วิถีชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนสามอาชีพ ตำบลนาซาว อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน อีกทั้ง เยี่ยมชมการขยายผล การขับเคลื่อนการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ และน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามโครงการ "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" และ "ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน" รวมถึงการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน การคัดแยกขยะภายในครัวเรือน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารตามหลัก "พึ่งพาตนเอง"  เกิดการพัฒนาสิ่งแวดล้อม เป็นการปลูกฝังให้คนในชุมชนมีจิตสำนึกที่ดีในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งดิน แหล่งน้ำ ป่า รวมถึงระบบนิเวศตามหลักธรรมชาติ มีอาหารปลอดภัยไว้รับประทานภายในครัวเรือน




 นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้และฝึกอาชีพการเพาะถั่วงอกไว้บริโภคภายในคร้วเรือน เพื้อนำไปขยายผลให้กับสมาชิกชมรมและประชาชนราชบุรีต่อไป ต่อมา เยี่ยมชมแปลงปลูกผักสวนครัว ณ ร้านอาหารเรือนเจ้านาง ตำบล ฝายแก้ว อำเภอ ภูเพียง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนโครงการ “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” สร้างความมั่นคงทางอาหาร เป็นต้นแบบขยายผลกิจกรรมจากครัวเรือน สู่ร้านอาหาร ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ต่อยอดไปสู่การนำผักมาประกอบอาหารขายนักท้องเที่ยว และนำไปขาย เป็นการสร้างรายได้ลดรายจ่ายให้กับทางร้าน โดยมีการปลูกพืชผักนานาชนิด เช่น ถั่วฝักยาว กระหล่ำดอกข้าวโพด มะเขือ กะเพรา ผักบุ้ง ผักชี กวางตุ้ง คะน้า ผักชีฝรั่ง เป็นต้น




วันที่ 6 ก.พ. 2567 เยี่ยมชม ณ บ่อเกลือโบราณ 800 ปี “เกลือสินเธาว์ภูเขา” หนึ่งเดียวในโลก จังหวัดน่าน ต่อมาเข้าชมหมู่บ้านไทยลื้อหนองบัว เป็นหมู่บ้านที่มีฝีมือในการทอผ้าพื้นเมืองประจำเผ่าที่สวยงาม เรียกว่า "ผ้าลายน้ำไหล” ซึ่ง เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน นับเป็นหัตถกรรมที่ตกทอดมาหลายยุคหลายสมัย และการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากเกลือ



วันที่ 7 ก.พ. 2567 กราบสักการะขอพร ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดพระธาตุช้างค้ำ เพื่อเป็นการเสริมบุญบารมีให้เกิดความเป็นสิริมงคลในชีวิต และเยี่ยมชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เดิมเป็นที่ประทับของพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ พระเจ้าน่าน ทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2446 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2530


สุพจน์ วรสหวัฒน์/รายงาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น